Facebook Pixel
Logo

การเทรดด้วยเทคนิคแนวขวาง (Volume Profile) : คืออะไรและเทรดอย่างไร?

Date Icon 27 กันยายน 2024
Review Icon เขียนโดย : XS Editorial Team

สารบัญ

    วอลุ่มแนวขวาง (Volume Profile) เป็นเครื่องมือแสดงกราฟที่มีปริมาณการซื้อขายที่ดำเนินการในระดับราคาที่เฉพาะเจาะจงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

    เครื่องมือนี้ช่วยให้นักเทรดเดอร์เข้าใจว่ามีการซื้อขายที่สำคัญเกิดขึ้นที่ใด บทความนี้จะสำรวจส่วนประกอบ ความสำคัญ และกลยุทธ์สำหรับการใช้วอลุ่มแนวขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพในกลยุทธ์การเทรดของคุณ

    สาระสำคัญ

    • Volume Profile เป็นเครื่องมือสร้างกราฟที่แสดงปริมาณการซื้อขายที่ดำเนินการในระดับราคา ต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด

    • Volume Profile ช่วยระบุระดับแนวรับ/แนวต้านที่สำคัญและความเชื่อมั่นของตลาดซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเทรดอย่างมีข้อมูล

    • การกลับตัวของเขตพื้นที่ที่ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นและการทะลุแนวของพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายน้อยจะเป็นกลยุทธ์หลักที่ใช้ประกอบกับไทม์เฟรมที่เข้ากับสไตล์การเทรดของคุณ

    วอลุ่มแนวขวาง (Volume Profile) คืออะไร?

    วอลุ่มแนวขวาง (Volume Profile) เป็นเครื่องมือแสดงกราฟที่ช่วยให้นักเทรดเดอร์วิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายที่ดำเนินการในระดับราคาต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด

    ซึ่งจะแตกต่างจากตัวบ่งชี้ปริมาณแบบดั้งเดิมที่แสดงปริมาณต่อหน่วยเวลา Volume Profile จะแสดงปริมาณการซื้อขายในแนวนอนทำให้เทรดเดอร์เห็นว่ามีการซื้อขายมากที่สุดที่จุดราคาใดบ้าง

    ส่วนประกอบของ Volume Profile

    เพื่อใช้กลยุทธ์การเทรดด้วยวอลุ่มแนวขวาง (Volume Profile) ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจส่วนประกอบหลักดังนี้:

    • ระดับราคา (Price Levels): แกนแนวนอนของกราฟ Volume Profile แสดงถึงระดับราคาต่าง ๆ ที่มีกิจกรรมการซื้อขายเกิดขึ้นในช่วงราคาหลากหลาย

    • ระดับปริมาณ (Volume Nodes): เป็นการแสดงภาพบนกราฟที่แสดงถึงจุดที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น:

      • ขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นสูง (High Volume Nodes - HVN): พื้นที่ที่มีกิจกรรมการซื้อขายจำนวนมาก แสดงถึงความสนใจที่แข็งแกร่ง และมักเป็นจุดแนวรับหรือแนวต้าน

      • เขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเบาบาง (Low Volume Nodes - LVN): พื้นที่ที่มีกิจกรรมการซื้อขายน้อย มักเกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วในโซนนี้เนื่องจากขาดความสนใจ

    • จุดควบคุม (Point of Control - POC): คือระดับราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในช่วงเวลาที่เลือก

    • เขตพื้นที่ที่ส่งผลดีต่อการเทรด (Value Area - VA):
      หมายถึงช่วงระดับราคาที่ 70% ของปริมาณการซื้อขายเกิดขึ้นพื้นที่นี้มีความสำคัญในการระบุโซนมูลค่าที่ยุติธรรมที่ตลาดมองว่าเกิดสมดุลระหว่างความสนใจในการซื้อและขาย

    • ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณ (Volume Weighted Average Price - VWAP):
      VWAP เป็นราคาเฉลี่ยที่คำนึงถึงปริมาณการซื้อขายในแต่ละระดับราคา ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจความเชื่อมั่นของตลาดได้อย่างครอบคลุมมากกว่าการใช้ราคาเฉลี่ยแบบง่าย

    ความสำคัญของ Volume Profile

    การวิเคราะห์ Volume Profile ช่วยระบุระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญซึ่งมีความจำเป็นต่อการตัดสินใจในการเข้าและออกจากการเทรด

    แตกต่างจากตัวบ่งชี้ปริมาณแบบดั้งเดิม Volume Profile ให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของตลาด โดยแสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์มีความสนใจซื้อหรือขายในระดับราคาใดมากที่สุด

    การเทรดด้วยเทคนิค Volume Profile ทำงานอย่างไร ?

