Facebook Pixel

GDP คือ อะไร? ส่งผลกระทบตลาดหุ้นอย่างไร

Date Icon 7 พฤษภาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 4 นาที read

GDP คือ Gross Domestic Product คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องปัจจัยพื้นฐานกันมาบ้างแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า GDP ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยพื้นฐาน ที่ส่งผลกระทบกับค่าเงินและตลาดสินทรัพย์ หากคุณกำลังวางแผนการลงทุน หรือสนใจการเรื่องการลงทุนหุ้น เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย

สาระสำคัญ

  • ความหมายของ GDP คือ มูลค่าของสินค้าหรือบริการทั้งหมดที่ผลิตในประเทศ ใช้ประเมินเศรษฐกิจ มี 3 วิธีคำนวณหลัก คือ การผลิต, รายได้ และรายจ่าย

  • ประเภทของ GDP ได้แก่ GDP Nominal, Real, per capita และ Growth Rate แต่ละประเภทใช้วิเคราะห์เศรษฐกิจในมุมมองที่ต่างกัน

  • GDP สำคัญต่อการลงทุน เพราะสามารถบ่งบอกทิศทางเศรษฐกิจ เพื่อการวางแผนและพัฒนาประเทศได้อย่างแม่นยำ

​​​​​GDP คือ อะไร ? ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร

GDP คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คำนวณมาจากมูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยในช่วงเวลานั้นๆ เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความแข็งเกร่งของเศรษฐกิจประเทศ มีปลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนและ ตลาดหุ้น หากเศรษฐกิจขยายตัว ก็สามารถผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้น แต่หากลดลง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการลงทุนเพิ่มขึ้น

 

วิธีการคำนวณ GDP

GDP สามารถคำนวณได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็ให้มุมมองที่แตกต่างกันต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ การคำนวณ GDP มี ทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่ วิธีการผลิต (Production Approach), วิธีรายได้ (Income Approach) และวิธีรายจ่าย (Expenditure Approach) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์เศรษฐกิจทั้งระดับชาติและระดับโลก

 

วิธีคำนวณ GDP ด้วย 3 วิธีหลัก:

  • วิธีการผลิต (Production Approach): วิธีคำนวณมูลค่าเพิ่มของมูลค่าและบริการที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งหักต้นทุนวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปออกจากมูลค่าผลผลิตทั้งหมด

  • วิธีรายได้ (Income Approach): คำนวณจากรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ เช่น ค่าจ้างแรงงาน ดอกเบี้ย ค่าเช่า และกำไรของกิจการ

  • วิธีรายจ่าย (Expenditure Approach): เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ซึ่งมีการคำนวณจากการใช้จ่ายของแต่ละภาคส่วนในประเทศ โดยจะมีการใช้สูตรเพื่อคำนวณดังนี้:

GDP = C + I + G (X - M)

  • C = การบริโภค

  • I = การลงทุน

  • G = การใช้จ่ายภาครัฐ

  • X = การส่งออก

  • M = การนำเข้า

 

ทำไมต้องเป็น X-M?

การเขียน X-M ก็หมายถึง Net Export หรือ มูลค่าการส่งออกสุทธิ ซึ่งจะใช้ดูว่า การส่งออก (X) มากกว่า การนำเข้า (M) หรือไม่? เป็นการหักลบค่าใช้จ่ายออกจากรายได้ ซึ่งนี่ก็มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยตรง

 

GDP บวกหรือลบ หมายความว่าอะไร?

  • ผลลัพธ์ Net Export เป็น + คือ เศรษฐกิจมีรายได้สุทธิจากการค้าระหว่างประเทศ

  • ผลลัพธ์ Net Export เป็น - คือ การนำเข้ามากกว่าการส่งออก ทำให้ประเทศต้องจ่ายเงินออกไปมากกว่ารายได้ที่ได้จากการค้าต่างประเทศ

 

ประเภทของ ดัชนี GDP คืออะไร

การวิเคราะห์ GDP สามารถทำได้หลายรูปแบบ ให้เห็นเศรษฐกิจในมุมมองที่ต่างกัน เช่น:

  • GDP Nominal: ไม่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ แสดงว่าเศรษฐกิจเติบโต ตลาดหุ้นมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะเวลานั้น

  • GDP Real: ปรับค่าตามเงินเฟ้อ เพื่อให้เห็นว่าตลาดหุ้นกำลังเติบโตจริงหรือไม่

  • GDP per capita: หาก GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้น แสดงว่าคนในประเทศมีกำลังซื้อสูงขึ้น ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค

  • GDP Growth Rate: อัตราการเติบโตของ GDP ที่สูง เศรษฐกิจดี ทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ

 

GDP มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร?

