Facebook Pixel

Dividend Yield คืออะไร? วิธีคำนวณและวิเคราะห์ผลตอบแทน

Date Icon 31 ตุลาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 7 นาที read

สารบัญ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Dividend yield คือ ตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก แต่ทำไมตัวเลขนี้ถึงส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนได้ขนาดนั้น? และทำไมการเข้าใจเรื่องนี้จึงสำคัญสำหรับคนที่ลงทุนในหุ้น? Dividend yield เป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ช่วยบอกว่าเราจะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่าไรเมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ถืออยู่ บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีคำนวณและแนวทางวิเคราะห์ Dividend yield เพื่อช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สาระสำคัญ

  • Dividend Yield คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเทียบกับราคาหุ้น

  • Dividend Yield สามารถคำนวณได้ เพียงนำเงินปันผลต่อหุ้นหารด้วยราคาหุ้นปัจจุบันแล้วคูณ 100

  • Dividend Yield สูงบ่งชี้ผลตอบแทนดี แต่ต้องดูความมั่นคงของบริษัทควบคู่กัน

  • การลงทุนหุ้นปันผลช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอ แต่ต้องระวังความเสี่ยงจาก Dividend Yield สูงเกินไป

Dividend yield คืออะไร?

Dividend yield คือ ส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจ่ายคืนให้ผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลเมื่อมีกำไรและได้รับการอนุมัติ ผู้ที่ถือหุ้นในวันที่กำหนดจะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนหุ้นของตน

ข้อดีของการได้รับ Dividend yield คือ นักลงทุนจะมีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องขายหุ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น และบ่งบอกถึงความมั่นคงของบริษัท นอกจากนี้ เงินปันผล ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหุ้นให้สูงขึ้นอีกด้วย

 

อัตราผลตอบแทนจาก Dividend Yield คืออะไร?

Dividend Yield คือ อัตราส่วนที่แสดงผลตอบแทนจากเงินปันผล เมื่อเทียบกับราคาหุ้น ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรายได้จากเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะช่วยในการเลือกหุ้นที่เหมาะกับการสร้างรายได้แบบ Passive Income และการลงทุนระยะยาว

หุ้นที่มี Dividend Yield สูงมักให้รายได้ปันผลสม่ำเสมอและความมั่นคงในระยะยาว การเข้าใจ Dividend Yield จึงช่วยให้นักลงทุนวางแผนลงทุนได้ดีขึ้น เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ต่อเนื่องและมั่นคง

 

วิธีคำนวณ Dividend Yield

การคำนวณ Dividend Yield ช่วยให้นักลงทุนรู้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างชัดเจน ทำให้ตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม

 

วิธีหาค่า Dividend Yield:

  • เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend per Share) คือ จำนวนเงินปันผลที่บริษัทจ่ายต่อหุ้นในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ต่อปี

  • ราคาหุ้นปัจจุบัน (Market Price) คือ ราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาด ณ ปัจจุบัน

 

การอ่านค่าและตีความผลลัพธ์:

ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในรูปเปอร์เซ็นต์ ยิ่งตัวเลขสูงแสดงว่าผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง นักลงทุนจึงได้รับรายได้จากเงินปันผลมากขึ้นเมื่อเทียบกับราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความมั่นคงของบริษัทและแนวโน้มกำไร เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ

 

Dividend Yield ควรได้เท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าคุ้ม?

ค่า Dividend Yield ทั่วไปแล้ว จะอยู่ระหว่างประมาณ 3-6% ถือว่าเป็นระดับที่ดี เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และบางกองทุนรวมที่เน้นความปลอดภัย หาก Dividend Yield สูงเกิน 8-10% อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าหุ้นตัวนั้นมีความเสี่ยง เช่น กำไรของบริษัทอาจไม่มั่นคง หรือ ราคาหุ้นตกต่ำจนทำให้อัตรานี้ดูสูงเกินจริง

การเปรียบเทียบ Dividend Yield กับดอกเบี้ยเงินฝากหรือผลตอบแทนกองทุนรวมช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพว่าผลตอบแทนจากเงินปันผลคุ้มหรือไม่ และช่วยในการตัดสินใจเลือกลงทุน อย่างไรก็ตาม การไล่ตาม Dividend Yield ที่สูงเกินไปโดยไม่พิจารณาความเสี่ยงอาจทำให้นักลงทุนเจอกับผลตอบแทนที่ไม่ยั่งยืน หรือ ขาดทุนจากราคาหุ้นที่ลดลง

 

ประเภทของ Dividend Yield มีอะไรบ้าง?