    Volume Profile ทำงานโดยรวบรวมข้อมูลปริมาณการซื้อขายในแต่ละระดับราคาเพื่อสร้างการแสดงภาพรายละเอียดว่ามีกิจกรรมการซื้อขายมากที่สุดที่จุดใดบ้าง
    กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการซื้อขายหลายรายการเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของตลาดและระดับที่เทรดเดอร์มีความเคลื่อนไหวมากที่สุด

    นอกจากนี้ Volume Profile ไม่ทำงานในลักษณะเดียวกันในทุกตลาด เช่น ในตลาดฟอเร็กซ์ที่ไม่มีศูนย์กลางการซื้อขาย ข้อมูลปริมาณการซื้อขายไม่ตรงไปตรงมาเหมือนในตลาดที่มีศูนย์กลางการซื้อขาย เช่น ตลาดหุ้น ดังนั้นตัวบ่งชี้ Volume Profile จึงมักจะพึ่งพาข้อมูลจากผู้ให้บริการสภาพคล่องหรือโบรกเกอร์รายใหญ่

    สำหรับการแสดงผลตัวบ่งชี้ Volume Profile แสดงข้อมูลที่ถูกรวบรวมบนกราฟเป็นแถบแนวนอนตามแกนราคา
    ซึ่งแต่ละแถบจะแสดงถึงปริมาณการซื้อขายที่ดำเนินการในระดับราคาที่เฉพาะเจาะจงในช่วงเวลาที่เลือก

    การแสดงผลในแนวนอนนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถมองเห็นได้ทันทีว่าจุดใดมียอดปริมาณการซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีแนวรับและแนวต้านที่แข็งแกร่ง

    เทคนิคการวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ Volume Profile

    คุณสามารถวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ Volume Profile เพื่อตีความกิจกรรมทางตลาดได้หลายวิธี ดังนี้:

    การระบุแนวรับและแนวต้าน

    เขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นสูง (High-Volume Nodes - HVNs) บนกราฟ Volume Profile มักบ่งบอกถึงระดับแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง

    จุดราคาที่มีการซื้อขายมากหมายความว่าเทรดเดอร์ให้ความสนใจในพื้นที่เหล่านี้

    เขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเบาบาง (Low-Volume Nodes - LVNs) บ่งชี้พื้นที่ที่มีการซื้อขายน้อยซึ่งมักส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วในบริเวณนี้

    การวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของตลาด

    จุดควบคุม (Point of Control - POC) ซึ่งเป็นระดับราคาที่มียอดปริมาณการซื้อขายสูงสุดทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงสำคัญสำหรับนักเทรด

    ราคามักจะเคลื่อนไปยังระดับนี้เนื่องจากมีการซื้อขายจำนวนมาก

    นอกจากนี้เขตพื้นที่ที่ส่งผลดีต่อการเทรด (VA) ซึ่งแสดงช่วงระดับที่ 70% ของปริมาณการซื้อขายเกิดขึ้นช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจถึงช่วงมูลค่ายุติธรรมที่ตลาดมองเห็น

    การคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา

    ด้วยการตรวจสอบการกระจายของปริมาณการซื้อขายในระดับราคาต่าง ๆ นักเทรดเดอร์สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตได้

    ตัวอย่างเช่น การมีปริมาณการซื้อขายที่ระดับราคาสูงอาจบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่น ขาขึ้น ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายสูงที่ระดับราคาต่ำอาจบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่น ขาลง

    กลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Profile

    นักเทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์ Volume Profile เพื่อให้ได้เปรียบในตลาดได้หลายวิธี ดังนี้:

