Facebook Pixel
Logo

จุดคุ้มทุน (Break-even Point) คืออะไร? ความหมาย สูตรคำนวณ และตัวอย่างเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

Date Icon 25 พฤศจิกายน 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 6 นาที read

สารบัญ

    หากคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจหรือวางแผนบริหารต้นทุน คำว่า “จุดคุ้มทุน” (Break-even Point) เป็นสิ่งที่คุณควรรู้ จุดคุ้มทุน คือ จุดที่รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเท่ากับต้นทุนทั้งหมด หรือพูดง่าย ๆ คือยังไม่มีกำไร แต่ก็ไม่ขาดทุน การเข้าใจจุดคุ้มทุนช่วยให้เราวางแผนการขาย กำหนดราคาสินค้า และตัดสินใจเรื่องการลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น

    บทความนี้ เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจ จุดคุ้มทุน คืออะไร พร้อมวิธีคำนวณด้วยสูตรง่าย ๆ และตัวอย่างที่ทำตามได้จริง เหมาะสำหรับมือใหม่หรือใครที่อยากวางแผนธุรกิจแบบชัวร์ ๆ อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่า แค่รู้จักจุดคุ้มทุน ก็ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องกำไรและต้นทุนได้ง่ายขึ้นเยอะ

    สาระสำคัญ

    • จุดคุ้มทุน (Break-even) ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าต้องขายเท่าไหร่จึงไม่ขาดทุน

    • การคำนวณจุดคุ้มทุนช่วยวางแผนยอดขาย ตั้งราคา และประเมินความเสี่ยง

    • Margin of Safety แสดงระยะปลอดภัยก่อนขาดทุน ทำให้เห็นความมั่นคงของธุรกิจ

    • การเข้าใจทั้งสองอย่างช่วยบริหารธุรกิจและการลงทุนอย่างมั่นใจและรอบคอบ

    จุดคุ้มทุนคืออะไร?

    จุดคุ้มทุน คือ จุดที่รายได้รวมเท่ากับต้นทุนรวม หมายความว่าเมื่อธุรกิจขายสินค้า หรือให้บริการจนถึงจุดนี้ ธุรกิจจะยังไม่มีกำไร แต่ก็ยังไม่ขาดทุน พูดง่าย ๆ ว่า “ขายได้เท่าทุน ยังไม่กำไร แต่ก็ไม่ขาดทุนแล้ว” หลังจากถึงจุดคุ้มทุน ถ้าขายได้มากกว่านี้ ธุรกิจก็จะเริ่มทำกำไรทันที

    จุดคุ้มทุน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ และนักลงทุนวางแผนการขาย กำหนดราคาสินค้า วางแผนการผลิต และตัดสินใจเรื่องต้นทุนได้อย่างมีข้อมูล ไม่ต้องเดา ตัวอย่างเช่น คุณสามารถคำนวณว่าต้องขายสินค้ากี่ชิ้นถึงจะเริ่มทำกำไร หรือสินค้าตัวไหนควรปรับราคาเพื่อไม่ให้ขาดทุน

    ไม่ใช่แค่ธุรกิจขายสินค้าเท่านั้น จุดคุ้มทุนยังใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น การลงทุน การผลิต หรือการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ทำให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่ที่รายได้และค่าใช้จ่ายสมดุลกัน

    สรุปง่าย ๆ หากมีใครถามว่า “BEP คืออะไร” หรือ “break-even point คืออะไร” ก็ให้คิดว่า นี่คือจุดที่ธุรกิจ ไม่กำไรแต่ก็ไม่ขาดทุน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญก่อนที่จะไปสู่กำไรจริง ๆ

     

    ทำไมต้องรู้จักจุดคุ้มทุน?

