Facebook Pixel
Logo

คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์คืออะไร? คู่มือฟอเร็กซ์ฉบับสมบูรณ์

Date Icon 21 มิถุนายน 2024
Review Icon เขียนโดย : โดย โดย XS Editorial Team

สารบัญ

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์แสดงถึงสองสกุลเงินที่มีการซื้อขายกันเมื่อทำการซื้อขายสกุลเงินคุณจะซื้อคู่สกุลเงินหนึ่งและขายอีกคู่สกุลเงินหนึ่งไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์จึงบ่งบอกว่าสกุลเงินใดที่คุณกำลังซื้อและขาย

    สาระสำคัญ

    • การซื้อขายฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับการซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลเงินหนึ่งเพื่อทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
    • คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ประกอบด้วยสกุลเงินหลักและสกุลเงินอ้างอิงซึ่งแสดงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินทั้งสอง
    • คู่สกุลเงินมีสามประเภท: คู่สกุลเงินหลักได้แก่ USD คู่สกุลเงินรองเป็นคู่ที่ไม่รวม USD และคู่สกุลเงินแปลกใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่

    การซื้อขายสกุลเงินฟอเร็กซ์คืออะไร?

    การเทรดสกุลเงินหรือเรียกอีกอย่างว่าฟอเร็กซ์คือตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อและขายสกุลเงินต่างๆ เพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสกุลเงินในตลาดโลก 

    โดยทั่วไปจะดำเนินการผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างคุณ เทรดเดอร์ และตลาดฟอเร็กซ์ นอกจากนี้ ตลาดฟอเร็กซ์ ยังเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมีคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ

    แต่ว่าคุณจะทำกำไรจากการเทรดคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ได้อย่างไร? สำหรับแต่ละคู่สกุลเงินจะมีอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างไปจากเดิม

    ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันจากดอลลาร์สหรัฐเป็นยูโรคือ 0.92 โดยทั่วไปมักเขียนเป็นดังนี้ USD/EUR = 0.92 ซึ่งหมายความว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) จะเท่ากับ 0.92 ยูโร (EUR) ดังนั้นหากคุณมี 100 ดอลลาร์สหรัฐ คุณจะได้รับ 92 ยูโร

    อัตราแลกเปลี่ยนนี้มีความผันผวนตามปัจจัยหลายประการ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของประเทศและสภาพคล่องในตลาดเป็นต้น ดังนั้นคุณจึงเดิมพันกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนี้เพื่อทำกำไร

    การทำความเข้าใจในคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์

    ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น คู่สกุลเงินโดยทั่วไปมักจะเขียนเป็น USD/EUR = 0.92 ดังนั้นเรามาเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับสกุลเงินในรายละเอียดด้านล่างนี้กันเถอะ 

    ในแต่ละคู่สกุลเงินจะแทนด้วยตัวอักษรสามตัวซึ่งเปรียบเสมือนรหัสที่ใช้แทนแต่ละคู่สกุลเงิน โดยตัวอักษรสองตัวแรก หมายถึงประเทศและตัวอักษรตัวสุดท้ายจะหมายถึงสกุลเงิน ตัวอย่างเช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยจะเขียนตัวย่อเป็น "US" หมายถึงสหรัฐอเมริกา และ "D" หมายถึงดอลลาร์

    คำศัพท์นี้อิงตามระบบรหัสสกุลเงินสากลขององค์การระหว่างประเทศตามมาตรฐาน (ISO) ซึ่งใช้กันทั่วโลกเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนระหว่างสกุลเงินของประเทศต่างๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเทรดและด้านการเงินระหว่างประเทศ

    สกุลเงินหลักและสกุลรองคืออะไร?

    นอกจากนี้ คู่สกุลเงินแต่ละคู่ยังมีชื่อเรียกว่า สกุลเงินหลัก/สกุลเงินรอง หรือเรียกอีกอย่างว่าสกุลเงินอ้างอิง โดยทั่วไปคู่เงินฟอเร็กซ์สกุลเงินแรกคือสกุลเงินหลัก และสกุลเงินที่สองคือสกุลเงินรอง

    ตัวอย่างเช่น คู่เงิน USD/EUR ในคู่สกุลเงินนี้:

    • สกุลเงินแรก (USD) เรียกว่าสกุลเงินหลัก

    • สกุลเงินที่สอง (EUR) เรียกว่าสกุลเงินรอง

    ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนจะแสดงถึงจำนวนเงินว่าคุณต้อใช้สกุลเงินอ้างอิงเท่าใดในการซื้อหนึ่งหน่วยของสกุลเงินหลัก

