ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
โบรกเกอร์ คือ สิ่งแรกที่นักเทรด Forex จำเป็นต้องมีก่อนเริ่มเทรด เพราะโบรกเกอร์ คือ ตัวกลางที่คอยส่งคำสั่งซื้อขายระหว่างนักเทรดกับตลาดแลกเปลี่ยนการเงินระดับโลก การเลือกโบรกเกอร์ คือ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถทำตามเป้าหมายการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อ่านต่อในบทความนี้ได้เลย
โบรกเกอร์ Forex คือ ตัวกลางระหว่างนักเทรดกับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เป็นช่องทางที่ให้นักเทรดสามารถเข้ามาทำกำไรระหว่างแลกสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงิน แต่ละโบรกเกอร์ที่ให้บริการนี้ ต่างก็มีการชาร์จค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการเทรดหลากหลายรูปแบบ ที่นักเทรด Forex จำเป็นต้องรู้ค่าธรรมเนียมต่างๆ นี้ รวมไปถึงเครื่องมือที่มากับข้อเสนอ เพื่อเลือก โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด ให้กับตัวเอง เรามาดูกันต่อเลยค่ะว่า มีวิธีในการเลือก โบรกเกอร์ Forex กันอย่างไรบ้าง
เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ดี ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง!
โบรกเกอร์ Forex คือ ตัวกลางที่ให้นักเทรดสามารถเข้าซื้อขายตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไทย
คุณควรเลือก โบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับใบอนุญาสากลมาเรียบร้อยแล้ว และ ได้รับความน่าเชื่อถือจากนักเทรด
โบรกเกอร์ Forex มีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่นักเทรดจำเป็นต้องรู้ เพื่อนำไปใช้พิจารณาเพิ่มเติมก่อนสมัคร
โบรกเกอร์ Forex ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง นักเทรด กับ ตลาดแลกเปลี่ยนสากล เพื่อให้คุณสามารถเทรดได้ง่ายๆ ผ่านแอพมือถือ หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ แค่มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
นักเทรด สามารถทำกำไรได้ผ่านการซื้อขายสกุลเงิน ด้วยการใช้เทคนิคต่างๆ ในการอ่านราคา เช่น เทคนิคแบบ Technical และ เทคนิคแบบ Fundamental เป็นต้น
การเลือกโบรกเกอร์ forex ที่น่าเชื่อถือ ในไทย เป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาดูรายละเอียดกันต่อด้านล่างนี้เลย
โบรกเกอร์มีบทบาทที่มีความสำคัญทั้งหมด 4 ข้อหลักๆ ในการช่วยให้นักเทรดสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ คือ
โบรกเกอร์ คือ ตัวกลางที่คอยรับออเดอร์จากนักลงทุน และ ส่งคำสั่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก เพื่อทำกำไร ช่วยให้การลงทุนของคุณสะดวกและปลอดภัย
โบรกเกอร์ มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลนักลงทุนทุกคน เพื่อช่วยให้คุณสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น และ เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ
มีทีมนักวิเคราะห์มืออาชีพที่ช่วยให้คุณเรียนรู้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค และ ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจของคุณ
โบรกเกอร์คอยพัฒนาแพลตฟอร์มที่ซื้อขายหลักทรัพย์นี้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของนักลงทุน ทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการลงทุนและฟีเจอร์ต่างๆ
นักเทรดมือใหม่ที่กำลังมองหา โบรกเกอร์ Forex กันอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นหาจากอะไรก่อนดี เรามาดูเช็คลิสที่เราได้รวบรวมมากันต่อได้เลย นี่จะเป็นแนวทางให้คุณสามารถทำตาม เพื่อตรวจสอบก่อนเลือกโบรกเกอร์ของคุณ
โบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือ จำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตที่ได้รับอย่างถูกต้องตามสากล ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าวจะใช้ทั้งระยะเวลา, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และ ยังถูกทางองค์กรควบคุมอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อให้แน่ใจว่า โบรกเกอร์นี้มีความน่าเชื่อถือจริง ไม่สามารถโกง หรือ หนีไปได้
ทางหน่วยงานรัฐจะเป็นผู้ดูแลด้านการเงินที่เข้าออกระหว่างนักเทรดและโบรกเกอร์ หากทุกอย่างมีการตรวจสอบแล้วผ่าน โบรกเกอร์ก็จะได้รับใบอนุญาตออกมา ซึ่งเราสามารถตรวจสอบเลขใบอนุญาตที่โบรกเกอร์ใส่ไว้ได้ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของหน่วยงานดังกล่าว กรอกหมายเลข แล้วรอฟังผลได้เลย
ใบอนุญาตที่ได้รับการยอมรับสากล มีดังนี้:
ใบอนุญาต Financial Conduct Authority (FCA) - ประเทศอังกฤษ
ใบอนุญาต Australian Securities and Investment Commission (ASIC) - ปรเทศออสเตรเลีย
ใบอนุญาต Commodity Futures Trading Commission (CFTC) - ประเทศสหรัฐอเมริกา
ใบอนุญาต Swiss Financial Market Supervisory Authority (FINMA) - ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ใบอนุญาต Japanese Financial Services Authority (JFSA) - ประเทศญี่ปุ่น
ใบอนุญาต Cyprus Securities and Exchange Comission (CySEC) - ประเทศไซปรัส
ใบอนุญาต Financial Sector Conduct Authority (FSCA) - ประเทศแอฟริกาใต้
หากโบรกเกอร์ Forex ที่คุณกำลังดูอยู่ ได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าผ่านไปอีกหนึ่งขั้นตอน
ต่อมา ให้เรามาดูเรื่องความปลอดภัยของโบรกเกอร์กันต่อ ซึ่งโบรกเกอร์ที่ดีจะต้องมีความปลอดภัยแน่นหนา เช่น มีขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนมากกว่าแค่การใส่รหัสผ่าน
โบรกเกอร์จำเป็นต้องมีการตรวจสอบหน้า Face Authentication, การตรวจสอบรอยนิ้วมือ Biometric Authentication, การเพิ่มขั้นตอนการล็อคอินอย่าง 2FA เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของคุณอย่างแน่นอน เว็บไซต์จะต้องมี SSL เพื่อป้องกันส่งข้อมูลระหว่างเว็บไซต์ เป็นต้น
หลักประกัน Forex คือ เงินประกันในการซื้อขายที่คุณจะต้องฝากกับทางโบรกเกอร์ เพื่อให้คุณสามารถเปิดออเดอร์ด้วย leverage ที่สูงกว่าเงินทุนของคุณ ซึ่งนี่จะช่วยให้คุณรู้ว่า
คุณสามารถเทรด Forex กับโบรกเกอร์นี้ได้ยืดหยุ่นแค่ไหน โดยเงื่อนไขของระดับ Margin ก็ขึ้นอยู่กับเงินทุนและสไตล์การเทรดของคุณ เช่น โบรกเกอร์อาจให้ Margin ตั้งแต่ 50%, 80% กรือ 100% เป็นต้น
ประเภทบัญชีโบรกเกอร์ Forex ก็เป็นอีกปัจจัยในการเลือกโบรเกอร์ เพราะแต่ละประเภทบัญชีก็มีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป บางประเภทเหมาะกับนักเทรดมืออาชีพ ก็จะมีข้อเสนอที่เหมาะกับนักเทรดที่ลงเงินเทรดเยอะ
ส่วนบางประเภทก็เหมาะกับนักเทรดที่เพิ่งเริ่ม ที่ยังไม่พร้อมลงเงินเทรดจำนวนมาก เพราะฉะนั้นแล้ว คุณควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไข กฎเกณฑ์ และ หลักการต่างๆ ที่คุณต้องนำมาเปรียบเทียบ เพื่อเลือกประเภทที่เหมาะที่สุด
ตรวจสอบแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่โบรกเกอร์รองรับ ปกติแล้วก็จะเป็นแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 หากเป็นแพลตฟอร์ที่นอกเหนือจากนี้ ก็ให้ลองพิจารณาจากสไตล์การเทรดของคุณ
ความสะดวกสบาย และ สินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรดอื่นๆ ซึ่งข้อดีข้อเสียของแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 มีตามนี้
MetaTrader 4 (MT4)
MetaTrader 5 (MT5)
แพลตฟอร์มที่เหมาะกับมือใหม่
แพลตฟอร์มที่เหมาะกับนักเทรดที่มีประสบการณ์
ไม่ค่อยมีความซับซ้อนในการเทรด
ค่อนข้างซับซ้อน เพราะประเภทคำสั่งมากกว่า
มีเครื่องมือ Indicator มากมาย
เครื่องมือ Indicator มากกว่า MT4
