ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
Pip คือ สิ่งที่นักเทรดทุกคนจำเป็นต้องรู้และทำความเข้าใจ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ ความหมาย Pip เป้าหมายของ Pip รวมถึงวิธีการคำนวณ Pip ที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อใช้ในการคำนวณความเสี่ยง รวมถึงการแผนการเทรดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าเราก็มีกลยุทธ์ไม่ลับมานำเสนออีกมากมาย อ่านเนื้อหาต่อในบทความนี้เลย
Pip คือ เครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ เพื่อใช้ในการเปลี่ยนแปลงมูลค่าการเทรด จัดการความเสี่ยง และวางแผนกลยุทธ์เทรด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Pip ในตลาด Forex จะมีค่า เท่ากับการนักทศนิยม 4 ตำแหน่ง ยกเว้นคู่เงิน JPY จะนับ 2 ตำแหน่งทศนิยม ต่อค่า 1 Pip
คุณจำเป็นต้องใช้สูตรการคำนวณ Pip เพื่อทำการคำนวณ Lot size, กำไร และ ขาดทุน ในบทความนี้
Pip คือ เครื่องมือทางการเงินที่สามารถเปลี่ยนแปลงมูลค่าได้ ย่อมาจาก Percentage in points ขนาดของ Pip จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละตลาดเทรด คุณสามารถกำหนดได้ว่าคุณจะได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ซึ่งทั่วไปแล้ว pip ในการเทรดฟอเร็กซ์ จะมีค่า 1pip เท่ากับ 0.0001 สำหรับคู่เงินใหญ่ เช่น EUR/USD แต่ Pip ในคริปโต อาจจะไม่ได้ใช้อย่างเป็นทางการ แต่จะมีแนวคิดเดียวกันเพื่ออธิบายการค่าความเคลื่อนไหวของราคาระดับย่อยๆ
การนับ Pip อย่างถูกต้อง เป็นเรื่องสำคัญในการวิเคราะห์การเทรดของคุณ ทั้งยังช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไปถึงเป้าหมายที่คุณกำหนด
จำนวน Pip = ราคาที่ขาย - ราคาที่ซื้อ
EUR/USD: ซื้อที่ราคา 1.1000 > ขายที่ 1.1050 = 50 pips
USD/JPY: ซื้อที่ราคา 140.00 > ขายที่ 140.60 = 60 pips
สิ่งสำคัญของ Pip calculator หรือ การคำนวณค่า Pip คือ การคำนวณกำไรและขาดทุน เพื่อปรับรูปแบบการเทรดของคุณ เรามาดกันต่อเลย
กำไรหรือขาดทุน = จำนวน Pip x มูลค่าต่อ Pip x ขนาดล็อต
ขนาดล็อต
หน่วย
มูลค่า 1 Pip
1 Standard Lot
100,000
ประมาณ $10 ต่อ Pip
1 Mini Lot
10,000
ประมาณ $1 ต่อ Pip
1 Micro Lot
1,000
ประมาณ $0.10 ต่อ Pip
สมมุติว่า คุณเลือกเทรด EUR/USD เปิด Buy ที่ 1.1000 และ ปิดเทรดที่ 1.1050 จำนวน 50 Pip เปิดให้ที่ 1 Standard Lot หรือ 100,000 หน่วย มูลค่า Pip ที่ $10
คุณได้กำไร = 50 pips x $10 = $500
นักเทรดบางคนอาจสับสนระหว่าง Pip, Point และ Pipette หรือสับสนว่า Pip กับ Pipette ต่างกันยังไง ซึ่งนี่คือสิ่งพื้นฐานที่คุณควรให้ความสำคัญ เพื่อคำนวณกำไร ขาดทุน รวมไปถึงการวางแผนเทรด เพื่อเพิ่มโอกาสชนะในการเทรดมากขึ้น แม้ว่าทั้ง 3 ตัวนี้จะมีความคล้ายกัน แต่มีหน้าที่และความหมายที่แตกต่างกัน เราได้สรุปมาให้แล้วด้านล่างนี้
Pip คือ หน่วยวัดมาตรฐานของการเปลี่ยนแปลราคาที่เล็กที่สุด
Pipette คือ หน่วยย่อยของ Pip เช่น (1 pip = 10 pipettes) หน่วยวัดที่ละเอียดมากขึ้น
Point คือ คำทั่วไปที่อาจใช้แทน Pip หรือ Pipette ขึ้นอยู่กับเพลตฟอร์มเทรด
เรามักจะได้ยิน Pip กันในตลาด Forex เป็นหลัก แต่การใช้งานตลาดสินทรัพย์อย่าง คริปโต และ ดัชนี ก็มีแนวคิดเดียวกัน เพียงแต่จะมีรูปแบบหน่วยวัดที่แตกต่างกันออกไป
คริปโต (Crypto): Pip ใช้วัดความเปลี่ยนแปลงของราคา เช่น BTC/USD หรือ ETH/USD ซึ่งทั่วไปแล้ว 1 pip อาจจะเท่ากับ 0.01 หรือ 0.0001 แล้วแต่เพลตฟอร์ม เพราะคริปโตมักจะ จุดทศนิยมในการเทรด สูง
ดัชนี (Indices): จะใช้ Point แทน Pip เช่น S&P 500 ขยับจาก 4200 ไปที่ 4205 = 5 Points