    นอกจากนี้เมื่อคุณดูการเสนอราคาคู่สกุลเงินคุณจะพบกับ ราคาเสนอซื้อ (Bid Price) และ ราคาเสนอขาย (Ask Price)

    ราคาเสนอซื้อ (Bid Price) หมายถึงจำนวนที่คุณสามารถขายสกุลเงินหลักได้ในขณะที่ราคาเสนอขาย (Ask Price) หมายถึงจำนวนที่คุณสามารถซื้อสกุลเงินหลักได้

    ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายเรียกว่าสเปรด (Spread)

    3 ประเภทหลักๆของคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ประเภทต่างๆ :  

    • คู่สกุลเงินหลัก (Majors)

    • คู่สกุลเงินรอง (Minors)

    • คู่สกุลเงินแปลกใหม่ (Exotics)

    สกุลเงินหลักคืออะไร?

    คู่เงินซึ่งรวมถึงดอลลาร์สหรัฐ (USD) และถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่สำคัญทั่วโลกซึ่งมักจะเรียกว่าสกุลเงินหลักเนื่องจากมีสภาพคล่องสูงและปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดฟอเร็กซ์

    สภาพคล่องหมายถึงความสะดวกและรวดเร็วในการซื้อ(Buy) และขาย(Sell) คู่สกุลเงินในตลาดโดยไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นสภาพคล่องที่สูงหมายความว่ามีจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายเป็นจำนวนมาก

    คู่สกุลเงินหลักของฟอเร็กซ์ถือว่าเป็นคู่ที่มีการซื้อขายมากที่สุดและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโลกของการเทรดคู่สกุลเงิน

    9 อันดับคู่สกุลเงินหลักของฟอเร็กซ์

    คู่สกุลเงินหลักของฟอเร็กซ์มีทั้งหมด 9 คู่ ได้แก่:

    • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)

    • GBP/USD (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)

    • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)

    • USD/CNY (ดอลลาร์สหรัฐ/หยวนจีน)

    • USD/HKD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ฮ่องกง)

    ข้อดีของคู่สกุลเงินหลัก:

    • มีสภาพคล่องสูงส่งผลให้ค่าสเปรดต่ำลง

    • ดึงดูดนักเทรดเดอร์และนักลงทุนได้มากเนื่องจากสภาพคล่องและยังได้รับความนิยม 

    • โอกาสในการเข้าร่วมในตลาดที่ยอดเยี่ยม

    นอกจากนี้คู่สกุลเงินหลักยังมักถูกพิจารณาว่ามีความผันผวนน้อยกว่าคู่สกุลเงินรองหรือคู่สกุลเงินแปลกใหม่ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้กลยุทธ์ในด้านการเทรดได้หลากหลาย

    สกุลเงินรองคืออะไร?

    คู่สกุลเงินรองคือสกุลเงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักอื่น ๆ 

    ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความนิยมในการซื้อขายเท่ากับคู่เงินหลักแต่คู่เงินรองยังคงมีบทบาทที่สำคัญใน ตลาดฟอเร็กซ์

    5 อันดับคู่สกุลรองของฟอเร็กซ์

    ด้านล่างนี้คือรายการคู่สกุลเงินรองในตลาดฟอเร็กซ์:

    • EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์อังกฤษ)

    • EUR/AUD (ยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย)

    • GBP/JPY (ปอนด์อังกฤษ/เยนญี่ปุ่น)

    • EUR/CHF (ยูโร/ฟรังก์สวิส)

    • EUR/CAD (ยูโร/ดอลลาร์แคนาดา)

    ข้อดีของคู่สกุลเงินรองในตลาดฟอเร็กซ์:

    • เสนอทางเลือกให้กับเทรดเดอร์ในการกระจายพอร์ตการลงทุนและเทรดสกุลเงินได้จากภูมิภาคเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน

    • แสดงการเคลื่อนไหวของราคาและความผันผวนที่สำคัญทำให้เหมาะสำหรับ การเทรดที่ทำกำไร

    สกุลเงินแปลกใหม่คืออะไร?

