ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
รูปแบบกราฟ Rising Wedge คือ สัญญาที่บอกแนวโน้มราคาว่า ราคาจะขึ้นไปต่อ หรือ ปรับตัวลงมา ด้วยรูปแบบที่เหมือนกับขั้นบันไดขึ้นไป หรือ ไปด้านข้าง คุณสามารถใช้เทรนด์ไลน์ร่างจุดกราฟต่อขึ้นไป เพื่อสร้างแนวรับและแนวต้าน จากนั้นก็รอ Break out ตามด้วย Re-test แล้วค่อยเข้าเทรด
กราฟรูปแบบเท่งเทียน Rising Wedge สามารถเห็นได้ตามชาร์จตลาดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหุ้น, ตลาดฟอเร็กซ์ หรือ ตลาดคริปโต คุณจะต้องใช้กรอบเวลาหลายกรอบ เพื่อทำการยืนยันการเข้าเทรดอีกครั้ง
รูปแบบกราฟ Rising Wedge คือ ตัวช่วยที่สำคัญของนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์การเทรดด้วยการวิเคราะห์ราคา หรือ ที่เราเรียกกันว่า Price Action ซึ่งนี่ก็เป็นการวิเคราะห์จากรูปแบบการก่อตัวของราคา เพื่อให้คุณเห็นแล้ว สามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่า การจะกลับตัวไปทางไหน
นักเทรดมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ รูปแบบ Rising Wedge เราก็รวบรวมวิเคราะห์สิ่งที่คุณจะเป็นต้องรู้กันแบบละเอียด ฉบับจับมือทำมาไว้แล้วในบทความนี้ เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย
Rising Wedge คือ สัญญาบ่งบอกกราฟขาลง มีทั้งรูปแบบกลับตัว และ รูปแบบต่อเนื่อง
รูปแบบ Rising Wedge มีความแม่นยำ เมื่อใช้ควบคู่กับเทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ
การเทรด Rising Wedge เหมาะกับนักเทรดทุกสไตล์ เช่น Scalping, Swing Trade และ นักลงทุนระยะยาว
Rising Wedge คือ รูปแบบกราฟที่ช่วยให้นักเทรดสามารถรู้แนวโน้มราคาลงได้ ถ้าคุณเจอรูปแบบ Rising Wedge ปรากฎขึ้นในขณะที่กราฟกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็เป็นการบ่งบอกถึงขาลง แต่หากคุณเห็นในช่วงจังหวะขาลง ก็จะบ่งบอกได้ว่า กราฟพักตัวและจะลงต่อ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดระยะสั้น Scalping, นักเทรดรายวัน หรือ จะเป็นนักลงทุนระยะยาว การที่คุณเข้าใจรูปแบบนี้ ก็จะช่วยให้คุณวิเคราะห์การเทรดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
กราฟ Rising Wedge คือ รูปแบบลิ่ม ที่เราใช้ไว้เป็น สัญญาณการกลับตัวแนวโน้มราคาในตลาด แล้วเราจะสังเกตุลักษณะรูปแบบ Rising Wedge นี้ยังไง เรามาดูกันต่อเลยค่ะ
คุณมักจะเจอรูปแบบ Rising Wedge ในช่วงตลาดขาขึ้น บ่งบอกให้รูปว่า แรงซื้อเริ่มอ่อนลง
ราคาแกว่งตัวแรง ทำให้ราคาค่อยๆ บีบเข้ามากันในรูปแบบยกตัวขึ้น ก่อนที่จะมีการ Breakout
รูปแบบนี้จะมีความชันเพิ่มขึ้นไป แนวรับ Rising Wedge จะมีความชันมากกว่า แนวต้าน Rising Wedge
