ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
เวลาเราซื้อหุ้น คำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัวคือ “ราคานี้คุ้มไหม?” หรือ “หุ้นตัวนี้ถูกหรือแพงเกินไป?” แน่นอนว่าราคาหุ้นในตลาดอาจไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทเสมอไป
นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จึงมักใช้ตัวเลขบางอย่างช่วยประเมินความเหมาะสมของราคาหุ้น ซึ่งหนึ่งในตัวเลขที่ถูกใช้บ่อย และ มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการประเมินมูลค่าหุ้นในกลุ่มที่มีสินทรัพย์ชัดเจน ก็คือตัวชี้วัดที่เรียกว่า “P/BV”
บทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักว่า P/BV คือ อะไร มีไว้ทำไม สำคัญอย่างไร มีสูตรคำนวณแบบไหน และ มือใหม่จะเริ่มใช้วิเคราะห์หุ้นได้อย่างไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างจริงให้เข้าใจง่าย และ นำไปใช้ได้ทันที
P/BV คือ ดัชนีเปรียบเทียบ ราคาหุ้น กับ มูลค่าทางบัญชี ช่วยประเมินว่าหุ้นแพง หรือ ถูก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่จริง
ค่า P/BV ต่ำกว่า 1 อาจสะท้อนว่าหุ้น ถูก แต่ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบ เช่น สภาพคล่อง หนี้สิน หรือผลประกอบการ เพื่อหลีกเลี่ยงหุ้นที่ดูถูกเพราะมีปัญหา
P/BV ใช้ได้ดีในหุ้นที่มีสินทรัพย์ชัดเจน เช่น ธนาคาร หรือ อสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่เหมาะกับหุ้นเทคโนโลยีหรือธุรกิจที่มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสูง
ควรใช้ P/BV ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น เช่น P/E, ROE และ แนวโน้มธุรกิจ เพื่อให้ได้มุมมองรอบด้าน และ ตัดสินใจลงทุนอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
P/BV คือ หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง ราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาด กับ มูลค่าทางบัญชีของบริษัท ซึ่งข้อมูลนี้ได้จากงบการเงินของบริษัทนั้น ๆ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Price to Book Value
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ P/BV จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ราคาหุ้นที่จ่ายไปนั้น แพงเกินไปหรือไม่?” หรือ “ราคานี้เหมาะสมกับสินทรัพย์ และ มูลค่าที่แท้จริงของบริษัท หรือเปล่า?” การทำความเข้าใจ P/BV จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และลดความเสี่ยงจากการจ่ายราคาหุ้นเกินมูลค่าที่ควรเป็น
ค่า P/BV ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์ การลงทุนแบบเน้นมูลค่า (Value Investing) ซึ่งมองหาหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง นักลงทุนอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์เองก็ให้ความสำคัญกับ การประเมินมูลค่าหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน อย่าง P/BV เพราะนี่จะช่วยให้คุณหากคำตอบเหล่านี้ได้ เช่น
ใช้ตรวจสอบว่า หุ้นถูก หรือ หุ้นแพง เมื่อเทียบกับสินทรัพย์สุทธิของบริษัท
เหมาะกับหุ้นในกลุ่มที่มีทรัพย์สินชัดเจน เช่น ธนาคาร สินเชื่อ ประกัน พลังงาน
เป็นตัวกรองหุ้นเบื้องต้น ก่อนจะพิจารณาเชิงลึก ด้วยปัจจัยอื่น ๆ เช่น P/E, ROE, กำไร ฯลฯ
ค่า P/BV SET หมายถึง ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน P/BV ของหุ้นทั้งหมดใน ดัชนี SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ซึ่งมักใช้เป็นตัวเปรียบเทียบกับหุ้นรายตัวว่า “หุ้นตัวที่เราสนใจ มีค่า P/BV สูง หรือ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด?” เช่น หาก P/BV ของ SET อยู่ที่ 1.5 แล้วหุ้นที่คุณสนใจมีค่า P/BV แค่ 0.8 นั่นอาจสะท้อนว่าหุ้นตัวนั้น "อาจจะต่ำกว่ามูลค่า" หรือ อาจมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ที่ทำให้ราคาหุ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