    คู่สกุลเงินแปลกใหม่ (Exotic) ในฟอเร็กซ์คือคู่สกุลเงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักหนึ่งสกุลเงินและสกุลเงินจากเศรษฐกิจตลาดขนาดเล็กหรือตลาดเกิดใหม่ คู่สกุลเงินเหล่านี้มี สภาพคล่องที่น้อยกว่า และมีความผันผวนมากกว่า คู่สกุลเงินหลักและคู่สกุลเงินรอง 

    คู่สกุลเงินแปลกใหม่มีลักษณะเฉพาะโดยการรวมสกุลเงินจากภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจกำลังพัฒนาหรือประเทศที่มีตลาดการเงินที่ยังไม่มั่นคง

    7 อันดับคู่สกุลแปลกใหม่ของฟอเร็กซ์

    ตัวอย่างของคู่สกุลเงินแปลกใหม่มีดังนี้:

    • USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)

    • EUR/TRY (ยูโร/ลีราตุรกี)

    • USD/SEK (ดอลลาร์สหรัฐ/โครนาสวีเดน)

    • USD/NOK (ดอลลาร์สหรัฐ/โครนนอร์เวย์)

    • USD/DKK (ดอลลาร์สหรัฐ/โครนเดนมาร์ก)

    • USD/SGD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์สิงคโปร์)

    • USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก)

    ข้อดีของคู่สกุลเงินแปลกใหม่ :

    • มีการซื้อขายน้อยกว่าคู่เงินหลักและคู่เงินรอง

    • ค่าสเปรดระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายที่กว้างขึ้นส่งผลให้อาจมีค่าใช้จ่ายในการซื้อขายมากขึ้น

    • มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของราคาและความผันผวนของตลาดมากขึ้น

    เทรดเดอร์ที่สนใจคู่สกุลเงินแปลกใหม่มักจะทำเช่นนั้นเพื่อการกระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงหรือหากพวกเขามีข้อมูลเชิงลึกเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไรก็ตาม การใช้ความระมัดระวังและทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนถึงความเสี่ยงของการซื้อขายคู่สกุลเงินแปลกใหม่เป็นสิ่งสำคัญ

    สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร?

    สกุลเงินของสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสกุลเงินของประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน โลหะ และสินค้าเกษตร

    สกุลเงินเหล่านี้มักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์

    สามคู่สกุลเงินหลักในเจ็ดคู่สุดท้ายที่เป็นสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่:

    • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)

    บทสรุป

    การเทรดฟอเร็กซ์คือการแลกเปลี่ยนคู่สกุลเงินเพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่า คุณสามารถตัดสินใจซื้อขายได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นโดยการทำความเข้าใจพื้นฐาน เช่น รู้จักชื่อแต่ละคู่สกุลเงิน และความแตกต่างระหว่างคู่สกุลเงินหลัก คู่สกุลเงินรอง และคู่สกุลเงินแปลกใหม่ 

    การเข้าใจปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะสนใจคู่สกุลเงินหลักที่มีสภาพคล่องสูงหรือคู่สกุลเงินแปลกใหม่ด้วยความรู้และกลยุทธ์ที่เหมาะสมคุณสามารถสำรวจตลาดฟอเร็กซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและบรรลุเป้าหมายการซื้อขายของคุณ

    คำถามที่พบบ่อย

    คู่ Forex ที่มีการซื้อขายมากที่สุดคืออะไร?

    คู่ฟอเร็กซ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดคือคู่สกุลเงินหลัก [EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF, NZD/USD, AUD/USD, USD/CAD] 

    นอกจากนี้ EUR/USD ยังเป็นคู่ฟอเร็กซ์ที่มีการซื้อขายกันมากที่สุดทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นเพราะเป็นสกุลเงินของประเทศตะวันตกที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งที่มีส่วนร่วมในการค้าขายระหว่างกัน

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในการเทรดมีอะไรบ้าง?

    คู่ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในการเทรดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงกลยุทธ์การซื้อขาย สภาพตลาด และความชอบส่วนบุคคล 

    อย่างไรก็ตามตัวเลือกยอดนิยมในหมู่เทรดเดอร์ได้แก่คู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และ USD/CHF เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง ค่าสเปรดที่ต่ำ และโอกาสในการซื้อขายที่หลากหลาย

    มีคู่สกุลเงินกี่คู่?