Dividend Yield มีหลายประเภทตามลักษณะของหุ้นและการจ่ายเงินปันผล ซึ่งหลัก ๆ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

 

Dividend Yield แบบปกติ (Current Dividend Yield)

Dividend Yield แบบปกติ เป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่บริษัทจ่ายในปีปัจจุบันหรือปีล่าสุด เทียบกับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน สูตรคำนวณง่ายและสะท้อนผลตอบแทนในช่วงเวลาปัจจุบัน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินผลตอบแทนเงินปันผลแบบเรียลไทม์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาหุ้นที่ผันผวนในตลาด

 

Dividend Yield แบบย้อนหลัง (Trailing Dividend Yield)

Dividend Yield แบบย้อนหลัง คำนวณจากเงินปันผลที่จ่ายจริงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยนำเงินปันผลรวมมาหารด้วยราคาหุ้นปัจจุบัน วิธีนี้ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงในอดีต และสามารถใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ดี แต่ไม่รับประกันว่าเงินปันผลจะจ่ายในระดับเดียวกันในอนาคต

 

Dividend Yield แบบคาดการณ์ (Forward Dividend Yield)

Dividend Yield แบบคาดการณ์ เป็นการประเมินอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายในอนาคต ซึ่งข้อมูลมักได้จากประมาณการของบริษัทหรือผู้วิเคราะห์ โดยเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน วิธีนี้ช่วยนักลงทุนวางแผนล่วงหน้าและตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานของคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคต แต่ก็มีความเสี่ยงหากบริษัทจ่ายเงินปันผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

 

การทำงานของระบบจ่าย Dividend yield เป็นยังไง?

การจ่าย Dividend yield คือ กระบวนการที่บริษัทมอบผลตอบแทนส่วนหนึ่งจากกำไรให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

 

การประกาศจ่ายเงินปันผล

บริษัทจะจัดประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาผลประกอบการและกำไรสะสม จากนั้นจะอนุมัติจำนวนเงินปันผลที่เหมาะสมกับสถานะการเงินและนโยบายการจ่ายเงินปันผล พร้อมทั้งกำหนดวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันขึ้นสิทธิรับเงินปันผล และวันจ่ายเงินปันผล เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบอย่างชัดเจน

 

วันขึ้นสิทธิรับเงินปันผล (Record Date)

วันขึ้นสิทธิรับเงินปันผล เป็นวันที่บริษัทกำหนดเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล โดยผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในระบบ ณ วันที่นี้จะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ การกำหนดวันนี้ช่วยให้บริษัททราบจำนวนผู้ถือหุ้นที่ต้องจ่ายเงินปันผลอย่างชัดเจน

 

วันประกาศขึ้นเครื่องหมาย (Ex-Dividend Date)

วันประกาศขึ้นเครื่องหมาย เป็นวันที่กำหนดเพื่อแยกสิทธิรับเงินปันผลจากการซื้อขายหุ้น โดยปกติจะอยู่ก่อน Record Date หนึ่งวันทำการ ใครที่ซื้อหุ้นหลังจากวันนี้จะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล ทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนซื้อขายหุ้นได้อย่างถูกต้อง

 

วันจ่ายเงินปันผล (Payment Date)

วันจ่ายเงินปันผล เป็นวันที่บริษัทจะดำเนินการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นตามที่ได้ประกาศไว้ เงินปันผลอาจจ่ายเป็นเงินสดโดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือในรูปแบบของหุ้นเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท

 

การรับเงินปันผล

หลังจากวันจ่ายเงินปันผล ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ณ Record Date เงินปันผลที่ได้รับสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที หรือเลือกนำไปลงทุนต่อเพื่อเพิ่มมูลค่าทุนในอนาคต

 

วิธีเริ่มต้นรับเงินปันผลจากหุ้น

การรับเงินปันผลจากหุ้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีขั้นตอนและความรู้พื้นฐานในการลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับสิทธิ์เงินปันผลอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ดังนี้

 

เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์)