ก่อนใช้ค่า P/BV ในการวิเคราะห์หุ้น ควรทำความเข้าใจข้อจำกัดและหลักการสำคัญ เพื่อใช้ตัวชี้วัดนี้ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำในการลงทุน
แม้ค่า P/BV จะช่วยบอกว่า หุ้นมี ราคาสูง หรือ ต่ำกว่า มูลค่าทางบัญชีของบริษัท แต่ค่านี้ไม่ได้สะท้อนถึง ผลประกอบการ หรือ กำไรของบริษัท แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการดูแค่ P/BV เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เราพลาดข้อมูลสำคัญอย่าง ความสามารถในการทำกำไรจริง ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ROE (อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) หรือ กำไรสุทธิ เพื่อประเมินคุณภาพของบริษัทอย่างครบถ้วน
ค่า P/BV จะให้ข้อมูล ที่มีความหมายมากใน กลุ่มอุตสาหกรรมที่มี สินทรัพย์ทางกายภาพ และ สินทรัพย์ถาวรสูง เช่น ธนาคาร สินเชื่อ หรือ กลุ่มพลังงาน เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ มีมูลค่าชัดเจนตามบัญชี ในขณะที่หุ้น กลุ่มเทคโนโลยี หรือ บริการที่เน้น ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ ทรัพย์สินไม่มีตัวตน อาจมีมูลค่าทางบัญชีต่ำกว่า มูลค่าที่แท้จริง ทำให้ค่า P/BV ไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของบริษัทในกลุ่มเหล่านั้น
มูลค่าทางบัญชีของบริษัทนั้น อ้างอิงจากข้อมูลในงบการเงิน ซึ่งอาจใช้ราคาต้นทุน หรือ ตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนด และ ไม่ได้สะท้อนราคาตลาดจริงของสินทรัพย์ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ที่ดิน อาคาร หรือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา หรือ แบรนด์ที่มีมูลค่าทางจิตวิทยา การตีความ P/BV จึงต้องระวังไม่ใช้เป็นตัวชี้วัดเดียวในการตัดสินใจ
หลายคนอาจคิดว่า หุ้นที่มีค่า P/BV ต่ำกว่า 1 คือ หุ้น “ถูก” หรือ “น่าสนใจ” แต่จริง ๆ แล้วค่า P/BV ต่ำอาจสะท้อนปัญหาบางอย่างของบริษัท เช่น ผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง มีหนี้สินสูง หรือ ความเสี่ยงทางธุรกิจ ที่ทำให้ราคาหุ้นตกต่ำ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ ควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ และ ความเสี่ยงของธุรกิจอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้ลงทุนในหุ้นที่ราคาถูก แต่มีปัญหาแฝงอยู่
การคำนวณค่า P/BV ทำได้เพียงนำ ราคาหุ้นในตลาด มาเปรียบเทียบกับ มูลค่าทางบัญชีของบริษัทต่อหุ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเข้าใจได้ง่ายว่า หุ้นนั้นถูก หรือ แพง เมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี
ราคาหุ้นต่อหุ้น คือ ราคาที่หุ้นนั้นซื้อขายในตลาด
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น คือ สินทรัพย์สุทธิของบริษัท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด
สมมติว่า บริษัท ABC มีราคาหุ้นในตลาดอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น มูลค่าทางบัญชีของบริษัทเท่ากับ 20 ล้านบาท และ จำนวนหุ้นทั้งหมด 5 ล้านหุ้น
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น: 20,000,000/5,000,000 = 4 บาทต่อหุ้น
ค่า P/BV: 10/4 = 2.5
หมายความว่า ราคาหุ้น ABC สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีถึง 2.5 เท่า นักลงทุนจึงจ่ายราคาหุ้นแพงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของบริษัท
หุ้น
ราคาหุ้น (บาท)
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (บาท)
ค่า P/BV
ความน่าสนใจในการลงทุน
บริษัท A
15
10
1.5
ราคาสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีเล็กน้อย แสดงว่าตลาดให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท แต่ต้องตรวจสอบผลประกอบการเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
