ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
ในบทความนี้เราจะพา นักเทรดมือใหม่ ที่สนใจเริ่ม เทรดทอง เข้ามาทำความรู้จักกับ วิธีการเทรดทองคำ อย่างละเอียด ครบจบที่บทความนี้ที่เดียว หากคุณยังไม่เข้าใจว่า ทองคำคืออะไร เรามาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ กัน ทองคำ คือ สินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและมั่นคง หรือ สินทรัพย์ปลอดภัย ที่เป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักลงทุนทั้งรายย่อยและรายใหญ่ อ่านต่อได้เลย
เทรดทองคืออะไร ความรู้พื้นฐานที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุน เทรดทอง คือ การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น MT4 หรือ MT5 เพื่อเก็งกำไร
วิธีการเทรดทองคำ มีหลายแบบ เช่น Spot, CFD, ฟิวเจอร์ส และ ETFs แต่ละแบบมีระดับความเสี่ยงและความยืดหยุ่นต่างกัน
การเทรดทอง เปลี่ยนไปตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น อัตราเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความต้องการในตลาด
เริ่มต้นเทรดทองได้เพียง เปิดคำสั่งซื้อ-ขายใน Forex เช่น XAU/USD เพียงใช้เลเวอเรจ เพิ่มกำไรจากเงินเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ
เทรดทอง คือ การเทรดทองคำออนไลน์ เพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาในตลาดโลก เพียงแค่เปิดสัญญาณเทรดทอง ผ่านเพลตฟอร์ม MT4, MT5 หรือ โบรกเกอร์เทรดทอง การทำกำไรจากการเทรดทองก็คือ การซื้อขายตามราคาทองในตลาด หรือ การซื้อขายระยะสั้น นักลงทุนสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินทุนไม่มาก
เทรดทองคำ สามารถลงทุนได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนแต่ละคน ซึ่งรูปแบบหลักๆ มีดังนี้:
เทรดทอง Spot คือ การซื้อขายทองคำราคาตลาดปัจจุบัน จะอิงราคาทองคำจากตลาดโลก เช่น ตลาดนิวยอร์ก (COMEX) หรือ ตลาดลอนดอน ที่มักจะใช้ในแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง การเทรด Forex คุณสามารถทำกำไรได้จากการ ซื้อเมื่อราคาลง และขายออกเมื่อราคาขึ้น เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ เทรดทองระยะสั้น-กลาง
เทรดทองแบบ CFD คือ การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาทอง คุณสามารถเปิดคำสั่งซื้อขายได้จากการวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ นอกจากนี้แล้วก็สามารถใช้ เลเวอเรจ (Leverage) เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุนได้ รูปแบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านการลงทุนและการ วิเคราะห์ราคาทอง เพราะมีความเสี่ยงสูง ต้องบริหารเงินทุนให้ดี
ฟิวเจอร์สทองคำ (Gold Futures) เป็นสัญญาซื้อขายล่างหน้า หมายความว่า จะมีการตกลงราคากันในปัจจุบัน แต่จะทำการส่งมอบกลับให้ในอนาคต ตามวันที่และราคาที่กำหนดในสัญญา คุณสามารถเปิด สัญญาซื้อ หากคิดว่าราคาทองจะขึ้น หรือ สัญญาขาย หากคิดว่าราคาทองจะลง ข้อดีของรูปแบบนี้คือ คุณสามารถทำกำไรเทรดทองฟิวเจอร์สได้ทั้งตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง
การลงทุนทองคำ ETFs (Gold Exchange Traded Funds) คือ การลงทุนในกองทุนทองคำ ที่มักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนเพื่อซื้อทองคำแท่งจริง แต่คุณไม่ต้องซื้อหรือเก็บทองคำเอง เป็นการที่นักลงทุนได้ซื้อหน่วยลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์เหมือนการเทรดหุ้นทั่วไป ราคากำไรจะเปลี่ยนแปลงไปตามราคาขึ้นลงของทองคำ เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว
ราคาทองคำ ตลาด Forex จะใช้สัญลักษณ์ สกุลเงินเทียบกับราคาทองคำ ว่า XAU/USD หมายถึง ราคาทองคำ (XAU) เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น XAU/USD ที่ราคา 2,300 แปลว่า ราคาทองคำ 1 ออนซ์ มีมูลค่า 2,300 ดอลลาร์
คุณจะเห็นการเคลื่อนไหวราคาจากเพลตฟอร์ม เทรดทองคำ หากกราฟราคาทองขึ้น ก็หมายความว่า ราคาทองคำเพิ่มขึ้น แต่หากกราฟเคลื่อนตัวต่ำลง ก็หมายความว่า ราคาทองลง คุณสามารถ เทรดทองคำได้ 2 แบบ คือ ซื้อ และ ขาย ตามส่วนต่างของราคา ที่เราเรียกว่า Spread หรือ ต้นทุน การเก็งกำไรทองคำ