รองรับการใช้งานผ่านคอม มือถือ และหน้าเว็บ
สามารถเทรดได้สินทรัพย์หลากหลายประเภท
การเทรด Forex กับ เครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นของคู่กัน ซึ่งคุณควรตรวจสอบดูว่า มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่คุณใช้อยู่ไหม เช่น เครื่องมือวาดกราฟ หรือ Indicator พื้นฐาน เช่น MACD, RSI, Moving Average และอื่นๆ
เพราะนี่จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณหาจังหวะในการเข้าออกตลาด และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณวิเคราะห์ตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
นักเทรดควรตรวจสอบการทำธุรกรรมภายในประเทศ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคารในไทย หรือจะเป็น การโอนด้วย QR code เป็นต้น เพื่อความสะดวกสบายในการฝากและการถอน ต่อมาให้เราตรวจสอบระยะเวลาในการทำธุรกรรม สิ่งสำคัญคือความรวดเร็วทั้งการฝากและการถอน เพื่อความสบายใจของคุณเอง อีกอย่างควรดูว่ามีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ชัดเจนผ่านเงื่อนไขบนเว็บไซต์
โบรกเกอร์จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบแจ้งล่วงหน้า แต่ส่วนมากแล้ว จะแอบมากับการเทรดและการทำธุรกรรมผ่านโบรกเกอร์ เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย เพื่อให้นักเทรดใช้ในการพิจารณาการเลือกโบรกเกอร์
ค่า Spread คือ ส่วนต่างระหว่างการซื้อและขาย เป็นค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นมา ค่าธรรมเนียมนี้จะขึ้นอยู่กับบัญชีที่คุณเลือกสมัคร และ ความผันผวนของตลาด
ค่า Commission คือ ค่าที่โบรกเกอร์เรียกเก็บนอกเหนือจาก Spread แต่ส่วนมากแล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้รวมเข้าไปไว้ในค่า Spread แล้ว
ค่า Swap คือ ค่าธรรมเนียมของนักเทรดที่เปิดออเดอร์สั่งซื้อไว้ข้ามคืน โดยจะคิดจากความต่างอัตราดอกเบี้ยของคู่เงินที่คุณถืออยู่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อรายได้ของคุณ
ค่าธรรมเนียมฝากถอน คือ ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์คิดในการฝากหรือการถอนเงิน โดยเฉพาะการทำรายการผ่านบัตรเครดิต หรือ การโอนผ่าน E-wallet อื่นๆ
นักเทรดควรตรวจสอบว่าทางโบรกเกอร์มีเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าคนไทยด้วย เพราะแน่นอนว่าการสื่อสารกับคนไทยด้วยกันเองจะง่ายกว่าและรวดเร็วกว่าแน่นอน
เจ้าหน้าที่ควรมีการบริการด้วยคำพูดจาที่ไพเราะและสามารถช่วยคุณแก้ปัญหาได้จริง การบริการลูกค้าทั้งผ่านหน้าเว็บไซต์และมือถือ ก็จะยิ่งช่วยให้คุณติดต่อได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพียงแค่มือถือเครื่องเดียวก็สามารถติดต่อได้ทุกที่ทุกเวลา
นักเทรดควรอ่านรีวิวโบรกเกอร์ที่คุณให้ความสนใจ เพื่อเห็นอีกมุมมองจากผู้ใช้งานจริง นี่จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น บางโบรกเกอร์มีจุดเด่นจุดด้อยในการให้บริการที่แตกต่างกัน
ที่บางครั้งคุณก็อาจจะรู้ผ่านกลุ่มผู้ใช้งานกันมาก่อนเท่านั้น แน่นอนว่าทุกโบรกเกอร์ย่อมมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่หากโบรกเกอร์ที่มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งานจริงได้มากกว่า
โบรกเกอร์ Forex บางรายก็มีบริการสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น บัญชีทดลอง Demo, การบริการเครื่องมือวิเคราะห์, ข่าวสารที่มีผลกระทบกับตลาดสินทรัพย์, การเทรดแบบ Copy Trade และ แคมเปญอื่นๆ
ที่จะเพิ่มความคุ้มค่าในการเทรดให้กับนักเทรด หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการเทรดเยอะๆ เลือกโบรกเกอร์ที่มีแคมเปญการเทรดบ่อยๆ ก็จะตอบโจทย์ให้กับคุณมากกว่า