รูปแบบ Rising Wedge มี 2 รูปแบบค่ะ หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า รูปแบบนี้บ่งบอกทั้งขาขึ้นและขาลง แต่จริงๆ แล้ว Rising Wedge จะบ่งบอกถึง ขาลงเพียงอย่างเดียว แต่การที่เราเห็นรูปแบบนี้ปรากฎบนกราฟขาขึ้นและขาลงนั้น จะมีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งเราก็แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ มาดูกันต่อเลยค่ะ
คุณจะเห็นรูปแบบ นี้ Rising Wedge กลับตัว ช่วงที่กราฟกำลังอยู่ในจังหวะขาขึ้น
รูปแบบราคาจะไต่ขึ้นไปเหมือนขั้นบรรได จากนั้นจะค่อยๆ บีบตัวแคบลง คล้ายกับรูปลิ่ม
หลังจากนั้นเหมือนแรงซื้อสิ้นสุด ก็จะ Breakout แล้วร่วงลงมา
คุณจะเห็นรูปแบบ Rising Wedge ต่อเนื่องในช่วงขาลงระหว่างที่ราคาพักตัวค่ะ
กราฟจะมีลักษณะเคลื่อนตัวไปด้านข้าง จากนั้นราคาจะบีบตัวลง คล้ายรูปลิ่ม
การเคลื่อนตัวของกราฟคล้ายจะลงต่อ แต่ก็หลุดแนวรับ Breakout แล้วลงต่อ
เมื่อคุณเข้าใจลักษณะและรูปแบบของ Rising Wedge กันแล้ว ก็จะช่วยให้คุณมองกราฟออกว่า คุณจะหากรานี้ในตลาดได้อย่างไร เรามาดูกันว่า เราจะเทรด Rising Wedge รูปแบบต่อเนื่อง และ Rising Wedge รูปแบบกลับตัวยังไง
เริ่มแรกเรามาดูการเทรด Rising Wedge แบบต่อเนื่อง หลังจากที่กราฟกำลังอยู่ในจังหวะขาลง ให้คุณลองสังเกตุดูว่า กราฟกำลังพักตัวอยู่ในช่วงขาลงหรือไม่ แล้วจากนั้นกราฟมีการเด้งตัวขึ้นเล็กน้อย ให้เราลากเส้น Trendline เพื่อสร้างแนวรับ แนวต้าน
จากนั้นรอให้กราฟราคาเริ่มบีบตัวเล็กลง และ หลุดแนวรับลงมา ถ้ามีแท่งเทียนใหญ่ปิดแท่งเทียนก่อนหน้า ให้รอ Re-test จากนั้นก็เข้า Sell ได้เลย เราจะตั้ง Stop Loss ไว้เหนือเส้น Rising Wedge และ ตั้ง Target ไว้ตามความสูงของเส้น Wedge
อีกรูปแบบหนึ่งของการเทรด Rising Wedge แบบกลับตัว ให้คุณสังเกตุหารูปแบบราคาที่กำลังขึ้นเป็นขั้นบันไดขึ้นไป โดยการวาดเส้น Trendline ที่ลำตัวของแท่งเทียน ซึ่งตรงนี้เราจะเรียกว่า เส้นแนวรับ เมื่อราคาเริ่มพักตัว วอลุ่มก็จะเริ่มลดลง เราสังเกตุได้จากลำตัวแท่งเทียน
จากนั้นให้ราคาเตรียมเข้า Sell ไว้ได้เลย หากแท่งเทียนร่วงลงมาแล้วปิดแท่งเทียนก่อนหน้า ก็เรียกว่า เป็นการคอนเฟิร์ม Bearish ให้คุณตั้ง Stop Loss ไว้ด้านบนสุด แล้วตั้ง Target ตามความสูงของเส้น Wedge ได้เลย หรือวัดด้วยเครื่องมือ Fibonacci
เพื่อให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น เรามาดูตัวอย่าง รูปแบบ Rising Wedge ที่เกิดขึ้นในตลาดจริงมาให้คุณได้ทำความเข้าใจ เพื่อให้คุณใช้งานได้จริง
เรายกตัวอย่างกราฟหุ้น S&P 500 Index มาให้คุณได้ดู ซึ่งจากกราฟนี้เราจะเรียกว่า Rising Wedge รูปแบบต่อเนื่อง เพราะกราฟก่อนหน้าเป็นขาลง และ กราฟมีการเด้งตัวขึ้นมา ให้เราร่างเส้นแนวรับแนวต้าน โดยแนวรับจะอยู่ด้านล่าง ส่วนเส้นแนวต้านจะอยู่ด้านบน ให้เรารอกราฟราคาบีบตัวขึ้น ที่จะมีความคล้ายกับรูปลิ่ม