    1. การกลับตัวระยะสั้นของเขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นสูง

    กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการมองหาการกลับตัวของราคาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ซึ่งบริเวณนี้มักจะทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่งทำให้เป็นจุดที่ดีสำหรับการเข้าและออกจากการซื้อขาย

    2. การทะลุแนวในเขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเบาบาง

    การทะลุผ่านระดับราคาที่ต่ำเกิดขึ้นเมื่อราคาผ่านบริเวณที่มีปริมาณการซื้อขายน้อย ซึ่งมักจะมีการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วเนื่องจากขาดการซื้อขายทำให้เป็นโอกาสในกาซื้อขายแบบทะลุแนว

    3. การบ่งชี้เทรนด์ด้วยเทคนิคการกระจายตัว

    นักเทรดสามารถกำหนดแนวโน้มของตลาดโดยการตรวจสอบการกระจายของปริมาณการซื้อขายในระดับราคาต่าง ๆ

    แนวโน้มขาขึ้นมักจะมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นในระดับราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่แนวโน้มขาลงจะมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นที่ราคาต่ำ

    4. ระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ

    การวิเคราะห์ Volume Profile ช่วยระบุระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญโดยอิงจากกิจกรรมการซื้อขาย ในเขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นสูงมักจะทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง ในขณะที่เขตพื้นที่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเบาบางจะบ่งชี้จุดที่อาจเกิดแนวทะลุ

    วิธีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับ Volume Profile

    การเลือกกรอบเวลาที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ Volume Profile เป็นสิ่งสำคัญในการใช้ข้อมูลเชิงลึกให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ในการเทรดของคุณ

    กรอบเวลาที่เลือกจะมีผลอย่างมากต่อวิธีการตีความและนำข้อมูลปริมาณการซื้อขายไปใช้กับการซื้อขายของคุณต่อไปนี้คือวิธีการเลือกกรอบเวลาที่เหมาะสมตามความต้องการของคุณ:

    การเทรดระหว่างวัน (Day Trading)

    สำหรับนักเทรดระหว่างวันที่ทำการซื้อขายหลายครั้งในช่วงการเทรดเดียวกรอบเวลาที่สั้นเช่นกราฟ 1 นาที 5 นาที หรือ 15 นาที มักจะใช้ในการวิเคราะห์

    กรอบเวลาที่สั้นเหล่ายี้ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างวันได้อย่างละเอียดและวิเคราะห์การ กระจายปริมาณการซื้อขาย

    การใช้ Volume Profile บนกราฟเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุระดับแนวรับและแนวต้านภายในวัน จุดที่อาจเกิดแนวทะลุผ่านและตัดสินใจอย่างรวดเร็วโดยอิงจากบริบทของตลาดในขณะนั้น

    การเทรดแบบสวิง(Swing Trading)

    การเทรดแบบสวิงที่ถือสถานะการซื้อขายเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จะได้ประโยชน์จากการใช้กราฟ Volume Profile รายวันหรือรายสัปดาห์

    กรอบเวลาที่ยาวขึ้นเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์ได้เห็นภาพรวมของตลาดชัดเจนขึ้น เน้นพื้นที่ที่มีการซื้อขายปริมาณมาก ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงระดับแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง

    การวิเคราะห์การกระจายปริมาณการซื้อขายในช่วงเวลาที่ยาวนานช่วยให้การสวิงเทรดสามารถระบุระดับราคาที่สำคัญที่มีแนวโน้มจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาต่อไปในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ ช่วยในการวางแผนและจับจังหวะการเทรดได้ดีขึ้น

    การเทรดแบบถือสถานะ (Position Trading)

    การเทรดแบบถือสถานะซื้อขายเป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน มักจะใช้กรอบเวลาที่ยาวขึ้น เช่น กราฟรายสัปดาห์หรือรายเดือน

    การวิเคราะห์ Volume Profile บนกราฟเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจแนวโน้มระยะยาวและระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ

    การมองภาพในระยะยาวช่วยให้การเทรดแบบถือสถานะสามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น โดยจัดให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโดยรวมและระดับการซื้อขายหลักที่แสดงถึงความสนใจของนักลงทุนระยะยาว