    หลายคนอาจสงสัยว่า “ทำไมต้องรู้จุดคุ้มทุน?” การรู้จักจุดคุ้มทุนมี ประโยชน์จุดคุ้มทุน อย่างมาก เพราะช่วยให้คุณบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:

    • วางแผนกำไรและต้นทุน: การรู้จุดคุ้มทุนทำให้คุณทราบว่าต้องขายสินค้า/บริการกี่หน่วยจึงจะไม่ขาดทุน

    • วิเคราะห์ความเสี่ยงธุรกิจ: สามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการทำกำไรของธุรกิจ

    • ตั้งราคาขายให้เหมาะสม: ช่วยให้ไม่ขายต่ำกว่าต้นทุนจนเกิดการขาดทุน

    • ประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ: ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนหรือขยายธุรกิจ

    • วางแผนการขายและปริมาณการผลิต: รู้ว่าต้องผลิตหรือขายจำนวนเท่าไหร่จึงจะคุ้มค่า

     

    ความหมายจุดคุ้มทุนแบบเข้าใจง่าย

    จุดคุ้มทุนแบบง่าย หรือ ความหมาย break-even คือ จุดที่รายได้จากการขายสินค้าเพียงพอครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด ไม่ขาดทุนและยังไม่มีกำไร ตัวอย่างใกล้ตัวเช่น หากคุณมีต้นทุนรวม 50,000 บาท และขายสินค้าชิ้นละ 50 บาท กำไรต่อชิ้นคือ 50 บาท คุณจะต้องขายสินค้าจำนวน 1,000 ชิ้น จึงจะถึงจุดคุ้มทุน หรือพูดง่าย ๆ คือขายไปจนได้เงินพอครอบคลุมต้นทุนพอดี

    ลองจินตนาการภาพนี้: คุณขายของทีละชิ้น กำไรต่อชิ้นสะสมเรื่อย ๆ จนกระทั่งรวมกันเท่ากับต้นทุน 50,000 บาท นั่นคือช่วงที่ธุรกิจ “คืนทุน” จากนั้นทุกชิ้นที่ขายเกิน 1,000 ชิ้นจะกลายเป็นกำไรทันที การเข้าใจ ความหมาย break-even แบบนี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจวางแผนการขายและคำนวณกำไรได้ง่ายขึ้น

     

    ประเภทจุดคุ้มทุน มีอะไรบ้าง?

    จุดคุ้มทุนไม่ได้มีแค่แบบเดียว เราสามารถแบ่งเป็นหลายประเภทดังนี้

     

    จุดคุ้มทุนเชิงปริมาณ (Unit Break-even)

    จุดคุ้มทุนเชิงปริมาณ คือ จำนวนสินค้าหรือบริการที่ต้องขายถึงจะคุ้มทุน (unit break-even) เหมาะกับร้านค้าหรือผู้ผลิตที่ต้องรู้ว่าแต่ละเดือนต้องขายเท่าไหร่เพื่อครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด

    ตัวอย่าง: หากต้นทุนรวมของร้านขนม 10,000 บาท และกำไรต่อชิ้น 20 บาท ร้านต้องขายขนม 500 ชิ้นจึงถึงจุดคุ้มทุน

     

    จุดคุ้มทุนเชิงมูลค่าเงิน (Revenue Break-even)

    จุดคุ้มทุนเชิงมูลค่าเงิน คือ อดขายรวมที่ต้องทำให้ถึงจุดคุ้มทุน (revenue break-even) ใช้สำหรับวิเคราะห์รายได้รวมและตั้งเป้ายอดขายรวมให้ธุรกิจไม่ขาดทุน

    ตัวอย่าง: หากร้านกาแฟมีต้นทุนรวม 30,000 บาท และราคาขายเฉลี่ยแก้วละ 60 บาท จะต้องทำยอดขายรวม 30,000 บาท ถึงจะครอบคลุมต้นทุน

     

    จุดคุ้มทุนทางการเงิน (Financial Break-even)

    จุดคุ้มทุนทางการเงิน ใช้ในการประเมินโครงการลงทุน เช่น การสร้างโรงงานหรือเปิดธุรกิจใหม่ ช่วยให้รู้ว่ารายได้จากโครงการต้องสูงแค่ไหนจึงคืนทุนต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ย