การใช้ Pip ในกลยุทธ์เทรด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด ช่วยกำหนด จุดเข้าซื้อและขายจาก pipได้ ทั้งยังช่วยกำจัดความเสี่ยงการเทรด รวมถึงการคำนวณผลตอบแทนย่างแม่นยำ
นักเทรดจะใช้ Pip เพื่อกำหนดว่า การเปิดออเดอร์หนึ่ง คุณยอมขาดทุนได้กี่ Pip
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีบัญชี $1000 และยอมเสี่ยง 2% ต่อเทรด ขาดทุนได้ $20 หากค่า 1 Pip = $1 คุณกำหนด Stop Loss ได้ 20 Pip
คุณสามารถเลือกวาง SL และ TP ด้วยจำนวน Pip ที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการขาดทุนและกำไรได้
ตัวอย่าง การเทรด EUR/USD: จุดเข้า 1.1000 วาง SL ที่ 1.0980 (20 Pip) TP ที่ 1.1040 (40 Pip) อัตราความเสี่ยงและกำไรอยู่ที่ 1:2
Pip มีผลต่อขนาดล็อต เพราะต้องคำนวณจากจำนวน Pip ที่เสี่ยงและทุนที่มี คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยการใช้สูตรคำนวณล็อตนี้
ขนาดล็อต = เงินที่เสี่ยง / (มูลค่าต่อ pip × จำนวน pip ที่ตั้ง Stop Loss)
กลยุทธ์ที่ดีควรมีผลลัพธ์เชิงบวกในแง่ Pip สะสม การวัดผลเช่่น กำไรเฉลี่ยต่อเทรดเป็น Pip และ จำนวน Pip ที่ได้ต่อเดือน ซึ่งการวัดผลย้อนหัลง เป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความสามารถของกลยุทธ์การเทรด สามารถแสดงผลลัพธ์เชิงบวดได้อย่างสม่ำเสมอ Pip สะสม
Pip ไม่ได้เป็นแค่หน่วยวัดกำไรขาดทุนของแต่ละเทรดเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นเกณฑ์การวัด ประสิทธิภาพโดยรวมของพอร์ตเทรด ได้อย่างแม่นยำและเป็นกลางกว่าการใช้หน่วยเงิน โดยเฉพาะนักเทรดที่ชอบเปลี่ยนขนาดล็อต, ใช้หลายบัญชี หรือ ใช้หลายคู่เงินพร้อมกัน
Pip เฉลี่ยต่อเทรด: ใช้คำนวณผลลัพธ์รวมว่ากลยุทธ์ของคุณให้ Pip กำไรเฉลี่ยเท่าไหร่ต่อ 1 ออเดอร์ ซึ่งนี่ช่วยให้คุณทราบว่าแต่ละเทรดมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน
Pip สะสมต่อเดือน: ใช้ดูว่าพอร์ตสามารถสะสม Pip ได้มากน้อยแค่ไหนในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น เดือนละ 300 Pip หรือ 1,000 Pip ที่นำไปใช้เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าได้ เพื่อวัดกลยุทธ์
ข้อดี
ข้อเสีย
ความแม่นยำ ช่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจน
หากคุณไม่ได้คำนวณขนาดล็อตด้วย ก็อาจทำให้การประเมินความเสี่ยงได้ไม่สมบูรณ์
ใช้กำหนด Stop Loss และ Take Profit เพื่อบริการความเสี่ยงได้ง่าย
ราคาที่เปลี่ยนแปลงน้อยอาจไม่ทำกำไรได้มาก
คำนวณกำไร-ขาดทุน ช่วยให้คุณตัดสินใจได้รวดเร็ว
ไม่เหมาะกับตลาดผันผวนสูง เพราะอาจจะไม่ได้สะท้อนถึงความเสี่ยง
Pip ใช้ได้กับทุกคู่เงิน เป็นมาตรฐานที่ใช้ในตลาด Forex
Pip เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นักเทรดทุกคนเข้าใจ เนื่องจากเป็นวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ช่วยในการคำนวณกำไรและขาดทุน การใช้ pip อย่างถูกต้องช่วยให้สามารถจัดการเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม ทั้งการวางแผนการเทรด Forex เพื่อให้คุณได้ทำตามเป้าหมายการเทรดที่ตั้งเป้าหมายไว้ รวมถึงการตั้ง Stop-loss และ Take-profit ส่วนมากแล้วจะใช้ในตลาด Forex แต่ก็ได้รับความนิยมในตลาดอื่นๆ เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีการใช้คำเรียกที่แตกต่างกันออกไป
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
1 pip เท่ากับ 10 จุด ในตลาด Forex ทั่วไปแล้ว 1 pip จะใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น 0.0001 สำหรับคู่เงินหลัก ส่วนคู่เงินที่มี JPY ซึ่งใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น 0.01
ระบบ PIP คือ วิธีวัดการเปลี่ยนแปลงงราคาคู่สกุลเงินในตลาด Forex เป็นหน่วยมาตรฐาน ที่จะช่วยให้นักเทรดคำนวณผล กำไร/ขาดทุนและความเสี่ยงได้ง่ายยิ่งขึ้น
