ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
Fair Value Gap (FVG) คือ ช่องว่างราคาที่เกิดจากราคาที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงของตลาด มักจะเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาซื้อหรือขายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างราคา นักเทรดควรใช้ร่วมกับ Trend, Market Structure และ Price Action เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณและลดความเสี่ยงในการเข้าเทรด หากคุณเข้าใจหลักการใช้งานที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้คุณหาโอกาสเข้าตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเข้าวางการเทรด หรือ อยู่ในวงการเทรดมาสักพักนึงแล้ว ก็น่าจะเคยได้ยิน Fair Value Gap กันมาบ้างแล้วอย่างแน่นอน แล้วเคยสงสัยไหมว่า FVG คืออะไรนะ? ทำไมนักเทรดพูดถึงกันเยอะจัง
ซึ่งต้องพูดก่อนว่า การทำความเข้าใจตลาดเทรดอย่างละเอียด ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราจะได้เห็นภาพรวมการทำงานของตลาด จริงๆ แล้ว การเทรด ICT นั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด
ในบทความนี้เรามารู้จัก FVG กันก่อน ทั้งความหมาย วิธีการใช้งาน และอื่นๆ อีกมากมาย อ่านต่อกันเลยค่ะ
FVG ไม่ใช่แค่ช่องว่างของราคา แต่คือโอกาสที่ซ่อนอยู่ในความไม่สมดุลของตลาด
FVG คือ ช่องว่าราคาที่เกิดจากการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างแรงซื้อและขาย
FVG ควรใช้กับเทคนิคอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น Price Action, Trend, Order Block และอื่นๆ
ไม่ควรใช้ FVG ที่มีแท่งเทียนแตะแล้ว หรือ แท่งเทียมีความซับซ้อนกัน
FVG คือ ช่องว่างราคาที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง ซึ่งช่องว่างนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? ปกติเมื่อมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาในตลาดและทำการซื้อขายอย่างรวดเร็ว ก็จะมีช่องว่างนี้เกิดขึ้น หรือ ที่เราเรียกกันว่า Fair Value Gap นั่นเอง เพราะราคาเคลื่อนตัวเร็วเกินด้วยจำนวนเงินลงทุนมหาศาล ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมให้กับทั้งผู้ขายหรือผู้ซื้อคนอื่นๆ
การมองหา Fair Value Gap (FVG) แบบ 3 แท่งเทียน เป็นพื้นฐานสำคัญของสาย ICT และ Smart Money เพราะช่วยให้เราเห็น “ช่องว่างของราคา” ที่เกิดจากแรงซื้อหรือแรงขายที่ไม่สมดุลได้ชัดเจน
FVG มีอยู่ 2 ประเภทค่ะ คือ Bullish FVG และ Bearish FVG นักเทรดจะสามารถดูออกได้จากแนวโน้มของราคาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
FVG ที่ Valid คือ FVG ที่ยังสามารถใช้งานได้ และมีโอกาสที่ราคาจะกลับมาเติม Gap
มีช่องว่างชัดเจนระหว่างแท่งที่ 1 และ 3
แท่งที่ 2 เป็นแท่งแรง (มี Displacement)
ยังไม่เคยมีแท่งเทียนกลับมาแตะโซน FVG
อยู่ในเทรนด์ที่ชัดเจน (ขึ้นหรือ ลง)