หลังจากนั้นแล้ว รอกราฟ Re-test เพื่อเป็นการยืนยันว่า กราฟจะลงต่อ เมื่อแท่งเทียนถัดไปยาวปิดแท่งเทียนก่อนหน้า ก็หมายความว่า กราฟจะลงต่อ ให้เราเข้า Sell ได้เลย ตั้ง Take Profit ไว้ที่แนวรับจากจุดแรก และ Stop-loss ไว้เหนือเส้น Wedge
Rising Wedge และ Falling Wedge มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้คุณสับสน เรามาดูความแตกต่างระหว่าง 2 รูปแบบของ Wedge นี้กัน
Rising Wedge เป็นสัญญาณบ่งบอกขาลง มักจะเกิดในช่วงจังหวะราคามีแรงซื้อไม่มาก หรือ จังหวะที่แรงซื้อกำลังหมดลง ซึ่งเมื่อเราร่างเส้นเทรนด์ไลน์ ก็จะเห็นได้ว่า จะมีลักษณะเหมือนบันไดขาขึ้น ความชันแนวรับมากกว่าแนวต้าน คล้ายกับรูปแนวลิ่ม เป็นชื่อเรียกที่เราเอาไว้เรียก กราฟ Rising Wedge
Falling Wedge เป็นสัญญาณบ่งบอกขาขึ้น มักจะเห็นได้เมื่อกราฟอยู่ในช่วงขาลงและกำลังถึงจุดต่ำสุด กราฟจะบีบตัวเล็กลง และ กำลังจะปรับตัวขาขึ้น และ หากคุณเห็นรูปแบบกราฟนี้ในช่วงขาขึ้น แล้วกราฟมีกราฟพักตัวเล็กน้อย ส่วนมากแล้วกราฟจะทะลุเส้นเทรนด์ไลน์แล้วขึ้นต่อ
เรามาดูเทคนิคการเทรด Rising Wedge ที่คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆ เทคนิคของเราจะช่วยให้คุณวิเคราะห์กราฟได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้น เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเทรดสายเทคนิคได้อย่างแน่นอน
ดูเทรนด์ราคาก่อนว่า ตอนนี้เทรนด์อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง ซึ่งหากตลาดอยู่ระหว่างขาขึ้น ราคาอาจจะปรับตัวลง แต่หากตลาดอยู่ในช่วงขาลง แล้วเด้งขึ้นพักตัว หลังจากนั้นก็อาจจะลงต่อ
ให้ร่างเทรนด์ไลน์ดูว่า มีการบีบตัวเข้าหากันหรือเปล่า ซึ่งกราฟเล็กลงและมีรูปร่างคล้ายลิ่ม ก็แน่นอนว่า นี่จะเป็นรูปแบบของ Rising Wedge
เมื่อกราฟราคามีการบีบตัวและทะลุเส้นเทรนด์ไลน์ออกมาแล้ว ให้เราดูการ Re-test เพื่อทำยืนยันแนวโน้มขาลง โดยแท่งเทียนถัดมาใหญ่กว่า และ ปิดแท่งเทียนที่ทะลุลงมาก่อนหน้า ก็เข้าเทรดได้เลย
การตั้ง Take profit ให้เราตั้งตามระดับความสูงของเส้น Wedge และ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของคุณ เช่น 38.2%, 61.8% และ 100% ตามความสูงของ Wedge ส่วน Stop Loss เราจะตั้งไว้บนเส้นความสูงของ Wedge ล่าสุด
รูปแบบกราฟ Rising Wedge เป็นสัญญาณที่นักเทรดใช้ในการบ่งบอกแนวโน้มราคา มีอีกชื่อเรียก คือ รูปแบบลิ่ม เป็นสัญญาที่บ่งบอกกราฟขาลง หากกราฟอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็จะทะลุเส้นแนวรับแล้วปรับตัวลงมา หากกราฟอยู่ในขาลง แล้วมีการปรับตัวเด้งขึ้น หลังจากนั้นก็จะมีการปรับตัวลงต่อ จะเห็นได้ว่า เมื่อเราร่างเส้นเทรนด์ไลน์ตามกราฟไปแล้ว เส้นจะบีบตัวเข้าหากัน ก่อนที่จะลงต่อ เราจะยืนยันเข้าเทรดก็ต่อเมื่อ มีแท่งเทียนแท่งใหญ่ปิดแท่งก่อนหน้าเท่านั้น
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