เพื่อให้คุณเห็นภาพรวม ขั้นตอน การเทรดทอง ตลาด Forex จากที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นของราคาทองที่ XAU/USD = 2,300 ขนาดล็อตที่ 0.1 (10 ออนซ์) สมมุติว่า โบรกเกอร์ให้เลเวอเรจ เลเวอเรจ 1:100
คุณสามารถเปิดคำสั่งซื้อที่ราคา 2,300 ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ราคาทองก็จะขึ้นเป็น 2,310 ก็หมายความ ราคาทองขึ้นไป10 ออนซ์ เมื่อคุณได้ปิดคำสั่งเพื่อทำกำไร นั่นก็หมายความว่า คุณจะได้รับกำไร 100 ดอลลาร์ จากการคำนวณ 10 ดอลลาร์ × 10 ออนซ์
คุณสามารถเปิดคำสั่งขายที่ราคา 2,300 ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ราคาทองลงมาเป็น 2,290 หรือ ราคาทองลดลงไป 10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากนั้นคุณปิดคำสั่งเพื่อทำกำไร นั่นก็หมายความว่า คุณจะได้รับกำไร 100 ดอลลาร์ ที่มาจาก 10 ดอลลาร์ × 10 ออนซ์
ความผันผวนของราคาทอง เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยหลากหลาย ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่มีผลต่อทั้งตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยรวม ก็มีดังนี้
เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาสินค้าทั่วไปก็จะสูงขึ้นด้วย แต่ทองคำมักถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จากเงินเฟ้อได้ดี เพราะราคาทองมักจะเพิ่มขึ้น เมื่อมูลค่าเงินลดลง ดังนั้นเมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น นักลงทุนมักหันมาซื้อทองคำ เพื่อรักษามูลค่าของเงินทุน เป็นการลงทุนที่ปลอดภัย ซึ่งจะผลักดันให้ราคาทองคำสูงขึ้น
การซื้อขายทองคำส่วนใหญ่จะใช้สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ดังนั้นเมื่อค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น ราคาทองมักจะลดลง เนื่องจากทองคำจะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่นๆ ในทางกลับกัน เมื่อดอลลาร์ อ่อนค่าลง ราคาทองจะเพิ่มขึ้น เพราะทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่อ่อนแอลง
ช่วงที่เศรษฐกิจเกิดวิกฤตหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะถดถอย (Recession), การระบาดของโรค, หรือวิกฤตการณ์การเงินทั่วโลก เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ นักลงทุนมักจะมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น ทองคำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ดังนั้นราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ความต้องการตลาดทองคำทั้งจาก นักลงทุน และ อุตสาหกรรม เช่น การผลิตเครื่องประดับ หรือ อิเล็กทรอนิกส์ มีผลต่อราคาทองคำอย่างมาก หากมีความต้องการทองคำสูง ราคาทองก็จะเพิ่มขึ้น ในทางตรงข้ามหากความต้องการลดลง ราคาทองจะลดลงด้วย นอกจากนี้การซื้อทองคำจาก ธนาคารกลาง ของประเทศต่างๆ ก็ส่งผลต่อราคาทองคำเช่นกัน
เทรดทองคำ มีข้อดีหลายประการที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้ นี่คือข้อดีหลักๆ ของการ เทรดทอง:
ทองคำมักถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ที่ปลอดภัย หรือ Safe Haven สามารถ เทรดทองผ่านแอป ได้สะดวก สามารถเลือกเทรดช่วงที่ตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ เกิดความผันผวนได้ นักลงทุนหลายคนจึงหันมาซื้อทองคำกัน เพราะมีมูลค่าคงที่และไม่ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน ทำให้เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น
ทองคำมี สภาพคล่องสูง หมายความว่า คุณสามารถซื้อขายได้ง่ายและรวดเร็วในตลาดโลก นักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำได้ตลอดเวลา เนื่องจากตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในหลายๆ ประเทศ สามารถหาเวลาเทรดทองที่ดีที่สุด ที่คุณสะดวกได้เลย ไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา
คุณสามารถเลือกลงทุนได้หลายวิธีที่ต้องการ เช่น การซื้อทองคำจริง, การซื้อผ่านกองทุน ทองคำ ETFs หรือ การเทรดทองคำในตลาดฟอเร็กซ์ (XAU/USD) แต่ละวิธีก็จะมีระยะเวลาในการลงทุนที่แตกต่างกัน อย่างการซื้อทองคำจริง ก็จะเหมาะกับการลงทุนระยะยาว ในขณะที่การเทรด ก็จะเหมาะกับการทำกำไรระยะเวลาลงทุนระยะสั้น