บริษัท B
8
0.8
ค่า P/BV ต่ำกว่า 1 แสดงว่าหุ้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อาจเป็นโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ แต่ต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ว่าบริษัทมีปัญหาหรือไม่
บริษัท C
25
12
2.08
ค่า P/BV สูงกว่ามาก อาจสะท้อนความคาดหวังการเติบโตสูง แต่ก็มีความเสี่ยงว่าหุ้นอาจแพงเกินไป นักลงทุนควรวิเคราะห์เชิงลึกก่อนลงทุน
บริษัท D
6
1.0
ราคาหุ้นเท่ากับมูลค่าทางบัญชี แสดงถึงการประเมินมูลค่าที่สมเหตุสมผล เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง
ค่า P/BV ที่ดีไม่มีค่าแน่นอนตายตัว แต่ทั่วไปแล้ว นักลงทุนมักมองหาหุ้นที่มีค่า P/BV ต่ำกว่า 1 หรือ ใกล้เคียง 1 เพราะแสดงว่าหุ้นนั้นอาจมี ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการลงทุน อย่างไรก็ตาม ค่าตัวเลขนี้ต้องดูควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยง และ ศักยภาพของบริษัท
เมื่อค่า P/BV ต่ำกว่า 1 หมายความว่า ราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท อาจบ่งชี้ว่าหุ้นนั้นถูกประเมินค่าต่ำ หรืออาจมีปัญหาบางอย่างในธุรกิจ นักลงทุนจึงควรวิเคราะห์อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
ค่า P/BV เท่ากับ 1 หมายความว่า ราคาหุ้นในตลาดเท่ากับมูลค่าทางบัญชีของบริษัท แสดงว่าตลาดประเมินหุ้นนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่
เมื่อค่า P/BV มากกว่า 1 แปลว่า ราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี อาจสะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทจะเติบโตในอนาคต หรือ มีสินทรัพย์ที่ไม่ได้สะท้อนในบัญชี นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ เช่น ผลประกอบการ ความสามารถในการทำกำไร และ ความเสี่ยงต่าง ๆ
ค่า P/BV ในตลาดหุ้นไทย เฉลี่ยของหุ้นในดัชนี SET มักอยู่ในช่วงประมาณ 1.0 ถึง 2.0 ซึ่งแตกต่างกันไปตามกลุ่มอุตสาหกรรม และ สภาพเศรษฐกิจ ซึ่งหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสินทรัพย์มาก เช่น ธนาคาร และ อสังหาริมทรัพย์ มักจะมีค่า P/BV ต่ำกว่า 1.5 ขณะที่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี หรือ อุตสาหกรรมที่เน้นการเติบโต อาจมีค่า P/BV สูงกว่า 2.0
การใช้ค่า P/BV มีข้อจำกัด และ ข้อควรระวัง ที่นักลงทุนควรรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความผิด และ ตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ P/BV จะช่วยประเมินความถูกแพงของหุ้น เมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี แต่ควรใช้ควบคู่กับตัวชี้วัดอื่น เช่น P/E, ROE และ การวิเคราะห์พื้นฐาน เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ครบถ้วน และ แม่นยำยิ่งขึ้น เพราะแต่ละตัวชี้วัดช่วยเติมเต็มข้อจำกัดของกันและกัน ทำให้นักลงทุนเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น
หุ้นที่มีค่า P/BV ต่ำกว่า 1 อาจดูเหมือน “ถูก” แต่บางครั้งอาจเป็นเพราะบริษัทมีปัญหาทางการเงิน หรือ ธุรกิจ จึงควรวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างรอบคอบ ราคาที่ต่ำอาจสะท้อนความเสี่ยง หรือ ปัญหาที่ซ่อนอยู่ ซึ่งต้องพิจารณาเพิ่มเติม
P/BV ใช้ได้ผลดีในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสินทรัพย์ถาวร เช่น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ หรือ กลุ่มพลังงาน แต่สำหรับบริษัทที่มีสินทรัพย์น้อย หรือ เป็นธุรกิจดิจิทัล ค่า P/BV อาจไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งธุรกิจบางประเภทมีมูลค่าที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน สินทรัพย์ไม่มีตัวตน หรือ การเติบโตในอนาคต