ก่อนอื่นต้องมีบัญชีซื้อขายหุ้นกับโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บัญชีออนไลน์ของโบรกเกอร์ หรือธนาคารที่ให้บริการซื้อขายหุ้นได้ ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสมและบริการตอบโจทย์การลงทุนของคุณ

 

ศึกษาและเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผล

เลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และ Dividend Yield ที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ เช่น หุ้นในกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้มั่นคงอย่างสาธารณูปโภค หรือธนาคาร วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มบริษัทเพื่อความมั่นใจในการลงทุนระยะยาว

 

ซื้อหุ้นก่อนวันปิดสมุดทะเบียน (Record Date)

ต้องถือหุ้นในช่วงก่อนวัน Record Date ซึ่งเป็นวันที่บริษัทจะบันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล หากคุณซื้อหุ้นหลังจากวันนี้ จะไม่ได้รับเงินปันผลในรอบนั้น ระวังวัน XD เพราะถ้าซื้อหุ้นหลังวันนี้ คุณจะไม่ได้รับสิทธิ์ปันผลในรอบนั้น

 

รอรับเงินปันผลตามกำหนด

หลังจากวันประกาศจ่ายเงินปันผล (Payment Date) บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นผ่านบัญชีโบรกเกอร์ของคุณ บางบริษัทจ่ายเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ หรือบางแห่งอาจจ่ายผ่านเช็ค เงินปันผลจะถูกโอนเข้าบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติหรือตามวิธีที่บริษัทกำหนด

 

ติดตามประกาศและข่าวสารของบริษัท

ควรติดตามข่าวสารการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดวันสำคัญ เช่น วันประกาศจ่ายเงินปันผล, XD วันที่หุ้นเริ่มซื้อขายโดยไม่มีสิทธิ์รับเงินปันผล การติดตามข่าวสารช่วยให้คุณวางแผนลงทุนและรับปันผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ตัวอย่างการวิเคราะห์หุ้นปันผลด้วย Dividend Yield

สมมติว่ามีหุ้นบริษัท A จ่ายเงินปันผลปีละ 3 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ 50 บาท จะได้ Dividend Yield = 3/50 = 6% นักลงทุนจึงคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 6% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อรับรายได้ประจำ

เปรียบเทียบ 2 หุ้นที่ Dividend Yield ต่างกัน

ข้อเปรียบเทียบ

หุ้นบริษัท A

หุ้นบริษัท B

ราคาหุ้น

50

100

เงินปันผลต่อหุ้น

3

3

Dividend Yield (%)

6% (3 / 50 x 100)

3% (3 / 100 x 100)

ผลตอบแทน

สูง

ต่ำ

เหมาะกับใคร

เน้นรับรายได้ประจำ

เน้นการเติบโตระยะยาว

ความเสี่ยง

อาจมีราคาหุ้นผันผวนสูง

ราคาหุ้นค่อนข้างมั่นคง

ถึงแม้หุ้น B ราคาสูงกว่า แต่ผลตอบแทนจากเงินปันผลน้อยกว่า นักลงทุนที่เน้นรายได้ประจำอาจชอบหุ้น A มากกว่า ขณะที่นักลงทุนที่เน้นการเติบโตอาจสนใจหุ้น B เพราะมีโอกาสเพิ่มมูลค่าหุ้นในอนาคต

 

คำแนะนำ การเลือกหุ้น Dividend Yield แบบมืออาชีพ

  • อย่าเลือกหุ้นแค่เพราะ Dividend Yield สูง ควรดูพื้นฐานบริษัทด้วย เช่น ความมั่นคงของกำไร และแนวโน้มการจ่ายปันผล

  • เปรียบเทียบ Dividend Yield กับอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทอื่นๆ เพื่อประเมินความคุ้มค่า

  • พิจารณาความเสี่ยงที่อาจมากับ Dividend Yield สูงเกินไป เช่น หุ้นที่ราคาตกต่ำผิดปกติ อาจไม่ยั่งยืน

  • ใช้ Dividend Yield ควบคู่กับข้อมูลทางการเงินและข่าวสารบริษัท เพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบและแม่นยำ

 

เงินปันผล vs หุ้นปันผล ต่างกันอย่างไร?