    ตัวอย่าง: หากสร้างโรงงานใหม่ต้องลงทุน 1,000,000 บาท และมีดอกเบี้ยเงินกู้ 5% ต่อปี ต้องทำรายได้ขั้นต่ำ 1,050,000 บาทเพื่อไม่ขาดทุนทางการเงิน

     

    จุดคุ้มทุนเชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Break-even)

    จุดคุ้มทุนเชิงเศรษฐศาสตร์ ใช้คำนวณรวมต้นทุนแฝง เช่น ค่าเสียโอกาส หรือค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ทำให้เจ้าของธุรกิจประเมินโครงการได้รอบด้านมากขึ้น

    ตัวอย่าง: หากคุณใช้เวลาทำธุรกิจหนึ่งชั่วโมงแทนที่จะไปทำงานประจำและได้ค่าแรง 200 บาท ต้นทุนแฝงนี้ต้องรวมในการคำนวณจุดคุ้มทุนด้วย

     

    วิธีคำนวณจุดคุ้มทุน (พร้อมสูตร)

    การรู้ วิธีคำนวณจุดคุ้มทุน ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าต้องขายสินค้าเท่าไหร่จึงจะครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด โดยมี สูตรจุดคุ้มทุน พื้นฐานดังนี้

    break-event

    คำอธิบายส่วนต่างของสูตร:

    • ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) คือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่ขึ้นกับปริมาณการผลิต เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงานประจำ

    • ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คือ ค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงตามจำนวนสินค้า เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่งต่อชิ้น

    • ส่วนต่างกำไรต่อหน่วย (Contribution Margin) คือ ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย

    ตัวอย่าง:

    ร้านขนมมีต้นทุนคงที่ 10,000 บาท ราคาขายชิ้นละ 50 บาท และต้นทุนวัตถุดิบต่อชิ้น 20 บาท

    break-event-calculate

    หมายความว่าร้านต้องขายขนมประมาณ 334 ชิ้นจึงถึงจุดคุ้มทุน

    สำหรับจุดคุ้มทุนเชิงมูลค่าเงิน:

    จุดคุ้มทุน(มูลค่า) = จุดคุ้มทุน(หน่วย) × ราคาขายต่อหน่วย

    จากตัวอย่างข้างต้น

    จุดคุ้มทุน(มูลค่า) = 334 × 50 = 16,700 บาท

    สำหรับสินค้าหลายชนิด: ต้องคำนวณ Contribution Margin เฉลี่ย ของแต่ละสินค้า เพื่อนำมาหาค่าจุดคุ้มทุนรวม

     

    ตัวอย่างจุดคุ้มทุน

    การดู ตัวอย่างจุดคุ้มทุน จะช่วยให้เข้าใจวิธีคำนวณและนำไปใช้กับธุรกิจจริงได้ง่ายขึ้น

     

    ตัวอย่าง 1: บริษัท A

    • ต้นทุนคงที่: 100,000 บาท

    • ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย: 50 บาท

    • ราคาขายต่อหน่วย: 100 บาท

    วิธีการคำนวณ

    จุดคุ้มทุน = 10,000/(100-50) = 2,000 หน่วย

    หมายความว่า บริษัทต้องขายสินค้า 2,000 หน่วยจึงจะถึงจุดคุ้มทุน

     

    ตัวอย่าง 2: คาเฟ่

    • ค่าเช่า: 30,000 บาท/เดือน

    • ต้นทุนผันแปรต่อแก้วกาแฟ: 20 บาท

    • ราคาขาย: 50 บาท/แก้ว

    วิธีการคำนวณ

    จุดคุ้มทุน = 30,000/(50-20) = 1,000 แก้วต่อเดือน

    หมายความว่า คาเฟ่ต้องขายกาแฟ 1,000 แก้วต่อเดือนจึงจะคืนทุน

     