การคำนวณ pip ขึ้นอยู่กับคู่เงินและขนาด lot เช่น สำหรับคู่ EUR/USD หากราคาเคลื่อนไหวจาก 1.1000 ไป 1.1010 คือ 10 pips หากเทรด 1 standard lot (100,000 หน่วย) 1 pip จะมีมูลค่าประมาณ $10
หลัก ๆ แล้ว Pip จะใช้ใน Forex แต่แนวคิดของ Pip ยังถูกนำไปใช้ในตลาด CFD, โลหะมีค่า และคริปโต เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในรูปแบบที่คล้ายกัน
pip ย่อมาจาก Percentage in Point หรือบางครั้งเรียกว่า Price Interest Point ซึ่งหมายถึงหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex
การนับจุดเทรด XAUUSD จะต่างจากคู่เงินทั่วไป ซึ่ง $1=100 จุด หรือ 1 จุด = $0.01 หากราคาขยับจาก 2365.00 ไป 2366.50 เท่ากับขยับขึ้น 150 จุด หรือ 1.50 ดอลลาร์
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนด้านการเงิน การลงทุน และ การเทรด ด้วยเทคนิค SEO ของบริษัท XS.com ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการตลาดและการเทรดโดยตรง เปลี่ยนเรื่องการเงินที่เข้าใจยาก ให้กลายมาเป็นบทความที่อ่านแล้วสนุกและเข้าใจง่าย ถ้าบทความช่วยตอบคำถามที่คุณหาอยู่และเป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมแชร์บทความด้วยนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
เทรดทอง คืออะไร? เทรดทอง คือ การซื้อขายทองคำออนไลน์ เพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาในตลาดโลก ซึ่งการเทรดทองก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เช่น การทำสัญญาซื้อขายแบบล่วงหน้า, การทำสัญญาซื้อขาย ETFs, การซื้อขายแบบ CFD และ อื่นๆ ทองคำ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Heaven ของนักลงทุน ซึ่งนอกจากจะได้รับความนิยมในการลงทุนระยะยาวแล้ว ก็ยังเป็นที่นิยมสำหรับนักเทรดด้วยเช่นกัน...
แพทเทิร์นยอดสามชั้น (Triple Top) เป็นสัญญาณการกลับตัวขาลงที่สำคัญในทางวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนจากแนวโน้มขาขึ้นไปสู่แนวโน้มขาลง การทำความเข้าใจแพทเทิร์นนี้เกี่ยวกับวิธีการเทรดและข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยงสามารถเพิ่มกลยุทธ์การเทรดของคุณและนำไปสู่การตัดสินใจที่มีข้อมูลมากขึ้น สาระสำคัญ แพทเทิร์นแบบยอดสามชั้น (Triple Top) เป็นแพทเทิร์นแท่งเทียนกลับทิศทางเป็นหมีขาลงที่ บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นขาลง ประกอบด้วยจุดสูงสุดที่แตกต่างกันสามจุดในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันตามด้วยการทะลุลงที่ต่ำกว่าระดับแนวรับ ยืนยันการทะลุด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับสัญญาณการซื้อขายที่ชัดเจนขึ้น ตั้งจุดหยุดขาดทุนไว้เหนือจุดสูงสุดเพื่อจัดการความเสี่ยง ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และ RSI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์และกลยุทธ์การซื้อขายของคุณ แพทเทิร์นยอดสามชั้นคืออะไร? แพทเทิร์นยอดสามชั้น (Triple Top) เป็นแพทเทิร์นแบบแท่งเทียนกลับทิศทางเป็นหมีขาลง...
สินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร? สินค้าโภคภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ หรือ วัตถุดิบ ที่เป็นส่วนประกอบของการผลิตหรือบริโภค สามารถซื้อขายได้ มีการใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก มีความแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าจะมาจากผู้ผลิตคนละราย เช่น น้ำมัน, ทองคำ, ข้าว, ยาง, หรือแร่ธาตุต่างๆ ราคาจะถูกกำหนดโดย Supply และ Demand จากทั่วโลก สินค้าโภคภัณฑ์ ภาษาอังกฤษ...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