จากมุมมองของเทรดเดอร์สาย Smart Money FVG ที่มีคุณภาพสูง มักจะเกิดร่วมกับ Break of Structure (BOS) หรือ Change of Character (CHOCH) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ การใช้ FVG ร่วมกับโครงสร้างตลาดเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าเทรดได้มากกว่าการใช้ FVG เพียงอย่างเดียว
FVG ที่ไม่ Valid คือ FVG ที่ไม่ควรนำมาใช้ เพราะมีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกสูง
มีแท่งเทียนย้อนมาแตะโซน FVG แล้ว
แท่งเทียนที่ 1 และ 3 มีการทับซ้อนกัน
แท่งที่ 2 ไม่มีแรง (แท่งเล็ก หรือ Sideway)
เกิดในช่วงตลาดไม่มีเทรนด์
Bullish FVG คือ ช่องว่างที่เกิดระหว่างขาขึ้น เราจะเทียบระหว่างจุดสูงสุดของแท่งเทียนแรก และจุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่สาม ราคามักจะกลับที่ช่องว่างนี้อีกรอบ ก่อนที่จะวิ่งกลับขึ้นไปอีกรอบ หากช่อง FVG แล้วจะไม่สามารใช้ได้อีกต่อไป หากราคา
มองหาแท่งเทียนสีเขียวที่อยู่ติดกัน 3 แท่งขาขึ้น
แท่งเทียน หรือ ไส้เทียน อันที่ 1 ไม่ควรสูงเกินอันที่ 3
ร่างกรอบสี่เหลี่ยมระหว่างแท่งเทียน 1 และ 3
เข้าซื้อ เมื่อราคาตกลงมาที่ FVG
Bearish FVG คือ ช่องว่างที่เกิดระหว่างขาลง ช่องว่างจะอยู่ระหว่างจุดต่ำสุดของแท่งเทียนแรก และจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่สาม ราคามักจะขึ้นไปเตะที่ช่องว่างก่อนที่จะวิ่งกลับลงมาอีกรอบ
เราจะต้องหาแท่งเทียน 3 แท่งติดกัน ตามขาลง
แท่งเทียนที่ 1 ห้ามสูงเลยแท่งเทียนที่ 3
ร่างกรอบสี่เหลี่ยมยาวๆ ไว้ เพื่อให้เห็นชัดเจน
เข้าขาย เมื่อราคาขึ้นมาเตะกรอบ FVG
แน่นอนว่า การที่เราสามารถใช้ FVG ได้นั้น คุณจำเป็นต้องมีความเข้าใจ ICT หรือ SMC กันมาบ้าง เพราะ FVG อย่างเดียวใช้ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน เรามาดูกันต่อ
คุณต้องดูเทรนด์ให้ออกก่อน เช่น เทรนด์กำลังขึ้น ลง หรือไปด้านข้าง หรือแยกให้ออกว่า HH HL และ LH LL มีหน้าตาเป็นยังไง และสามารถบอกอะไรได้บ้าง เพราะเราจะต้องเทรดตามเทรนด์ทุกครั้ง หากคุณเทรดตรงข้ามกับราคาที่เคลื่อนไหวในตลาด ก็มีความเสี่ยงในการสูญเสียมากกว่า
บางครั้งราคาเคลื่อนที่อยู่ในกรอบ FVG ก่อนที่จะเกิด Liquidity Grab และการที่กราฟจะพุ่งตัวไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว หากคุณเข้าใจ Liquidity Grab และสังเกตุเห็นได้ทัน นี่ก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดออร์เดอร์ก่อน สามารถเพิ่มโอกาสทำกำไรได้กว่าเดิม
นักเทรดที่สามารถอ่านแท่งเทียนเข้าใจ ก็จะได้เปรียบเป็นอย่างมาก หรือ หากคุณสามารถจำ Price Action แต่ละแบบได้ ก็จะยิ่งช่วยให้การอ่านกราฟ เป็นไปได้ง่าย ป้องกัน False Signal ลดความเสี่ยงได้ดี เช่น หากกราฟเป็นรูปแบบ Bullish Engulfing บ่งบอกสัญญาณกลับตัวขึ้น
Displacement คือ การที่ราคาเคลื่อนที่เร็วและแรงในทิศทางเดียว มักเกิดจากแรงซื้อขายของรายใหญ่ ส่งผลให้เกิดแท่งเทียนขนาดใหญ่และ Momentum ชัดเจน เมื่อราคาเคลื่อนที่เร็วเกินไป จะทำให้เกิดความไม่สมดุล (Imbalance) ในตลาด จึงเกิดเป็นช่องว่างราคา หรือ FVG เพราะคำสั่งซื้อขายจับคู่กันไม่ทัน