เงินปันผล” กับ “หุ้นปันผล” แม้ดูใกล้เคียงกัน แต่จริง ๆ ต่างกัน เงินปันผลคือรายได้ที่ได้รับ ส่วนหุ้นปันผลคือหุ้นที่จ่ายเงินปันผลเป็นประจำ ส่วนนี้จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างง่ายขึ้น

หัวข้อ

เงินปันผล

หุ้นปันผล

ความหมาย

รายได้ที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากบริษัท

หุ้นบริษัทที่เน้นจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ

ผลตอบแทน

เงินสด หรือบางครั้งเป็นหุ้นเพิ่ม

เน้นจ่ายเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ

จุดประสงค์หลัก

รายได้จริงจากการถือหุ้น

การลงทุนในหุ้นที่ให้รายได้ประจำ

เหมาะสำหรับ

นักลงทุนที่ต้องการรายได้จากเงินปันผล

นักลงทุนที่ต้องลงทุนในหุ้นจ่ายปันผล

 

ยกตัวอย่าง

สมมติคุณถือหุ้นบริษัท A ซึ่งเป็นหุ้นปันผล บริษัทจ่ายเงินปันผลปีละ 4 บาทต่อหุ้น หากคุณถือ 100 หุ้น คุณจะได้รับเงินปันผล 400 บาทในปีนั้น นี่คือ “เงินปันผล” ที่คุณได้รับ ส่วนหุ้นบริษัท A เองคือ “หุ้นปันผล” ที่เน้นจ่ายผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

 

ข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในหุ้นปันผล:

หุ้นปันผลเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำและความมั่นคง แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น

ข้อดี

ข้อเสีย

ได้รับรายได้ประจำจากเงินปันผล ช่วยเพิ่มกระแสเงินสด

Dividend Yield สูงบางครั้งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยง หรือปัญหาของบริษัท

ลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน เพราะหุ้นปันผลมักเป็นบริษัทที่มีความมั่นคง

โอกาสเติบโตของราคาหุ้นอาจต่ำกว่าหุ้นที่เน้นการเติบโตสูง

เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการสร้างรายได้สม่ำเสมอและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

บางบริษัทอาจลดหรืองดจ่ายเงินปันผลในช่วงเวลาที่ผลประกอบการไม่ดี

 

สรุป

Dividend yield คือ ตัวชี้วัดสำคัญที่บอกอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้น การเข้าใจ Dividend yield คือ กุญแจที่จะช่วยให้นักลงทุนเลือกหุ้นปันผลที่เหมาะสมและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

การลงทุนที่ดีไม่ใช่แค่เลือกราคาปันผลสูง แต่ต้องพิจารณาคุณภาพของบริษัทควบคู่กันไป ดังนั้นอย่าลืมใช้ Dividend yield เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ เพื่อการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์เป้าหมายของคุณ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เหมือนกันค่ะ เงินปันผล คือ จำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นได้รับ ส่วน Dividend Yield คือ อัตราผลตอบแทนของเงินปันผลเทียบกับราคาหุ้น Yield ช่วยให้เปรียบเทียบความคุ้มค่าในการลงทุนระหว่างหุ้นแต่ละตัวได้ง่ายขึ้น

ไม่มีค่ะ เพราะ Dividend Yield ต้องอาศัย “เงินปันผล” ในการคำนวณ หากบริษัทไม่จ่ายปันผล ค่า Dividend Yield จะเป็น 0

ไม่ค่ะ หุ้นเติบโตมักไม่จ่ายปันผลหรือจ่ายน้อย เพราะบริษัทเลือกใช้กำไรไปขยายธุรกิจ ทำให้ Dividend Yield ต่ำหรือเป็น 0 แต่มีโอกาสกำไรจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแทน

Dividend Yield เปลี่ยนตาม ราคาหุ้นในตลาด และ จำนวนเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่าย ซึ่งราคาหุ้นลดลง แต่ปันผลเท่าเดิม Yield จะสูงขึ้นทันที

Dividend Yield ขึ้นอยู่กับผลกำไรของบริษัทและราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่การันตีจำนวนเงินแน่นอน ต่างจากดอกเบี้ยที่มีอัตราคงที่ตามสัญญา

Dividend Yield ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียว ควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น ROE, กำไรสุทธิ, กระแสเงินสด และความสามารถในการดำเนินธุรกิจระยะยาว