ตอนนี้มือใหม่นัดเทรดก็น่าจะเข้าใจกันแล้วว่า เทรดทองคืออะไร ซึ่งนอกจากข้อดีการเทรดทองคำแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนควรระวังเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว การจัดการความเสี่ยงในการเทรดทอง ที่มีประสิทธิภาพ นี่คือความเสี่ยงหลัก ๆ ที่ต้องระวังในการ เทรดทองคำ:
ราคาทองคำ มีความผันผวนสูง ที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในระดับโลก เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ หรือความตึงเครียดทางการเมือง ที่ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวเร็วกว่าปกติและไม่มีทิศทางแน่นอน อาจทำให้นักลงทุนเกิดการขาดทุนได้ เพราะฉะนั้นแล้ว นักเทรดจำเป็นต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา
การใช้ เลเวอเรจ ในการ เทรดทองคำ สามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนด้วยเช่นกัน หากใช้เลเวอเรจเกินกว่าที่ควรจะเป็น อาจทำให้การขาดทุนมากกว่ากำไร และอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจการใช้เลเวอเรจ รวมถึงวิธีการคำนวณอย่างละเอียด เพื่อควบคุมระดับความเสี่ยง
เทรดทองคำ ผ่านโบรกเกอร์ อาจมี ค่าธรรมเนียมเทรดทอง ต่าง ๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่น, ค่าสเปรด หรือค่าธรรมเนียมการฝากถอน ซึ่งอาจลดกำไรจากการลงทุนได้ หากคุณไม่ได้เลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสมหรือไม่มีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว คนักลงทุนจึงควรพิจารณาค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ให้ดี
นักลงทุนมือใหม่ ที่สนใจเริ่มต้น เทรดทอง ควรมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน อย่าง การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับทองคำ เพราะนี่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการทำกำไรได้มากกว่า:
แนวรับ (Support) คือ ระดับราคาที่หยุดลงและกลับตัวขึ้น เพราะมีแรงซื้อสะสมในระดับนั้น ส่วนแนวต้าน (Resistance) คือ ระดับราคาที่หยุดขึ้นและกลับตัวลง เพราะมีแรงขายสะสมในระดับนั้น ช่วยให้คุณรู้จุดเข้าออกที่เหมาะสม เช่น ซื้อเมื่อราคาทองดีดจากแนวรับ หรือขายเมื่อราคาทองใกล้แนวต้าน
การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เช่น กราฟแท่งเทียน (Candlestick) หรือ อินดิเคเตอร์สำหรับเทรดทอง ได้แก่ เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average), MACD, RSI ฯลฯ จะช่วยให้นักเทรดมือใหม่สามารถวิเคราะห์แนวโน้มของราคาทองได้ดีขึ้น การดูรูปแบบกราฟสามารถช่วยในการตัดสินใจว่า ควรเข้าซื้อหรือขายเมื่อใด และยังช่วยในการจับจังหวะตลาดที่เหมาะสม
การตั้ง Stop Loss/Take Profit ทองคำ คือ การจำกัดจุดขาดทุนไว้ไม่ให้เกินเงินทุนที่ยอมรับได้ ส่วน Take Profit คือ การตั้งจุดทำกำไรไว้เมื่อราคาขึ้นหรือลงถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ กลยุทธ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด และควบคุมการเทรดตามอารมณ์ซึ่ง เป็นกลยุทธ์ที่สิ่งสำคัญมากสำหรับมือใหม่
เราหวังว่านักเทรดมือใหม่จะเข้าใจ เทรดทองคืออะไร อย่างละเอียดจากการอ่านบทความนี้ เทรดทอง เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และผู้ที่ต้องการทำกำไร เทรดทอง ระยะสั้น เพราะด้วยสภาะคล่องของทองคำจะช่วยให้คุณทำกำไรได้รวดเร็ว คุณสามารถเริ่มต้น เทรดทอง ได้ด้วยต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะเป็นนักเทรดทอง มือใหม่ ก็จำเป็นต้องมี กลยุทธ์เทรดทอง ของตัวเอง
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
เทรดทอง คือ การซื้อขายราคาทองคำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลลาร์ หรือเงินเฟ้อ การเทรดหุ้น คือ การลงทุนในบริษัทหนึ่ง ๆ ผลตอบแทนที่ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและเศรษฐกิจภายในประเทศ
ทองคำแท่ง คือ ทองจริงที่จับต้องได้ ต้องเก็บรักษาเอง ส่วนทองดิจิทัล คือ การลงทุนทองผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องถือทองจริง เหมาะกับคนที่ต้องการซื้อ-ขายง่าย