หลังจากนั้น ราคามักจะย้อนกลับมาเติม Gap เพื่อให้ตลาดกลับเข้าสู่สมดุล โดย:
ขาขึ้น ย่อลงมาเติม แล้วขึ้นต่อ
ขาลง เด้งขึ้นมาเติม แล้วลงต่อ
การใช้ FVG ในการเทรด Forex เราจะเอาไปใช้หาจุดเข้าเทรด จากการมองหาจุดแรงซื้อแรงขายไม่สมดุล ซึ่งมีโอกาสเกินขึ้นบ่อยในตลาดผันผวนอย่าง Forex โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าวลงในสกุลเงินที่คุณเทรด
การเข้าเทรดด้วย FVG ในตลาด Forex จำเป็นจะต้องเช็คดูก่อนว่า มีราคาขึ้นไปเตะโซน FVG นั้นแล้วหรือยัง เพราะหามีแท่งเทียนขึ้นไปเตะแล้ว ก็จะไม่นับ FVG นั้นว่า มัน Valid หรือ ไม่นับจุดนั้นนั่นเอง
กลยุทธ์ FVG ในการเทรด Forex ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีนักเทรดมืออาชีพหลายคนประสบความสำเร็จในการใช้หลักการนี้มากมาย ทั้งยังมีการ Back Test มาแล้วหลายครั้ง
จากประสบการณ์ของนักเทรดหลายคน การใช้ FVG ที่ได้ผลดีที่สุด มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมี Trend ชัดเจน และมี Displacement ที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงข่าวสำคัญ เช่น Non-Farm Payroll หรือ CPI ซึ่งจะทำให้เกิด FVG ที่มีคุณภาพสูง
อย่างไรก็ตาม FVG ที่เกิดในช่วง Sideway มักให้สัญญาณที่ผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้นการเลือกใช้ FVG ในจังหวะตลาดที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
คุณสามารถใช้ FVG ในการเทรดได้ทุกคู่สกุลเงินที่คุณต้องการ เพราะตลาด Forex มีความผันผวนอยู่แล้ว ราคาเคลื่อนตัวเร็ว ก็จะยิ่งหา FVG ได้บ่อยครั้ง ซึ่งเราจะแนะนำรูปแบบวิธีการใช้ได้ผลจริงและทำตามได้ง่าย
เลือกดูเทรนด์ก่อนที่ Timeframe 4H เพราะสามารถดูได้ง่ายที่สุด
หา FVG ที่เทรนด์ล่าสุดที่คุณเห็น ร่างกรอบสี่เหลี่ยมเอาไว้ ที่ Time Frame
ไปที่ Timeframe 15M ร่างเส้น HH, HL หรือ LH, LL ล่าสุด
รอไปราคา ขึ้น หรือ ลง มาที่กรอบ FVG 1H ที่ในร่างกรอบเอาไว้
คอนเฟิร์มเทรนด์ด้วยแท่งเทียนมีการปิดแท่งก่อนหน้า เพื่อดูว่าเราควรเข้าเทรดแบบ Continue trend หรือ Reversal
จากนั้นค่อยเข้าซื้อหรือขาย
เป็นไงล่ะคะ ไม่ยากแน่นอน ถามว่าทำไมเข้าเทรดที่ 15M นี่ก็เพราะว่า ช่วง Timeframe นี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าการเทรด Timeframe 5M หรือ 1M และเราไม่ต้องรอนานจนเกินไป
แต่ทั้งนี้แล้วคุณก็สามารถเลือกปรับแต่งได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของแต่ละคน ยิ่ง Timeframe สูงขึ้นก็ยิ่งลดความเสี่ยงได้มากขึ้น
เรามาดูตัวอย่างจากที่อธิบายกันไปข้างต้นกัน
เริ่มแรก ลองดูเทรนด์ราคาตลาดก่อนว่า แนวโน้มราคาล่าสุดจะไปไหน
จากรูปตัวอย่างด้านบน กราฟอยู่ในขาลง เพราะยังไม่มีแท่งเทียนขึ้นไปปิด LH ก่อนหน้า กราฟวิ่งไปเตะ FVG ใน Timeframe 4H กราฟยังไปไม่ถึง FVG บนสุดนั่นเอง