    ตัวอย่าง 3: ธุรกิจออนไลน์ขายเสื้อผ้า

    • ต้นทุนคงที่: 50,000 บาท

    • ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น: 200 บาท

    • ราคาขาย: 500 บาท

    วิธีการคำนวณ

    จุดคุ้มทุน = 50,000/(500-200) = ~167 ชิ้น

    หมายความว่า ธุรกิจออนไลน์ต้องขายเสื้อผ้า 167 ชิ้นจึงจะถึงจุดคุ้มทุน

     

    การใช้จุดคุ้มทุนในธุรกิจและการลงทุน

    การรู้ จุดคุ้มทุนในการลงทุน หรือ break-even การเงิน ช่วยให้เจ้าของธุรกิจและนักลงทุนวางกลยุทธ์ได้หลายด้าน เช่น

    • วางแผนยอดขาย: รู้ว่าต้องขายสินค้าเท่าไหร่เพื่อไม่ขาดทุน

    • ตั้งราคาให้ได้กำไร: กำหนดราคาขายที่เหมาะสม ทำให้ธุรกิจเริ่มมีกำไรเร็วขึ้น

    • ปรับกลยุทธ์ต้นทุน: ลดต้นทุนคงที่หรือผันแปร เพื่อทำกำไรได้เร็วขึ้น

    • วิเคราะห์โครงการลงทุน: ประเมินความเป็นไปได้และความเสี่ยงก่อนลงทุน เช่น การสร้างโรงงานหรือเปิดธุรกิจใหม่

    • ใช้ในการเทรด: วิเคราะห์ต้นทุน - กำไรของสินค้าหรือหุ้น ช่วยตัดสินใจซื้อขายได้แม่นยำ

     

    จุดคุ้มทุน vs Margin of Safety

    หลายคนมักสับสนระหว่าง จุดคุ้มทุน (Break-even) กับ Margin of Safety แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองมีความหมายและหน้าที่ต่างกัน

    ความแตกต่าง

    จุดคุ้มทุน (Break-even)

    Margin of Safety

    ความหมาย

    ระดับยอดขายที่ทำให้ไม่ขาดทุน

    ระยะปลอดภัยก่อนขาดทุน

    ใช้เพื่อ

    คาดการณ์ต้นทุน - กำไร

    วัดความเสี่ยงยอดขายต่ำ

    สรุปง่าย ๆ:

    • จุดคุ้มทุน = จุดเริ่มต้นที่ธุรกิจไม่ขาดทุน

    • Margin of Safety = ระยะปลอดภัยจากการขาดทุน ยิ่งสูงยิ่งมั่นใจว่าธุรกิจปลอดภัย

     

    สรุป

    จุดคุ้มทุน คือ จุดที่รายได้จากการขายสินค้าเท่ากับต้นทุนทั้งหมด ทำให้ธุรกิจไม่ขาดทุนแต่ยังไม่มีกำไร การเข้าใจจุดคุ้มทุนสำคัญมากในการวางแผนธุรกิจและกำไร ช่วยให้วางแผนยอดขาย กำหนดราคาขาย และประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ การเปรียบเทียบกับ Margin of Safety ยังช่วยให้เห็นระยะปลอดภัยก่อนขาดทุน ทำให้บริหารธุรกิจและลงทุนอย่างมั่นใจมากขึ้น

    สรุปด้วย AI

    พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

    เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

    no-risk
    Calculator Icon

    เครื่องคำนวณการเทรด

    คำนวณขนาดล็อตและความเสี่ยง

    สำรวจตอนนี้
    Converter Icon

    หน้าแปลงสกุลเงิน

    แปลงสกุลเงินแบบเรียลไทม์

    สำรวจตอนนี้
    Glossary Icon

    ศัพท์การเทรด

    เรียนรู้คำศัพท์และแนวคิดสำคัญของการเทรด

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    คำถามที่พบบ่อย

    จุดคุ้มทุน คือ จุดที่รายได้จากการขายสินค้า หรือบริการเท่ากับต้นทุนรวม หมายความว่าธุรกิจไม่ขาดทุน แต่ก็ยังไม่มีกำไร เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนที่จะเริ่มทำกำไร