    มีคู่สกุลเงินหลายคู่สำหรับการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ แต่จำนวนที่แน่นอนมักจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการของตลาดและข้อเสนอของโบรกเกอร์ 

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่อ้างถึงโดยทั่วไปคือประมาณ 180 คู่สกุลเงิน รวมถึงคู่สกุลเงินหลัก คู่สกุลเงินรอง และคู่สกุลเงินแปลกใหม่

    Pip ในคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์คืออะไร?

    pip (ย่อมาจาก "percentage in point") คือการเคลื่อนไหวของราคาที่น้อยที่สุดในอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสามารถทำได้จากการซื้อขายฟอเร็กซ์ 

    แสดงถึงทศนิยมตำแหน่งที่สี่ในคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ ยกเว้นคู่ที่เกี่ยวข้องกับเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ซึ่งจะแสดงถึงทศนิยมตำแหน่งที่สอง 

    Pips ใช้เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของคู่สกุลเงินและกำหนดผลกำไรหรือขาดทุนในการซื้อขายฟอเร็กซ์ ตัวอย่างเช่น หากอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD ราคาเคลื่อนไหวจาก 1.2000 เป็น 1.2005 แสดงว่าราคาเคลื่อนไหวไป 5 pip

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ที่มีการเคลื่อนไหวของ pips ที่สูงมีคู่ใดบ้าง? 

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ที่มีการเคลื่อนไหวของ pips ที่สูงขึ้นมักจะรวมถึงคู่ที่มีความผันผวนสูงและมีการเคลื่อนไหวของราคากว้างขึ้น

    คู่เหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับสกุลเงินจากประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างของคู่ฟอเร็กซ์ที่มีค่า pip สูง ได้แก่:

    • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • GBP/USD (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์สหรัฐ)

    • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)

    คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีการเคลื่อนไหวของ pip เฉลี่ยต่อวันมากกว่าคู่สกุลเงินอื่น ๆ ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการโอกาสในการทำกำไรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนที่สูงขึ้นยังนำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้นเทรดเดอร์ควรนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมเมื่อทำการซื้อขายคู่สกุลเงินเหล่านี้

    สรุปเนื้อหาด้วย AI

    พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

    เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

    no-risk
    Calculator Icon
    เครื่องคำนวณการเทรด

    คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

    เริ่มใช้งาน
    Converter Icon
    หน้าแปลงสกุลเงิน

    แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

    เริ่มใช้งาน
    Glossary Icon
    คลังคำศัพท์การเทรด

    รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

    เรียนรู้เพิ่มเติม
    แบ่งปันบล็อกนี้:
    Risk Warning Icon

    เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    วิธีอ่านกราฟแท่งเทียนมือใหม่ ปี 2026 (ฉบับปูพื้นฐาน)

    กราฟแท่งเทียน คืออะไร? กราฟแท่งเทียน คือ ราคาที่มีการสรุปมาในแบบแท่งเทียน ไม่ว่าจะเป็น ไส้เทียน ตัวเทียน ล้วนแล้วเป็นราคาทั้งหมด แล้วแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? แท่งเทียนเกิดขึ้นจากเหล่านักเทรด นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กองทุน ธนาคาร สถาบัน และ องค์กรที่เกี่ยวกับการเงินต่างๆ นำเงินเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ จากนั้นระบบตลาดก็จะมีการจับคู่ราคาซื้อขายกัน รวบรวมราคาตามช่วงเวลาที่มีจำนวนเงินเข้ามา และวาดออกมาเป็นแท่งเทียน เพื่อให้ผู้ที่นำเอาเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ หรือ นักลงทุนทุกๆ...

    Itsariya Doungnet 23 มกราคม 2026

    แพทเทิร์นรูปแบบธงหมี : วิธีการระบุและการเทรดให้ประสบความสำเร็จ

    แพทเทิร์นรูปแบบธงหมี (Bear Flag) เป็นแพทเทิร์นกราฟการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่บ่งบอกถึงการพักชะลอตัวชั่วคราวก่อนที่ตลาดจะกลับไปสู่แนวโน้มขาลง บทความนี้จะครอบคลุมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับรูปแบบธงหมี (Bear Flag) รวมถึงการก่อตัว การระบุ และกลยุทธ์การเทรด สาระสำคัญ รูปแบบธงหมี (Bear Flag) เป็นแพทเทิร์นรูปแบบกราฟในทางวิเคราะห์ทางเทคนิคที่บ่งบอกถึงการหยุดพักชั่วคราวก่อนที่ตลาดจะยังคงมีแนวโน้มขาลง มักจะยืนยันโดยการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย รูปแบบนี้ประกอบด้วยแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนในช่วงแรก (เสาธง) ตามด้วยช่วงการพักชะลอตัว (ตัวธง) โดยมีเส้นแนวโน้มคู่ขนาน กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการรอการยืนยันรูปแบบแพทเทิร์น การระบุจุดเข้าใกล้เส้นแนวโน้มล่างและการใช้คำสั่งหยุดขาดทุน (stop-loss) เหนือเส้นแนวโน้มบน...

    XS Editorial Team 5 กันยายน 2024
    scroll top