    การวิเคราะห์หลายกรอบเวลา (Multi-Time Frame Analysis)

    นักเทรดเดอร์หลายคนใช้วิธีการวิเคราะห์หลายกรอบเวลาโดยการรวมข้อมูล Volume Profile จากกรอบเวลาต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจตลาดได้อย่างครอบคลุม

    ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์อาจใช้ Volume Profile รายสัปดาห์เพื่อระบุระดับแนวรับและแนวต้านหลัก จากนั้นจึงสลับไปใช้กราฟ 4 ชั่วโมงหรือกราฟรายวันเพื่อปรับแต่งจุดเข้าและออก

    วิธีนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจัดการเทรดระยะสั้นให้สอดคล้องกับแนวโน้มระยะยาวซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการซื้อขาย

    บทสรุป

    การนำ Volume Profile เข้ากับกลยุทธ์การเทรดของคุณจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบที่สำคัญโดยการเน้นให้เห็นว่ากิจกรรมการซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ระดับราคาใด

    ด้วยการเข้าใจและใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบหลักของ Volume Profile คุณจะสามารถระบุแนวรับและแนวต้านจุดที่อาจเกิดแนวทะลุและมุมมองตลาดโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าร่วมกับ XS วันนี้และเริ่มใช้ตัวชี้วัดนี้ในการเทรดของคุณ!

    คำถามที่พบบ่อย

    กฎ 80% ใน Volume Profile คืออะไร?

    กฎ 80% ใน Volume Profile ระบุว่าหากราคาผ่านเข้าสู่เขตพื้นที่ที่ส่งผลดีต่อการเทรด (Value Area) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดการซื้อขาย 70% ของปริมาณการซื้อขายในช่วงก่อนหน้า และอยู่ในพื้นที่นั้นนานถึงสองแท่งของแท่งสามสิบนาทีติดต่อกัน มีโอกาส 80% ที่ราคาจะเคลื่อนที่ผ่านเขตพื้นที่ที่ส่งผลดีต่อการเทรดทั้งหมด

    Volume Profile แสดงการซื้อและขายหรือไม่?

    ไม่ Volume Profile ไม่แยกแยะระหว่างการซื้อและการขายแต่จะแสดงปริมาณการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับราคาซึ่งเป็นภาพรวมของกิจกรรมการซื้อขายโดยไม่ระบุทิศทางของการซื้อขาย

    ตัวชี้วัดปริมาณการซื้อขายใดดีที่สุด?

    ตัวชี้วัดปริมาณการซื้อขายที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรดและความต้องการของคุณ

    Volume Profile เหมาะสำหรับการแสดงการกระจายปริมาณการซื้อขายตามระดับราคา ในขณะที่ตัวชี้วัดอย่าง On-Balance-Volume (OBV) และ Volume Weighted Average Price (VWAP) ก็นิยมใช้สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึกในรูปแบบอื่น ๆ

    ข้อเสียของการใช้ Volume Profile คืออะไร?

    ข้อเสียของการใช้ Volume Profile คือการที่ตัวชี้วัดนี้ต้องพึ่งพาข้อมูลปริมาณการซื้อขายที่แม่นยำ ซึ่งอาจเป็นปัญหาในตลาดที่มีศูนย์กลางการซื้อขายอย่างเช่นฟอเร็กซ์

    นอกจากนี้อาจต้องการบริบทเพิ่มเติมจากตัวชี้วัดอื่น ๆ และอาจไม่ให้สัญญาณที่ชัดเจนในทุกสภาวะตลาด

    สรุปเนื้อหาด้วย AI

    พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

    เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

    no-risk
    Calculator Icon
    เครื่องคำนวณการเทรด

    คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

    เริ่มใช้งาน
    Converter Icon
    หน้าแปลงสกุลเงิน

    แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

    เริ่มใช้งาน
    Glossary Icon
    คลังคำศัพท์การเทรด

    รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

    เรียนรู้เพิ่มเติม
    แบ่งปันบล็อกนี้:
    Risk Warning Icon

    เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    วิธีอ่านกราฟแท่งเทียนมือใหม่ ปี 2026 (ฉบับปูพื้นฐาน)