สินทรัพย์บางประเภทในงบการเงิน เช่น ที่ดิน หรือ เครื่องจักร อาจถูกบันทึกไว้ในราคาต้นทุน ไม่ใช่มูลค่าตลาดปัจจุบัน ทำให้ค่า P/BV บางครั้งคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริง จึงควรพิจารณามูลค่าตลาด และ ข้อมูลเสริมอื่น ๆ เพื่อการประเมินที่ถูกต้องมากขึ้น
ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำ ค่า P/BV ของหุ้นหลายตัวอาจ ลดต่ำลง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า หุ้นทั้งหมดถูกต้องตามมูลค่า นักลงทุนควรประเมิน ภาพรวมเศรษฐกิจ และ ปัจจัยภายนอกประกอบด้วย เพราะสภาวะตลาด และ เศรษฐกิจ มีผลโดยตรงต่อ ราคาหุ้น และ การประเมินมูลค่าหุ้นในระยะสั้น
ค่า P/BV ช่วยให้นักลงทุนเห็นว่าหุ้นมีราคาสูง หรือ ต่ำกว่ามูลค่า ทางบัญชีของบริษัท เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นเทียบกับสินทรัพย์สุทธิ
การใช้ค่า P/BVเหมาะกับบริษัทในกลุ่มการเงิน ธนาคาร หรืออสังหาริมทรัพย์ ที่ชัดเจนและมีสินทรัพย์ถาวรหรือเงินลงทุนจำนวนมาก
ใช้เปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบมูลค่าหุ้นระหว่างบริษัทในกลุ่มเดียวกันได้ง่ายขึ้น
ค่า P/BV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม อาจบ่งบอกถึงหุ้นที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวหรือยังไม่ถูกตลาดให้มูลค่าที่เหมาะสม บอกถึงโอกาสในการลงทุนระยะยาว
ไม่เหมาะกับธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์น้อย เช่น ธุรกิจเทคโนโลยีหรือบริการ ที่มูลค่าหลักอยู่ในทรัพย์สินไม่มีตัวตน เช่น ความสามารถของทีมงานหรือสิทธิบัตร
อาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งมูลค่าทางบัญชีไม่รวมถึงมูลค่าตลาดของแบรนด์ ชื่อเสียง หรือความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
ค่า P/BV ต่ำอาจหมายถึงปัญหา หากหุ้นที่มี P/BV ต่ำมาก อาจเกิดจากผลประกอบการที่ตกต่ำ หรือปัญหาในธุรกิจ
ขึ้นอยู่กับคุณภาพของงบการเงิน เพราะหากบริษัทมีการบันทึกสินทรัพย์หรือลดมูลค่าสินทรัพย์ไม่เหมาะสม จะทำให้ค่า P/BV บิดเบือนไปจากความจริง
ตัวชี้วัด
คืออะไร
ข้อดี
ข้อจำกัด
วิธีใช้งาน
P/BV
ราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินทรัพย์ถาวรชัดเจน
ไม่สะท้อนกำไรในอนาคต
ใช้ประเมินมูลค่าเบื้องต้น เทียบกับสินทรัพย์สุทธิ
P/E
ราคาหุ้นเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น
สะท้อนความคาดหวังการเติบโต ใช้ง่าย
ใช้ไม่ได้กับบริษัทขาดทุน หรือ อ่อนไหวต่อกำไรที่ผันผวน
ใช้วัดความถูก หรือ แพงของหุ้นเทียบกับกำไร
EV
มูลค่ากิจการเทียบกับกำไรจากการดำเนินงาน
สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจโดยรวม
ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึก ไม่เข้าใจง่ายเท่า P/E หรือ P/BV
ใช้เปรียบเทียบมูลค่าระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ROE
ผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากเงินลงทุน
วัดประสิทธิภาพในการใช้ทุนสร้างกำไร
ค่าที่สูงอาจเกิดจากการกู้มากเกินไป
ใช้วัดคุณภาพของบริษัทในแง่การทำกำไร
D/E
หนี้สินเทียบกับทุนของบริษัท
ประเมินความเสี่ยงทางการเงิน
ไม่บอกความสามารถในการชำระหนี้
ใช้ดูระดับความเสี่ยงของบริษัทจากการใช้หนี้
Dividend Yield
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อราคาหุ้น
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหารายได้สม่ำเสมอ
ไม่สะท้อนการเติบโตหรือความเสี่ยงของธุรกิจ
ใช้ประเมินผลตอบแทนระหว่างถือหุ้น
ประเด็น
P/E (Price to Earnings)
P/BV (Price to Book Value)
ความหมาย
เปรียบเทียบราคาหุ้นกับกำไรสุทธิต่อหุ้น
เปรียบเทียบราคาหุ้นกับมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น
ใช้วัดอะไร
ความสามารถในการทำกำไรและความคุ้มค่าของหุ้น
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่บริษัทถือครอง
เหมาะกับหุ้นแบบใด
หุ้นที่มีผลกำไรชัดเจนและเติบโต
หุ้นที่มีสินทรัพย์ถาวรสูง เช่น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์