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

หุ้น Time Icon5 นาที read

การเทรดหุ้น คืออะไร? วิธีเทรดหุ้นให้ได้เงินจริงสำหรับมือใหม่ ปี 2026

การเทรดหุ้น คืออะไร? การเทรดหุ้น คือ การซื้อขายหุ้นเพื่อสร้างกำไรจากความผันผวนของราคา คุณสามารถเทรดหุ้นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง คุณสามารถเทรดหุ้นได้ทุกเวลาในช่วงตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ การเทรดยังสามารถทำได้ทั้งการเทรดหุ้นระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของคุณ การเทรดคุณมักจะมีความเสี่ยงตามมา เพราะฉะนั้นแล้วจึงอาจทำให้หลายคนต่างก็สงสัยว่า เราจะได้เงินจริงไหม ซึ่งหากคุณเข้าใจความเสี่ยงในการเทรดหุ้น และสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี ก็สามารถทำเงินจริงได้อย่างแน่นอน   การเทรดหุ้น แตกต่างจากการลงทุนหุ้นอย่างไร? การเทรดหุ้น  แตกต่างจาก การลงทุนหุ้น แต่ทั้งสองรูปแบบนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การทำกำไร เรามาดูความแตกต่างกันง่ายในแบบตารางกันต่อดีกว่า...

Itsariya Doungnet 30 มกราคม 2026

4 ประเภทคำสั่งซื้อขาย: Market Order Limit Order Stop Order

คำสั่งซื้อขายคืออะไร? คำสั่งซื้อขายคือคำสั่งที่คุณให้กับโบรกเกอร์เพื่อซื้อหรือขายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดหน้าที่ของโบรกเกอร์คือการดำเนินการตามประเภทคำสั่งและพารามิเตอร์ที่คุณตั้งไว้ ขึ้นอยู่กับประเภทคำสั่งซึ่งมันอาจถูกดำเนินการทันทีที่ราคาที่กำหนดหรือภายใต้เงื่อนไขของตลาดที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น วิธีการวางคำสั่งซื้อขาย เพื่อดำเนินการซื้อขายคุณต้องรู้วิธีการวางคำสั่งซื้อขายอย่างถูกต้อง ต่อไปนี้คือขั้นตอนง่าย ๆ: เลือกโบรกเกอร์: เลือกโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณและมีประเภทคำสั่งซื้อขายที่หลากหลาย ตัดสินใจเกี่ยวกับประเภทคำสั่ง: กำหนดว่าประเภทคำสั่งซื้อขายใดเหมาะสมกับเป้าหมายการเทรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็น market order limit order หรือประเภทอื่น ๆ ป้อนรายละเอียดคำสั่ง: กรอกรหัสสัญลักษณ์ จำนวน ประเภทคำสั่ง และรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ข้อจำกัดด้านราคาหรือวันหมดอายุ...

XS Editorial Team 1 พฤศจิกายน 2024

การซื้อขายระยะสั้น: คืออะไร และจะเริ่มต้นอย่างไร

การซื้อขายระยะสั้นคืออะไร? การซื้อขายระยะสั้นคือการซื้อและขายตราสารทางการเงิน เช่น หุ้น หรือ ฟอเร็กซ์ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งอาจเป็น ไม่กี่ชั่วโมง วัน หรือสัปดาห์ เป้าหมายหลักของกลยุทธ์นี้คือการทำกำไรจากความผันผวนของราคาในช่วงสั้น ๆ   การซื้อขายระยะสั้น vs. การซื้อขายระยะยาว ความแตกต่างหลักระหว่างการซื้อขายระยะสั้นและระยะยาวอยู่ที่ระยะเวลาและเป้าหมาย การซื้อขายระยะสั้นเน้นการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือวัน ขณะที่การซื้อขายระยะยาวมักใช้ระยะเวลาตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี นอกจากนี้การซื้อขายระยะสั้นมักอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ ขณะที่การซื้อขายระยะยาวเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการถือครองสินทรัพย์ผ่านความผันผวนของตลาด ตัวอย่างเช่น นักเทรดเดอร์ทำการเทรดสั้นอาจทำกำไรจากความผันผวนของตลาดหุ้นที่เกิดจากรายงานผลประกอบการ ขณะที่นักลงทุนระยะยาวจะรอให้บริษัทเติบโตและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว...

XS Editorial Team 14 มีนาคม 2025
scroll top