    กราฟแท่งเทียน คืออะไร? กราฟแท่งเทียน คือ ราคาที่มีการสรุปมาในแบบแท่งเทียน ไม่ว่าจะเป็น ไส้เทียน ตัวเทียน ล้วนแล้วเป็นราคาทั้งหมด แล้วแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? แท่งเทียนเกิดขึ้นจากเหล่านักเทรด นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กองทุน ธนาคาร สถาบัน และ องค์กรที่เกี่ยวกับการเงินต่างๆ นำเงินเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ จากนั้นระบบตลาดก็จะมีการจับคู่ราคาซื้อขายกัน รวบรวมราคาตามช่วงเวลาที่มีจำนวนเงินเข้ามา และวาดออกมาเป็นแท่งเทียน เพื่อให้ผู้ที่นำเอาเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ หรือ นักลงทุนทุกๆ...

    Itsariya Doungnet 23 มกราคม 2026

    อินดิเคเตอร์ ADX: สูตรการคำนวณ การใช้งาน และเคล็ดลับกลยุทธ์

    อินดิเคเตอร์ ADX คืออะไร? Average Directional Index (ADX) เป็นอินดิเคเตอรืทางเทคนิคที่พัฒนาขึ้นเพื่อวัดความแข็งแกร่งและทิศทางของแนวโน้มในตลาดการเงิน แตกต่างจากอินดิเคเตอร์หลายตัวที่เน้นเฉพาะทิศทางของราคา ADX ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่าตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มหรือไม่และแนวโน้มนั้นมีความแข็งแกร่งมากเพียงใดไม่ว่าราคาจะเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงก็ตาม ADX ใช้งานบนสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยค่าที่ยิ่งสูงบ่งบอกถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นค่าที่ต่ำกว่า 20 มักบ่งชี้ว่าตลาดไม่มีแนวโน้มหรือแนวโน้มอ่อนแอและค่าที่สูงกว่า 40 บ่งชี้ว่าแนวโน้มมีความแข็งแกร่ง เทรดเดอร์มักใช้ระดับเหล่านี้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจว่าจะใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้มหรือหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดไม่ชัดเจน อีกหนึ่งจุดเด่นของอินดิเคเตอร์ ADX คือ...

    XS Editorial Team 13 กุมภาพันธ์ 2025

    โดจิสุสาน : คืออะไรและจะซื้อขายได้อย่างไร?

    โดจิสุสาน (Gravestone Doji) เป็นแพทเทิร์นกราฟแท่งเทียนที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัวของตลาดหมีมีลักษณะมีไส้ยาวด้านบนและไส้ล่างเล็กน้อยหรือไม่มีไส้ด้านล่างเลยโดยราคาเปิด ราคาปิด และราคาต่ำแทบจะใกล้เคียงกัน ในบทความนี้เราจะสำรวจว่าโดจิสุสาน คืออะไร, รูปแบบการก่อตัว ความสำคัญ และกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพที่คุณสามารถใช้เพื่อใช้ประโยชน์จากสัญญาณนี้ไปดูกันเลย! สาระสำคัญ โดจิสุสานเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัวของตลาดหมีโดยมีลักษณะมีไส้ยาวด้านบนและไส้ล่างเล็กน้อยหรือไม่มีไส้ด้านล่างเลย แพทเทิร์นนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อปรากฏที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นและควรได้รับการยืนยันด้วยอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่นๆ เช่น ปริมาณการซื้อขาย RSI หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ การทำความเข้าใจและการเทรดด้วยรูปแบบโดจิสุสานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องรู้จักรูปแบบการก่อตัวและความสำคัญของมันและใช้กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงเพื่อเพิ่มความสำเร็จ โดจิสุสานคืออะไร? โดจุสุสาน (Gravestone Doji) เป็นแพทเทิร์นกราฟแท่งเทียนที่ปรากฏในวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัวของตลาดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะมีไส้ยาวด้านบนและไส้ล่างเล็กน้อยหรือไม่มีไส้ด้านล่างเลยโดยราคาเปิด...

    XS Editorial Team 1 สิงหาคม 2024
    scroll top