GDP มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเพราะเป็น ตัวชี้วัดหลัก ที่บอกได้ว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังเติบโตหรือชะลอตัว หาก GDP เพิ่มขึ้น แสดงว่าคนมีรายได้มากขึ้น การจ้างงานดีขึ้น ในทางกลับกัน หาก GDP ลดลง ก็จะหมายความว่า เศรษฐกิจถดถอย ซึ่ง GDP จึงเปรียบเสมือน ภาพรวมสุขภาพ ของเศรษฐกิจทั้งระบบ รัฐบาลมักจะใช้ข้อมูล GDP ในการกำหนดนโยบายการเงิน การคลัง และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ

 

GDP มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นและการลงทุนยังไง?

GDP มีความสำคัญต่อ ตลาดหุ้นไทย และการลงทุนเพราะ นี่คือตัวเลขที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ หาก GDP เติบโต นักลงทุนก็จะมองว่า เศรษฐกิจอยู่ในช่วงการขยายตัว บริษัทมีกำไรเพิ่ม โอกาสที่ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นสูงเช่นกัน ทางตรงข้าม

หาก ตัวชี้วัดเศรษฐกิจ GDP หดตัว ตลาดหุ้นก็อาจจะปรับตัวลง เพราะเศรษฐกิจอาจจะเริ่มมีความอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อรายได้บริษัทที่ลดลง ความเสี่ยงการลงทุนก็จะเพิ่มขึ้น นักลงทุนจะต้องติดตามตัวเลข GDP เพื่อประเมินทิศทางตลาดและวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม

 

GDP ส่งผลกระทบต่อค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนยังไง?

GDP ส่งผลโดยตรงต่อตลาดเงินทั่วโลก หาก อัตราการเติบโต GDP เพิ่มขึ้น แสดงถึงเศรษฐกิจแข็งแกร่ง นักลงทุนต่างชาติจะสนใจนำเงินเข้ามาลงทุน นี่ก็ส่งผลให้ความต้องการซื้อสกุลเงินของประเทศนั้นเพิ่มขึ้น จากนั้นค่าเงินก็จะเริ่มแข็งตัว หาก GDP หดตัว นักลงทุนอาจมองว่าเศรษฐกิจชะลอตัว ความต้องการในสกุลเงินนั้นจะลดลง ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนตัว

 

ตัวอย่างการใช้ GDP ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ

เพื่อให้คุณได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ GDP และการใช้งานในทางเศรษฐกิจ เพื่อตรวจสอบการเติบโต การชะลอตัว หรือการเปลี่ยนแปลทางโครงสร้างเศรษฐกิจ เรามาดูตัวอย่างกันเลย

 

ตัวอย่าง GDP ของประเทศไทย

ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ในปี 2020–2021 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะการท่องเที่ยวหยุดชะงัก และประชากรใช้จ่ายน้อยลง ทำให้ GDP ลดลง อย่างชัดเจน รัฐบาลจึงออกมาตรการต่าง ๆ เช่น "คนละครึ่ง" และ "เราชนะ" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและพยุงเศรษฐกิจ  จนถึงปี 2022–2023 GDP ไทย ล่าสุด ก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม จากการเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยว และการส่งออก

แหล่งที่มา: รายงานผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

ตัวอย่าง GDP ของสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐฯ ปี 2020 เจอวิกฤตโควิดเช่นเดียวกัน ในช่วงเวลานี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ทำให้ GDP หดตัวแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ฟื้นตัวเร็วในเวลาต่อมา เพราะรัฐบาลช่วยพยุงเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินให้ประชาชน และใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (QE) นอกจากนี้ก็ยังลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยผลักดัน GDP สหรัฐ ล่าสุด กลับมาเติบโตอีกครั้ง อย่างที่เห็นได้ว่า GDP เป็นสัญญาณที่บอกทิศทางเศรษฐกิจได้ชัดเจน

แหล่งที่มา: www.bea.gov

 

การคาด GDP กับตลาดหุ้น ปี 2025

การเติบโต GDP ประเทศไทย 2025 จาก ข่าว GDP วันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 2.3% ถึง 3.5% ซึ่งประมาณการไว้ว่าจะอยู่ระหว่างช่วง 2.8% จากปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายของรัฐบาล การฟื้นตัวของภาคเอกชน  การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และ การส่งออกสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อ ตลาดหุ้น ในประเทศไทย โดยตรง เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีจะทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ การติดตาม GDP รายไตรมาส คือ การตรวจสอบตัวเลข GDP ในแต่ละไตรมาส ช่วยให้คุณประเมินตลาดหุ้นได้ดียิ่งขึ้น