ราคาทองคำ มักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หากดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองมักปรับตัวขึ้น นักลงทุนทั่วโลกหันมาถือทองเพื่อรักษามูลค่า
ควรพิจารณาเรื่องความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ ค่าธรรมเนียมในการเทรด เครื่องมือวิเคราะห์ที่ให้มา ความง่ายในการใช้งาน และบริการลูกค้า เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการเทรด
เริ่มจากเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต จากนั้นกรอกข้อมูลสมัครผ่านเว็บไซต์ อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนที่พิสูจน์ตัวตนได้ เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติ ก็สามารถฝากเงินและเริ่มเทรดได้ทันที
การซื้อ-ขายทองภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ภายในวันหรือไม่กี่วัน เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาทองในระยะสั้น กลยุทธ์นี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์กราฟ
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
ลงทุนหุ้นปันผล คืออะไร? ลงทุนหุ้นปันผล คือ การที่คุณซื้อหุ้นบริษัทที่มีความมั่นคง เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ ซึ่งเมื่อบริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินการ คุณก็จะได้เงินปันผลจากจำนวนเงินทุนที่ลงทุนไปนั่นเอง อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น โครงสร้างการเงินของบริษัท, กำไรสะสม, หนี้บริษัท, รายจ่ายบริษัท และอื่นๆ เราจะได้เงินปันผลยังไง? มาดูตัวอย่างกันค่ะ สมมุติว่า บริษัท A สร้างกำไรได้ 200 ล้าน...
อัตราส่วนหนี้ต่อทุน (Gearing) เป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญซึ่งประเมินสัดส่วนของเงินที่บริษัทกู้ยืมมาเมื่อเทียบกับทุนของบริษัท อัตราส่วนนี้มีความสำคัญมากสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทางการเงิน เนื่องจากให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทและการพึ่งพาการจัดหาเงินทุนจากหนี้สิน บทความนี้จะสำรวจเกี่ยวกับอัตราส่วนหนี้ต่อทุน วิธีการคำนวณ และวิธีการวิเคราะห์ สาระสำคัญ อัตราส่วนหนี้ต่อทุนจะวัดเลเวอเรจทางการเงินโดยการเปรียบเทียบหนี้สินกับทุน อัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่สูงขึ้นสามารถเพิ่มผลตอบแทนได้แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงทางการเงินด้วย อัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่ต่ำกว่าแสดงถึงโครงสร้างที่ปลอดภัยกว่าซึ่งใช้ทุนเป็นแหล่งเงินทุนหลัก อัตราส่วนหนี้ต่อทุนคืออะไร? อัตราส่วนหนี้ต่อทุนเป็นมาตรวัดเลเวอเรจทางการเงิน โดยบ่งบอกถึงสัดส่วนที่บริษัทใช้หนี้สินเมื่อเทียบกับทุนในการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าบริษัทมีหนี้สินในสัดส่วนที่สูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มผลตอบแทนต่อทุนได้ ในทางกลับกันอัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่ต่ำกว่าบ่งบอกว่ามีสัดส่วนทุนที่สูง ซึ่งมักถือว่าปลอดภัยกว่าแต่ก็อาจจำกัดโอกาสในการเติบโต คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับอัตราส่วนหนี้ต่อทุน ต่อไปนี้คือคำศัพท์บางอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อเข้าใจอัตราส่วนหนี้ต่อทุน: หนี้สินรวม: รวมถึงหนี้สินระยะสั้นและระยะยาวทั้งหมดของบริษัท ทุนรวม:...
Dividend yield คืออะไร? Dividend yield คือ ส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจ่ายคืนให้ผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลเมื่อมีกำไรและได้รับการอนุมัติ ผู้ที่ถือหุ้นในวันที่กำหนดจะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนหุ้นของตน ข้อดีของการได้รับ Dividend yield คือ นักลงทุนจะมีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องขายหุ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น และบ่งบอกถึงความมั่นคงของบริษัท นอกจากนี้ เงินปันผล ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหุ้นให้สูงขึ้นอีกด้วย อัตราผลตอบแทนจาก Dividend Yield คืออะไร?...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