Facebook Pixel
Logo

เทรดแบบ Scapling คืออะไร และ เริ่มเทรดได้อย่างไร?

Date Icon 30 ธันวาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 5 นาที read

สารบัญ

    การเทรด Scalping คือ รูปแบบการเทรดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับนักเทรดที่ไม่มีเวลานั่งมองกราฟเป็นชั่วโมงๆ แม้ว่ารูปแบบการเทรดแบบนี้จะมีความเสี่ยงที่มากกว่า แต่หากนักเทรดเข้าใจพฤติกรรมการวิ่งของราคา ก็สามารถเก็บกำไรในระยะสั้นอย่างแน่นอน นักเทรดมือใหม่ที่สนใจ การเทรดแบบ Scalping และ ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามาหาคำตอบกันต่อในบทความนี้ได้เลย

    สาระสำคัญ

    • การเทรด Scalping คือ รูปแบบการเข้าซื้อออกรวดเร็ว ทำกำไรได้น้อย แต่เข้าซื้อขายได้บ่อย

    • การเทรด Scalping เหมาะกับนักเทรดที่มีเวลาน้อย ถนัดเรื่องวิเคราะห์กราฟราคา

    • เทคนิคการเทรด Scalp ควรเลือกสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และ เทรดตาม Smart Money

    เทรดแบบ Scalping คืออะไร?

    การเทรดแบบ Scalping คือ รูปแบบการเทรดระยะสั้นค่ะ จะใช้เวลาในการเทรดประมาณ 5นาที 15นาที และ ชาร์ตที่ใช้มากสุดส่วนมากก็ 30 นาที นักเทรด Scalp จะทำกำไรจากการปิดเปิดสถานะความผันผวนราคา ด้วยความแม่นยำและความเร็ว

    การทำกำไรของนักเทรดแบบ Scalping trade คือ การเลือกซื้อคำสั่งเล็กๆ หลายออเดอร์ด้วยกัน เช่น ใน 1 อาทิตย์ นักเทรดอาจจะเปิดปิดออเดอร์ สัก 2-3 ครั้ง และ แต่ละครั้งจะซื้อขายกว่า 10 คำสั่ง หรือ มากกว่า แทนที่จะเปิด lot ขนาดใหญ่ไปเลยครั้งเดียว และ นั่งมองกราฟเป็นเวลาหลายชั่วโมง

     

    Scalping เหมาะกับใคร?

    Scalping Trading คือ รูปแบบการเทรดที่เหมาะกับ นักเทรดสายเทคนิค ที่ไม่มีเวลานั่งมองกราฟเป็นเวลานาน หรือ การเปิดเทรดข้ามคืน นักเทรดที่จะเทรดแบบ Scalping นี้จะต้องมีประสบการณ์ในการเทรดมาบ้างแล้ว อาจะไม่เหมาะสำหรับนักเทรดมือใหม่ในวงการเทรด

    เพราะอย่างน้อย คุณจะต้องเข้าใจพฤติกรรมของราคา นอกจากนี้แล้ว ก็อาจจะไม่เหมาะกับนักเทรดที่มักใช้อารมณ์ในการเทรด เพราะมีความเสี่ยงในการพลาดมากกว่า การเทรดรูปแบบอื่นๆ

     

    การเทรด Scalp ในตลาดหุ้น vs ตลาดฟอเร็กซ์

    การเทรด Scapling เป็นการซื้อขายระยะสั้น ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันออกไประหว่าง ตลาดหุ้น และ ตลาดฟอเร็กซ์ เรามาดูกันต่อเลยว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร

    • การเทรด Scalping ในตลาดหุ้น คือ การซื้อหุ้นจำนวนมาก และ รอให้คุณขยับสักเล็กน้อย จากนั้นทำการปิดออเดอร์ทันที

    • การเทรด Scalping ในตลาดฟอเร็กซ์ เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูง และ มีตัวเลเวอเรจในการเพิ่มกำไร นักเทรดสามารถเลือกเปิดสถานะใหญ่และทำกำไรในระยะสั้นได้

     