    คุณสามารถเลือกใช้สูตรนี้ได้ จุดคุ้มทุน (หน่วย) = ต้นทุนคงที่ ÷ (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย) เช่น ต้นทุนคงที่ 10,000 บาท ราคาขาย 50 บาท ต้นทุนผันแปร 20 บาท → ต้องขาย 334 หน่วย

    จุดคุ้มทุน เป็นเพียงจุดที่ธุรกิจยังไม่ขาดทุน แต่ก็ยังไม่มีกำไร ส่วนกำไรคือรายได้ที่เกินต้นทุนรวมหลังจากถึงจุดคุ้มทุน

    ใช้ได้แน่นอน ช่วยวางแผนยอดขาย กำหนดราคาสินค้า และดูว่าต้องขายกี่ชิ้นจึงจะไม่ขาดทุน

    ช่วยวางแผนกำไรและต้นทุน ประเมินความเสี่ยง และใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนหรือขยายธุรกิจ ทำให้บริหารธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

    Margin of Safety คือ ระยะปลอดภัยของยอดขายเหนือจุดคุ้มทุน ช่วยบอกว่าธุรกิจมี “ความมั่นคง” มากน้อยแค่ไหน หากยอดขายลดลงยังไม่ถึงจุดขาดทุน

    แบ่งปันบล็อกนี้:

    Itsariya Doungnet

    Itsariya Doungnet

    SEO Content Writer

    อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ

    Risk Warning Icon

    เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

    เรียนรู้ต่อไป

    Liquidity คืออะไร? สภาพคล่องสำคัญต่อการซื้อขายอย่างไร

    Liquidity คืออะไร? Liquidity คือ สภาพคล่อง ในทางการเงิน หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้กลายเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สูญเสียมูลค่า ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้ใช้แค่ในธุรกิจหรือการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการการเงินส่วนบุคคลด้วย นอกจากนี้ Liquidity ยังแบ่งออกเป็น Market Liquidity ซึ่งหมายถึงความง่ายในการซื้อขายสินทรัพย์ในตลาดโดยไม่ทำให้ราคาผันผวนมาก และ Liquidity Management คือ การบริหารจัดการสภาพคล่องทั้งในระดับบุคคลหรือองค์กร เพื่อให้มีเงินสดเพียงพอรองรับความต้องการในแต่ละช่วงเวลาอย่างเหมาะสม   Liquidity...

    Itsariya Doungnet 3 ตุลาคม 2025

    การเทรดด้วยรูปแบบราคาแพทเทิร์น W : คืออะไร วิธีระบุและเทรดให้ได้กำไร

    แพทเทิร์น W คืออะไร? แพทเทิร์น W เป็นแพทเทิร์นการกลับตัวเป็นขาขึ้นที่เทรดเดอร์ใช้ในการระบุแนวโน้มขาขึ้นที่อาจเกิดขึ้นในตลาด แพทเทิร์นนี้สามารถระบุได้จากจุดต่ำสุดสองจุดที่ตามมาด้วยจุดสูงสุดสองจุดซึ่งสร้างเป็นรูปตัว "W" บนกราฟราคา อย่างไรก็ตามจุดต่ำสุดทั้งสองจุดไม่จำเป็นต้องอยู่ในระดับเดียวกันเสมอไปบางคนมักสับสนระหว่างแพทเทิร์น W กับแพทเทิร์น Double Bottom โดยแพทเทิร์น W เป็นคำเรียกโดยรวมที่ครอบคลุมทั้ง Double Bottom และแพทเทิร์นอื่น ๆ ที่มีลักษณะเป็นตัว W   การวิเคราะห์การก่อตัวของแพทเทิร์น...

    XS Editorial Team 14 กุมภาพันธ์ 2025
    scroll top