แหล่งที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/world/1177048

 

สรุป ความสำคัญของ GDP ในการลงทุน หุ้น

ตอนนี้เราก็น่าจะเข้า GDP คืออะไร ภาษาเศรษฐศาสตร์ และ การเติบโตของ GDP กันแล้ว นี่ก็แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการทำกำไรจากการลงทุนในภาคต่าง ๆ หาก GDP ของประเทศเติบโต ก็หมายความว่าโอกาสในการขยายตัวของธุรกิจและ ตลาดหุ้นไทย มีมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนในประเทศนั้นมีความน่าสนใจ GDP จึงเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนที่สำคัญ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

GDP คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ แสดงให้เห็นถึงมูลค่าของสินค้าหรือบริการทั้งหมดที่ผลิตในประเทศภายในช่วงเวลานั้นๆ

GDP คือ การวัดมูลค่าการผลิตของประเทศ ใช้ประเมินขนาดและสุขภาพของเศรษฐกิจ

GDP ต่อหัว คือ GDP ของประเทศที่หารด้วยจำนวนประชากร ใช้เพื่อวัดรายได้เฉลี่ยของประชาชนในประเทศ

Nominal GDP คือ GDP ที่คำนวณจากราคาปัจจุบัน ไม่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่ Real GDP จะปรับเงินเฟ้อออกเพื่อให้เห็นการเติบโตที่แท้จริง

GDP per capita คือ GDP หารด้วยจำนวนประชากร ก็จะได้รายได้เฉลี่ยของแต่ละคนในประเทศ

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

แท่งเทียนกลับตัว คืออะไร? คู่มือเข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น

แท่งเทียนกลับตัวคืออะไร? แท่งเทียนกลับตัว (Reversal Candlestick) คือ สัญญาณบนกราฟที่บอกว่าราคาอาจเปลี่ยนทิศทางจากขึ้นเป็นลง หรือจากลงเป็นขึ้น เวลาเราดูกราฟหุ้น Forex หรือ Crypto เราจะเห็นราคาเคลื่อนเป็นแท่งเทียนต่อกันไปเรื่อย ๆ บางช่วงราคาอาจวิ่งไปในทิศทางเดิมต่อเนื่อง แต่บางครั้งแรงซื้อหรือแรงขายเริ่มเปลี่ยนไป เช่น ราคาลงมานาน แต่มีแรงซื้อดันให้ดีดขึ้น ราคาขึ้นติดต่อกัน แต่ถูกแรงขายกดให้ลงทันที เมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เรามักจะเห็นเป็น “รูปแบบแท่งเทียน” ที่แสดงให้รู้ว่าตลาดเริ่มไม่แน่นอน และอาจกำลังจะพลิกทิศทางใหม่...

Itsariya Doungnet 24 พฤศจิกายน 2025

แพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมน: คำจำกัดความ เคล็ดลับ และตัวอย่าง

แพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนเป็นการก่อตัวของแท่งเทียนเดี่ยวที่ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการ กลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง ในบทความนี้เราจะสำรวจแพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมน โครงสร้าง การก่อตัว และความสำคัญในการซื้อขาย ในตอนท้ายคุณจะเข้าใจวิธีระบุรูปแบบนี้และใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพในกลยุทธ์การซื้อขายของคุณ สาระสำคัญ แพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนเป็นรูปแบบกลับตัวขาลงที่ปรากฏในช่วงสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น โดยส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่อาจเกิดขึ้น คุณลักษณะสำคัญของแพทเทิร์นนี้ ได้แก่ มีลำตัวแท่งเทียนขนาดเล็กและมีไส้ด้านล่างยาวอย่าง ควรรอการยืนยันจากแท่งเทียนขาลงในครั้งถัดไปเพื่อยืนยันแพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนก่อนจะตัดสินใจซื้อขาย แพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนคืออะไร? แพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมน (Hanging Man) เป็น แพทเทิร์นแท่งเทียน การกลับตัวเป็นขาลงที่นักเทรดเดอร์มักจะมองหาเมื่อสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น การปรากฏของแพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจสูญเสียโมเมนตั้มและฝั่งขายเริ่มแข็งแกร่งขึ้น เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบันอาจใกล้สิ้นสุดแล้ว สำหรับนักเทรดเดอร์การสังเกตเห็นแพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาด อย่างไรก็ตามแพทเทิร์นแท่งเทียนแฮงค์แมนไม่ได้รับประกันการกลับตัวของแนวโน้มแต่เป็นเพียงการส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นของตลาดอาจกำลังเปลี่ยนแปลง...

XS Editorial Team 16 สิงหาคม 2024
scroll top