    วิธีการเทรด Scalping

    หากคุณพร้อมเข้าเทรดแล้ว เรามาดูขั้นตอนการเทรดแบบ Scalping กันเลยค่ะ

    การเทรดแบบ-scalping-คือ

    ขั้นตอนที่ 1: เลือกตลาดเทรดกันก่อน

    นักเทรดหลายคนก็มีความเชี่ยวชาญในการเทรดแต่ละตลาดไม่เหมือนกัน ซึ่งรูปแบบการเทรด Scalping นี้ จริงๆ แล้วก็สามารถใช้เทรดได้ทุกตลาดค่ะ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง เพื่อให้ตรงกับความผันผวนของตลาดนั้นๆ

     

    ขั้นตอนที่ 2: เลือก Timeframes:

    การเทรด Scalping นี้ จะเน้นกรอบเวลาเล็กๆ อาจจะเล็กไปถึง 1 นาที เลยก็ได้ ซึ่งยิ่งกรอบเวลาเล็กลง คุณจะเห็นราคาวิ่งขึ้นลงรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งหากคุณเข้าเทรด 1 นาที ก็ควรวิเคราะห์ทิศทางตลาดด้วยกรอบเวลาสักประมาณ 5 นาที และ 15 นาที เพื่อความแม่นยำ ส่วนมากแล้ว จะเลือกเทรดช่วงเวลาที่ตลาด London หรือ ตลาด Newyork เปิด

    แนวรับ-แนวต้าน

    ขั้นตอนที่ 3: ให้ดู Key Levels

    นักเทรดจะต้องวาดเส้นแนวนอนไว้ ณ.จุดที่ เป็น Key Levels ตามนี้:

    • จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของกรอบเวลา 5 นาที และ 15 นาที

    • วางแนวรับ และ แนวต้านไว้

    • จุดสูงสุด และ จุดต่ำสุดของตลาดเอเชีย ลอนดอน (หากคุณเลือกเทรดช่วงตลาด New york เปิด)

     

    ขั้นตอนที่ 4: หาจังหวะเข้าซื้อและขาย

    คุณจะต้องรอดูว่า ราคาไปทิศทางไหน ซึ่งหากราคากลับมาที่เส้นแนวรับ และทิ้ง Wick ยาวๆ ไว้บนเส้นนี้ ให้เข้าซื้อ แต่หากราคามาที่แนวต้าน และทิ้ง Wick ไว้ ให้เราเลือกเข้าขาย ปกติแล้ว ราคามักจะย้อนกลับมาที่ระดับ Key Levels ที่เราล่างเส้นไว้

     

    ขั้นตอนที่ 5: ตั้ง SL, TP และ เตรียมปิดคำสั่งซื้อ

    การเทรดรูปแบบนี้ คุณไม่ควรถือคำสั่งซื้อไว้นาน ให้คุณเลือกตั้ง SL ไว้ล่างแนวรับ หรือ แนวต้าน ประมาณ 3-7 pips และ TP อยู่ที่ 10 pips อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาโดน Take profit เมื่อไหร่ ควรปิดออเดอร์ การเทรดแบบนี้จะต้องมีการควบคุม Risk to Reward ไว้อย่างเหมาะสม ประมาณ 1:2 และ 1:3 ถือว่าเป็นรูปแบบมาตรฐาน

     

    กลยุทธ์การเทรดแบบ Scalping

    กลยุทธ์การเทรด Scalping มีด้วยกัน 3 แบบค่ะ เรามาดูกันเลยว่าแบบไหนที่จะเหมะกับสไตล์การเทรดของคุณกัน

     

    กลยุทธ์ 1: เน้นเทรดช่วงปริมาณซื้อขายสูง

    นักเทรดระยะสั้นบางส่วน จะเลือกเข้าเทรดเฉพาะช่วงที่ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นในตลาด เพราะมีโอกาสในการทำกำไรที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการเลือกเปิดออเดอร์เล็กๆ หลายๆ ออเดอร์ พร้อมกับตั้งค่าสเปรดที่แคบ ก็จะช่วยให้นักเทรดสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ดีในช่วงตลาดผันผวน

    กลยุทธ์-การเทรด-scalping

    กลยุทธ์ 2: เลือกเทรดช่วง Breakout

    นักเทรดบางคนถนัดเทรดช่วง Breakout เพราะการเทรดแบบนี้มีหลักการที่เข้าใจง่าย มือใหม่ก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้ เพียงแค่ทำความเข้าใจเรื่อง Price Action หรือ พฤติกรรมตลาด ที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง  คุณจะหาจุด Breakout เพื่อเข้าเทรดได้หลายครั้งต่อวันแน่นอน