หากคุณกำลังมองหาว่าควร เทรด forex โบรกไหนดี ในปี 2569 ในประเทศไทย กันอยู่ล่ะก็ คุณก็สามารถเลือกใช้เช็คลิสที่เราได้เขียนไว้ในบทความนี้ได้เลยค่ะ เพื่อให้คุณสามารถเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุดที่เข้ากับสไตล์การเทรดของคุณ ทั้งการตรวจสอบใบอนุญาต, ตรวจสอบความปลอดภัย, ประเภทบัญชีโบรกเกอร์ และอื่นๆ
นอกจากนี้แล้ว คุณก็ยังสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์มักจะชาร์จ แต่มือใหม่อาจจะไม่ได้สังเกตเห็น เพราะค่าธรรมเนียมเหล่านี้ส่วนมากจะไม่ได้มีการเขียนบอกนักเทรดไว้ เช่น ค่า Spread, ค่าคอมมิชชัน, ค่า Swap และอื่นๆ เพื่อให้คุณพิจารณาในการเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการเทรดของคุณ
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
การเลือกโบรกเกอร์ประเภท Non Dealing Desk (NDD) แน่นอนว่า เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะมีความน่าเชื่อถือมากที่สุุด ปลอดภัย และ มีกราฟราคาที่โปร่งใสมากกว่า
นักเทรดควรเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับใบอนุญาตมาแล้ว มีให้บริการสินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรด ค่าสเปรดต่ำ เป็นโบรกเกอร์ที่นำเสนอกราฟราคาผ่านตรงจากธนาคารกลาง
มีค่ะ นักเทรดคนไทยส่วนมากเลือกใช้โบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตสากล และ ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้ทั่วโลก เพราะปัจจุบันยังไม่มีโบรกเกอร์ของไทยที่ได้รับใบอนุญาต
หากคุณเป็นนักเทรดที่ชอบเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ ก็ควรเลือกโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการ Leverage ระดับสูง ซึ่งนี่ก็เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับคุณ แต่อย่าลืมบริหารความเสี่ยงไปพร้อมๆ กันด้วยเช่นกัน
โบรกเกอร์ Forex ส่วนมาก จะกำหนดเงินฝากไว้ประมาณ 300-500 บาท เป็นขั้นต่ำ ซึ่งนี่ก็จะอยู่ราวๆ $10 สำหรับบัญชีเทรดจริง แต่ทั้งนี้แล้วก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการฝากอื่นๆ ด้วย
ทุกโบรกเกอร์ Forex ส่วนมาก มีให้บริการบัญชีทดลอง Demo เพื่อให้นักเทรดสามารถฝึกฝนการเทรดในตลาด Forex และ เป็นจุดเด่นที่ช่วยดึงดูดนักเทรดรายใหม่ๆ เข้าโบรกเกอร์ได้อย่างดี
Itsariya Doungnet
นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค
อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
Stochastic Oscillator คืออะไร Stochastic Oscillator หรือ ที่เรียกย่อ ๆ ว่า STO เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา โดยเปรียบเทียบ ราคาปิดปัจจุบัน กับ ช่วงราคาสูงสุด - ต่ำสุด ในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้ถูกคิดค้นโดย George Lane ในปี 1950...
7 แอปเทรดหุ้น และ เพลตฟอร์มหุ้นยอดนิยมในไทย ปี 2026 หากคุณกำลังสนใจเทรดหุ้น แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือก แอปเทรดหุ้นแบบไหนดี และ เพลตฟอร์มที่เคยได้ยินกันมาบ้าง สรุปเอาไว้ใช้อะไร แล้วทำไมคุณจำเป็นต้องรู้ พร้อมแนะนำฟีเจอร์ต่างๆ ในการใช้งาน ชื่อ ประเภท การใช้งาน ข้อจำกัด XS Mobile App แอปเทรดหุ้น ซื้อขายหุ้น และ...
ลงทุนหุ้นปันผล คืออะไร? ลงทุนหุ้นปันผล คือ การที่คุณซื้อหุ้นบริษัทที่มีความมั่นคง เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ ซึ่งเมื่อบริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินการ คุณก็จะได้เงินปันผลจากจำนวนเงินทุนที่ลงทุนไปนั่นเอง อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น โครงสร้างการเงินของบริษัท, กำไรสะสม, หนี้บริษัท, รายจ่ายบริษัท และอื่นๆ เราจะได้เงินปันผลยังไง? มาดูตัวอย่างกันค่ะ สมมุติว่า บริษัท A สร้างกำไรได้ 200 ล้าน...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