รูปแบบกราฟ Rising Wedge เป็นสัญญาณบ่งบอกขาลงค่ะ จะสังเหตุเห็นได้จากที่ราคารวมตัวกันระหว่างเส้นแนวรับและแนวต้านที่เอียงขึ้น มีลักษณะเหมือนขั้นบันไดที่ลาดชัน
มีค่ะ แต่ทั้งนี้แล้วก็มีหลายวิธีที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำใน การเทรดรูปแบบ Rising Wedge เช่น การรอราคาทำการ Re-test ก่อนเข้าเทรด หรือ ใช้ Indicator อื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
คุณสามารถเลือกใช้ Timeframe ในการเทรดได้ตามสไตล์เทรดของคุณได้เลยค่ะ เช่น Scalping ก็มักจะใช้ ช่วงเวลาเทรด 15 หรือ 5 นาที เป็นต้น ทั้งนี้แล้วก็ขึ้นอยู่กับ ความผันผวน และ ความเสี่ยงที่เรารองรับได้
คุณสามารถตั้ง Take Profit ได้ตามความสูงของเส้น Wedge หรือ แนวรับ เช่น คุณอาจจะเลือกตั้งไว้ 38.2% , 61.8% หรือ 100 % ตามความสูงของเส้น Wedge เป็นต้น
ใช่ค่ะ Rising Wedge เป็นทั้งสัญญาณกลับตัว และ สัญญาณต่อเนื่อง หากคุณเห็น Rising Wedge หลังจากที่กราฟอยู่ในจังหวะขาขึ้น นี่ก็จะเป็นสัญญาณกลับตัวลง หากคุณเห็นในขณะที่กราฟลง ก็หมายความว่า กราฟจะลงต่อ
รูปแบบกราฟลิ่ม เป็นชื่อเรียกภาษาไทย ที่มีอีกชื่อเรียก ก็คือ Rising Wedge ที่เราเห็นกันบ่อยๆ นี่ก็เป็นเครื่องมือที่บ่งบอกแนวโน้มราคา
Itsariya Doungnet
นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค
อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
แท่งเทียน Hammer คืออะไร? แท่งเทียน Hammer คือ แท่งเทียนค้อน ที่เราเรียกกันในภาษาไทย มักจะเห็นกันบนกราฟตลาด Forex, หุ้น, คริปโต และดัชนีอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่า ค่อนข้างเป็นรูปแบบที่ปรากฎอยู่บ่อยครั้ง เมื่อกราฟกำลังกลับตัว ลักษณะของแท่งเทียน Hammer เรามาดูกันต่อเลยว่า เวลาที่ แท่งเทียนค้อน นี้ปรากฎขึ้นบนกราฟ จะมีลักษณะแบบไหนกัน เนื้อแท่งเทียนจะมีขนาดเล็ก...
Stochastic Oscillator คืออะไร Stochastic Oscillator หรือ ที่เรียกย่อ ๆ ว่า STO เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา โดยเปรียบเทียบ ราคาปิดปัจจุบัน กับ ช่วงราคาสูงสุด - ต่ำสุด ในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้ถูกคิดค้นโดย George Lane ในปี 1950...
Forex Factory คืออะไร? คู่มือ Forex Factory จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า Forex Factory คือ เว็บไซต์และแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับนักเทรดค่าเงิน (Forex) ที่ช่วยติดตามข่าวเศรษฐกิจ วิเคราะห์ผลกระทบต่อค่าเงิน และวางแผนการเทรดได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ช่วยตัดสินใจเทรดได้ง่ายขึ้น จุดเด่นของ Forex Factory: ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar): แสดงข่าวสำคัญ เช่น การจ้างงาน...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