พอย่อลงมาที่ Timeframe 1H เราจะเห็นได้ว่า กราฟกำลังวิ่งขึ้นไปหา FVG ที่เราใช้ลูกศรชี้ไว้ ถามว่า เข้าเทรดเลยได้ไหม? เพื่อเพิ่มความมั่นใจ เราจะรอให้แท่งเทียนขึ้นไปแตะ FVG อันบนสุดที่เป็นอันแรกก่อน ถามว่าเข้าเทรดได้ไหม เราสามารถเก็บกำไรระยะสั้นได้ค่ะ มาดูกันต่อเลย
หากคุณเป็นสายเทรดระยะสั้น เราก็สามารถย่อลงมาที่ 15M รอดูว่า เทรนด์กำลังหมุนขึ้นหรือลงต่ออีก ก่อนพุ่งกลับขึ้นมา ซึ่งเราจะใช้เส้นสีแดงนี้เป็นหลัก เพราะเราวางไว้ที่ LH หากมีแท่งเทียนขึ้นปิดและผ่าน FVG 15 ขึ้นไปได้ ก็ลองเข้าเทรดขึ้นได้ และ Take profit ที่ลูกศรสีแดง Stop Loss ที่เส้นสีแดง
FVG สามารถช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสทำกำไรได้สูง
คุณสามารถเจอได้ทุก Timeframe
FVG ใช้ได้กับทุกตลาดเทรด เช่น ตลาดหุ้น, Forex และ คริปโต
FVG ช่วยหาจังหวะเทรดได้ง่ายยิ่งขึ้น
FVG อาจจะไม่ได้ Valid เสมอไป
คุณจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจเรื่อง ICT หรือ SMC กันมาแล้วบ้าง
การวิเคราะห์อาจจะมีความคลาดเคลื่อนจากตลาดที่มีความผันผวน
FVG เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรมของราคาเชิงลึก และมองหาโอกาสจากความไม่สมดุลของตลาด
FVG เหมาะสำหรับ:
นักเทรดสาย Day Trade และ Swing Trade ที่ต้องการหาจุดเข้าแม่นยำ
ผู้ที่สนใจแนวทาง ICT หรือ Smart Money Concept
นักเทรดที่มีพื้นฐานด้าน Price Action และ Market Structure
FVG ไม่เหมาะสำหรับ:
มือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจโครงสร้างตลาดหรือแนวโน้มราคา
ผู้ที่ต้องการสัญญาณเข้าเทรดแบบสำเร็จรูป หรือใช้งานแบบอัตโนมัติ 100%
แม้ว่า FVG จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ 100% การเข้าเทรดทุกครั้งควรมีการวางแผนบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เช่น การตั้ง Stop Loss และกำหนดขนาด Lot ให้เหมาะสม การใช้ FVG ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น และไม่ควรใช้เป็นสัญญาณเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจลงทุน
FVG คือ เครื่องมือทางเทคนิค ที่ช่วยให้คุณจับจุดซื้อขาย เพื่อหาโอกาสทำกำไรได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเทรดขาขึ้น หรือ ขาลง แต่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คุณจำเป็นต้องเข้าใจหลักการ ICT และ SMC ร่วมด้วย เพราะไม่สามารถใช้หา FVG อย่างเดียวได้ คุณสามารถใช้ FVG ได้กับทุก Timeframe ไม่ว่าจะเป็น สายเทรดระยะสั้น ระยะยาว และ ยังสามารถใช้ได้กับทุกตลาดสินทรัพย์ ด้วยเช่นกัน
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
ใช้ได้ค่ะ FVG สามารถใช้ได้กับทุกตลาด เพราะ FVG เกิดจากการที่มีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาลงทุนอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาเกิดช่องว่างที่ไม่เท่าเทียมกัน