     

    กลยุทธ์ 3: เทรดตาม Smart Money

    หากคุณเข้าใจการเทรดของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ธนาคาร แล้วพยายามเทรดตาม เมื่อ Smart Money เข้ามาในตลาด จะทำให้คุณสามารถจับกำไรได้ง่ายมากขึ้น เพราะ Smart Money เป็นตัวขับเคลื่อนตลาด ทำให้ตลาดมีการเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นแล้ว หากคุณเลือกเทรดตามกลุ่มนี้ แทนที่จะเทรดตรงกันข้าม ก็จะเพิ่มโอกาสทำกำไรได้ง่ายขึ้น

     

    ข้อดี และ ข้อเสีย การเทรด Scalping

    ข้อดี

    ข้อเสีย

    คุณจะมีโอกาสทำกำไรได้เร็วมากขึ้น

    อาจจะทำให้คุณเครียดมากกว่า เพราะต้องอาศัยความเร็ว และ ความแม่นยำ

    ไม่จำเป็นต้องรอสถานะสั่งซื้อข้ามคืน

    อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะเป็นการเทรดข้อมูลส่วนเล็กๆ ในตลาดเท่านั้น

    นักเทรดไม่จำเป็นต้องตามข่าวตลอดเวลา

    ทำกำไรได้น้อยกว่ารูปแบบอื่น

    ใช้เงินลงทุนน้อย แต่สามารถเทรดได้ถี่

     

     

    เคล็ดลับการเทรด Scalping

    หากคุณเคยมีประสบการณ์เทรดรูปแบบอื่นๆ มาก่อน แต่ยังถือว่าเป็นมือใหม่ในตลาดอยู่ล่ะก็ เรามาดูเคล็ดลับการว่า มีส่วนไหนบ้างที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ก่อนจะเข้าเทรด

     

    เข้าใจพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค

    นักเทรดคุณจะต้องเข้าใจพฤติกรรมราคาในตลาด และ Price Action ที่เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์เชิงเทคนิค เช่น ทิศทางการวิ่งของราคา, leverage, แนวรับ แนวต้าน และ อื่นๆ หากคุณต้องการเทรดรูปแบบ Scalping ก็จำเป็นจะต้องเข้าใจวิธีในการเทรด เพื่อทำการวางแผนกลยุทธ์การเทรดของคุณ

     

    หาตลาดสินทรัพย์ที่เหมาะสม

    การเทรด Scalping อาจจะไม่เหมาะกับทุกตลาดสินทรัพย์ เพราะฉะนั้นแล้ว นี่ก็อาจจะไม่เหมาะกับนักเทรดทุกคน การเทรดรูปแบบนี้จะเหมาะกับตลาดที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง ตลาดฟอเร็กซ์, ตลาดหุ้น, ตลาดทอง และ คริปโต ที่มีความผันผวนมากที่สุด

     

    เทรดตามช่วงเวลาตลาดเปิด

    นักเทรดระยะสั้นส่วยมากเลือกเทรดช่วงตลาดเปิด เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ตลาดได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเอเชีย ตลาดลอนดอน หรือ ตลาดนิวยอร์ก ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน เพราะช่วงเวลาตลาดเปิด ตลาดจะมีโมเมตัมที่มากกว่า ช่วยให้คุณสามารถเก็บกำไรได้มากกว่า และ ปิดออเดอร์ ได้รวดเร็ว

     

    สรุป

    การเทรดรูปแบบ Scalping คือ การเทรดระยะสั้น ที่เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว และเคยมีประสบการณ์ในการเทรดมาบ้างแล้ว สามารถเทรดได้ในตลาดสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น Forex, ทอง และ คริปโต เป็นต้น นักเทรดจะต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี และ ต้องมีวินัยกับแผนการเทรดของคุณ เพื่อลดความสูญเสียจากการเทรด

    สรุปเนื้อหาด้วย AI

    พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

    เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

    no-risk
    Calculator Icon
    เครื่องคำนวณการเทรด

    คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

    เริ่มใช้งาน
    Converter Icon
    หน้าแปลงสกุลเงิน

    แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

    เริ่มใช้งาน
    Glossary Icon
    คลังคำศัพท์การเทรด

    รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    คำถามที่พบบ่อย

    ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของนักเทรด หากคุณไม่อยากรอถือคำสั่งซื้อข้ามคืน ก็สามารถเลือก Scalping ได้ค่ะ เพราะใช้เวลาสั้นกว่า แต่หากคุณต้องการความเสี่ยงน้อย Day Trading ก็จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า