กำไรอาจผันผวนหรือถูกบิดเบือนจากมาตรฐานบัญชี
มูลค่าทางบัญชีอาจไม่สะท้อนมูลค่าตลาดจริง
P/BV คือ เครื่องมือที่นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจ เพราะช่วยประเมินความคุ้มค่าของราคาหุ้นโดยเทียบกับมูลค่าทางบัญชีของบริษัท ทำให้นักลงทุนรู้ว่าหุ้นนั้นถูกหรือแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริง ช่วยลดความเสี่ยงและตัดสินใจลงทุนได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่มีสินทรัพย์ชัดเจน เช่น ธนาคารหรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นตัวเลขที่สำคัญกว่านี้คุณคิด เพื่อการวิเคราะห์หุ้นที่ครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้น
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
หาก P/BV น้อยกว่า 1 แสดงว่า ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งอาจเป็นโอกาสลงทุน แต่ต้องระวัง เพราะอาจมีสาเหตุจากปัญหาทางธุรกิจ เช่น ขาดทุนสะสม หรือ หนี้สินสูง
P/BV มากกว่า 1 หมายถึง นักลงทุนยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าทรัพย์สินของบริษัท อาจสะท้อนความเชื่อมั่นในการเติบโต กำไร หรือ สินทรัพย์ที่ยังไม่ถูกรวมในบัญชี เช่น แบรนด์ หรือ เทคโนโลยี
P/BV เหมาะกับหุ้นในกลุ่มที่มีสินทรัพย์ถาวร เช่น ธนาคาร ประกัน อสังหาริมทรัพย์ หรือ พลังงาน เพราะมูลค่าทางบัญชีของกลุ่มเหล่านี้ มีความชัดเจน และ สัมพันธ์กับมูลค่าจริง
ไม่เหมาะเท่าไหร่ค่ะ เพราะบริษัทเทคโนโลยีมักมีทรัพย์สินไม่มีตัวตนสูง เช่น ลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์ม หรือ แบรนด์ ซึ่งมักไม่สะท้อนในมูลค่าทางบัญชี ทำให้ค่า P/BV เพี้ยน
ใช้ได้ค่ะ แต่อาจต้องระวัง เพราะค่า P/BV ที่ต่ำมากอาจมาจากความกลัวของตลาด ไม่ใช่เพราะหุ้นถูกจริง ต้องตรวจสอบพื้นฐานบริษัทให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน
ไม่แนะนำค่ะ เพราะแต่ละกลุ่มมีโครงสร้างสินทรัพย์ต่างกัน เช่น เทคโนโลยีกับอสังหา การใช้ P/BV เทียบกันอาจทำให้เข้าใจผิด ควรใช้เปรียบเทียบภายในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
กราฟแท่งเทียน คืออะไร? กราฟแท่งเทียน คือ ราคาที่มีการสรุปมาในแบบแท่งเทียน ไม่ว่าจะเป็น ไส้เทียน ตัวเทียน ล้วนแล้วเป็นราคาทั้งหมด แล้วแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? แท่งเทียนเกิดขึ้นจากเหล่านักเทรด นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กองทุน ธนาคาร สถาบัน และ องค์กรที่เกี่ยวกับการเงินต่างๆ นำเงินเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ จากนั้นระบบตลาดก็จะมีการจับคู่ราคาซื้อขายกัน รวบรวมราคาตามช่วงเวลาที่มีจำนวนเงินเข้ามา และวาดออกมาเป็นแท่งเทียน เพื่อให้ผู้ที่นำเอาเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ หรือ นักลงทุนทุกๆ...
MACD Indicator คืออะไร? MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์โมเมนตั้มและแนวโน้มที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค MACD ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงของความแข็งแกร่ง ทิศทาง โมเมนตั้ม และระยะเวลาของแนวโน้มในตลาด โครงสร้างหลักของ MACD คือการรวมค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้น ได้แก่: EMA 12-Period (Exponential Moving Average 12) EMA...
MT4 คืออะไร? แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 คือ แพลตฟอร์มการเทรดออนไลน์ยอดนิยม ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท MetaQuotes ซึ่งใช้สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ฟอเร็กซ์, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอเรนซี รองรับ MT4 บน Windows, Mac, Android, iOS จุดเด่นของ MT4...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