FVG เป็นช่องว่างที่เกิดจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของราคา ส่วน Order Block นั้นมาจากที่สถานบันการเงินหรือธนาคารกลางมีคำสั่งซื้อขายเข้ามา ทำให้แท่งเทียนมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
FVG สามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวค่ะ หากมีแท่งเทียนแตะโดน FVG จุดนั้นแล้ว ก็ถือว่าถูกใช้ไปแล้ว เราจะนับว่าจุดนั้นเป็น FVG อีก
หากคุณใช้ Trading View ในการเทรดอยู่ เราแนะนำ Fair Value Gap Indicator จาก SpacemanBTC คุณสามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ
FVG ที่ไส้เทียนอันที่ 1 ไปสูงเกิน แท่งเทียนอันที่ 3 พูดง่ายๆ ก็คือ แท่งเทียนห้ามทับซ้อนกัน และ FVG จุดนั้นยังไม่มีแท่งเทียนอื่นเตะ
FVG ที่มีการทับซ้อนกัน เราจะไม่ใช้ FVG ในจุดนั้น หรือ โซน Fair Value Gap มีแท่งเทียนย้อนขึ้นหรือลงไปเตะ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ให้เราลองหาสัญญาณจากกลยุทธ์รูปแบบอื่นแทน
Itsariya Doungnet
นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค
อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
กราฟแท่งเทียน คืออะไร? กราฟแท่งเทียน คือ ราคาที่มีการสรุปมาในแบบแท่งเทียน ไม่ว่าจะเป็น ไส้เทียน ตัวเทียน ล้วนแล้วเป็นราคาทั้งหมด แล้วแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? แท่งเทียนเกิดขึ้นจากเหล่านักเทรด นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กองทุน ธนาคาร สถาบัน และ องค์กรที่เกี่ยวกับการเงินต่างๆ นำเงินเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ จากนั้นระบบตลาดก็จะมีการจับคู่ราคาซื้อขายกัน รวบรวมราคาตามช่วงเวลาที่มีจำนวนเงินเข้ามา และวาดออกมาเป็นแท่งเทียน เพื่อให้ผู้ที่นำเอาเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ หรือ นักลงทุนทุกๆ...
Stochastic Oscillator คืออะไร Stochastic Oscillator หรือ ที่เรียกย่อ ๆ ว่า STO เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา โดยเปรียบเทียบ ราคาปิดปัจจุบัน กับ ช่วงราคาสูงสุด - ต่ำสุด ในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้ถูกคิดค้นโดย George Lane ในปี 1950...
แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร แท่งเทียนกลับตัว หรือ Reversal Candlestick คือ รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่บ่งบอกทิศทางตลาดการเงิน จากขาขึ้นเป็นขาลง หรือจากขาลงเป็นขาขึ้น แท่งเทียนนี้เป็นสัญญาณแท่งเทียนกลับตัวสำคัญของนักเทรด เพื่อหาจุดเข้าและจุดออก ช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสทำกำไรในตลาดเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการใช้แท่งเทียนกลับตัว คุณจำเป็นจะต้องหาแท่งเทียนกลับตัว ที่จะเป็น สัญญาณกลับตัว ที่สำคัญในการเปลี่ยนทิศทางของราคา และนี่ก็คือ 4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณตรวจสอบสัญญาณได้แม่นยำมากขึ้น เทรนด์...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