    ความเสี่ยงในการเทรด Scalping ส่วนมากจะมากจาก การเทรดด้วยอารมณ์ และ ข่าวแรงที่ส่งผลทำให้ตลาดผันผวน ที่อาจทำให้ราคาคลาดเคลื่อน

    การเทรดรูปแบบ Scalp นี้ สามารถทำกำไรได้จริงค่ะ มีนักเทรด Scalp หลายคนที่ใช้วีธีนี้ในการเทรดเป็นอาชีพหลัก ต้องยึดหลักกลยุทธ์การเทรดของคุณ และ ห้ามเข้าไม้มากเกินไป

    นักเทรต้องเข้าใจการวิเคราะห์ทางเทคนิคกันมาบ้าง แล้วให้เลือกสินทรัพย์ที่คุณเข้าใจพฤติกรรมราคาในตลาดนั้นๆ และ รอเทรดตอนตลาดเปิดในแต่ละประเทศที่คุณต้องการ ช่วยให้คุณเก็บกำไรได้ง่ายขึ้น

    การเทรด Scalping ช่วยให้คุณเก็บกำไรได้รวดเร็ว กำไรน้อยกว่า ส่วน Swing Trading คือ การเทรดที่ใช้เวลามากกว่า เช่น 4H, 1H ได้กำไรมากกว่า

    ใช้ได้ค่ะ คุณสามารถเลือกใช้ RSI, MACD, Stochastic Oscillator, Bollinger Bands, Moving Average และอื่นๆ ช่วยตรวจจุดเข้าออกได้

    แบ่งปันบล็อกนี้:
    Itsariya Doungnet

    Itsariya Doungnet

    SEO Content Writer

    อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนด้านการเงิน การลงทุน และ การเทรด ด้วยเทคนิค SEO ของบริษัท XS.com ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการตลาดและการเทรดโดยตรง เปลี่ยนเรื่องการเงินที่เข้าใจยาก ให้กลายมาเป็นบทความที่อ่านแล้วสนุกและเข้าใจง่าย ถ้าบทความช่วยตอบคำถามที่คุณหาอยู่และเป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมแชร์บทความด้วยนะคะ

    Risk Warning Icon

    เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    แท่งเทียนกระทิงฮารามิ: มันคืออะไรและทำงานอย่างไร?

    กระทิงฮารามิ (Bullish harami) เป็นหนึ่งในแพทเทิร์นแท่งเทียนญี่ปุ่นที่บ่งชี้ถึงการกลับตัวจากตลาดขาลงไปเป็นตลาดที่มีการเคลื่อนไหว การเข้าใจแพทเทิร์นนี้สามารถช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิคขณะทำการซื้อขายเพื่อเพิ่มกำไรและลดความเสี่ยง ลองมาสำรวจรายละเอียดของแพทเทิร์นเฉพาะนี้กัน สาระสำคัญ แพทเทิร์นกระทิงฮารามิประกอบด้วยแท่งเทียนขาลงยาวตามด้วยแท่งเทียนขาขึ้นขนาดเล็ก มักปรากฏในช่วงท้ายของแนวโน้มขาลงซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับตัวที่เป็นไปได้ การยืนยันจากตัวบ่งชี้เพิ่มเติม เช่น MACD และ RSI สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ แพทเทิร์นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อเกิดขึ้นที่ระดับแนวรับ แม้ว่ากระทิงฮารามิจะมีประโยชน์แต่ก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการวิเคราะห์ที่กว้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณที่ผิดพลาด กระทิงฮารามิคืออะไร? กระทิงฮารามิเป็นแพทเทิร์นแท่งเทียนที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่เป็นไปได้ในตลาดขาลงที่กำลังดำเนินอยู่ คำว่า "กระทิง" หมายถึงนักเทรดคาดว่าตลาดจะเพิ่มขึ้นและราคาสินทรัพย์จะสูงขึ้น ในทางกลับกันตลาด "หมี" หมายถึงราคาสินทรัพย์จะลดลง...

    XS Editorial Team 18 กรกฎาคม 2024
    scroll top