ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
กราฟแท่งเทียน คือ รูปแบบราคาในตลาดหลักทรัพย์ที่สรุปมาในรูปแบบของ "แท่งเทียน" การอ่านแท่งเทียนได้สามารถช่วยให้คุณคาดการณ์ Price action ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ และ ยังเป็นพื้นฐานกลยุทธ์การเทรดต่างๆ แต่ละรูปแบบกราฟแท่งเทียนสามารถบอกได้ว่า ราคาปิดจุดไหน ราคาเปิดจุดไหน ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น
กราฟแท่งเทียน คือ ตัวแปรที่จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคามากขึ้น ไม่ว่าตอนนี้ราคากำลังขึ้น หรือ ลง ช่วยให้นักเทรดคาดการณ์การเคลื่อนไหวราคาในอาคตได้ จากการเปรียบเทียบการเคลื่อนในปัจจุบัน ซึ่งนักเทรดมืออาชีพหลายคนก็ใช้เพียงการอ่านแท่งเทียนในการเทรด หรือเราอาจจะคุ้นๆ เรื่อง Price action กันมาบ้าง นี่ก็มาจากการอ่านแท่งเทียนล้วนๆ เลย เพราะฉะนั้นแล้ว หากคุณไม่อยากพลาดจุดเริ่มต้นในการเทรดที่สำคัญนี้ไป เรามาอ่านกันต่อเลยค่ะ
กราฟแท่งเทียน คือ ตัวบ่งบอกให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของราคาในตลาดมากขึ้น
รูปแบบการแท่งเทียน ช่วยให้การวิเคราะห์แนวโน้มราคาในตลาดได้ง่ายและเร็วขึ้น
การเทรดด้วยกราฟแท่งเทียนอย่างเดียว อาจจะมีความเสี่ยงเกินไป ควรใช้ควบคู่กับเครื่องมือ หรือ กลยุทธ์เทรดอื่นๆ ด้วย
กราฟแท่งเทียน คือ ราคาที่มีการสรุปมาในแบบแท่งเทียน ไม่ว่าจะเป็น ไส้เทียน ตัวเทียน ล้วนแล้วเป็นราคาทั้งหมด
แล้วแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?
แท่งเทียนเกิดขึ้นจากเหล่านักเทรด นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กองทุน ธนาคาร สถาบัน และ องค์กรที่เกี่ยวกับการเงินต่างๆ นำเงินเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์
จากนั้นระบบตลาดก็จะมีการจับคู่ราคาซื้อขายกัน รวบรวมราคาตามช่วงเวลาที่มีจำนวนเงินเข้ามา และวาดออกมาเป็นแท่งเทียน เพื่อให้ผู้ที่นำเอาเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ หรือ นักลงทุนทุกๆ คน สามารถเห็นราคาในแบบสรุปได้ง่ายขึ้น
ส่วนประกอบของแท่งเทียนในแต่ละส่วน มีความหมายอยู่ในตัว ซึ่งนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่คุณจำเป็นต้องเข้าใจ เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ตลาด เรามาดูวิธีอ่านกราฟแท่งเทียนกันต่อเลย
แท่งเทียนสีเขียว บ่งบอกถึง แรงซื้อ (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด)
แท่งเทียนสีแดง บ่งบอกถึง แรงขาย (ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิด)
ราคาเปิด (Open) คือ ราคาซื้อที่เกิดขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด
ราคาปิด (Close) คือ ราคาสุดท้ายก่อนที่ตลาดปิดของวัน
ราคาสูงสุด (High) คือ ระดับราคาที่สูงสุดในวันทำการ
ราคาต่ำสุด (Low) คือ ระดับราคาที่ต่ำสุดในวันทำการ
ขนาดของ “เนื้อแท่งเทียน” และ “ไส้แท่งเทียน” สามารถบ่งบอกถึงความผันผวนของตลาด แรงซื้อ แรงขาย ที่กำลังเกิดขึ้นได้ นี่จะช่วยให้นักเทรดสังเกตุเห็นได้ว่า ช่วงนี้ตลาด
เนื้อแท่งเทียนขนาดสั้น บ่งบอกว่า ตลาดยังมีความลังเล
เนื้อแท่งเทียนขนาดยาว บ่งบอกว่า แรงซื้อและแรงขายเยอะ
ไส้แท่งเทียนด้านบนยาว คือ ราคากำลังขึ้นไป แต่โดนกดด้วยแรงขายลงมา
ไส้แท่งเทียนด้านล่างยาว คือ ราคากำลังลงมา แตโดนแรงซื้อดันขึ้นไป
ไส้สั้นทั้งด้านบนและด้านล่าง คือ ช่วงตลาดไม่ค่อยมีแรงซื้อแรงขาย มีราคาปิดเปิดใกล้กัน
การเข้าใจกราฟแท่งเทียนในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนี่จะช่วยให้คุณเห็นช่วงเวลาที่จะมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งกราฟแท่งเทียนที่คุณเห็นในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ก็จะมีความแตกต่างจากกราฟแท่งเทียนช่วงเวลา 4 ชั่วโมง
เพื่อให้คุณเข้าใจมากขึ้น แท่งเทียนในแต่ละกรอบเวลา หมายความว่า
หากคุณเลือก กรอบเวลา 15 นาที = แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงราคาภายใน 15 นาที
หากคุณเลือก กรอบเวลา 5 นาที = แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงราคาภายใน 5 นาที
ยกตัวอย่าง:
เราจะเห็นได้ว่า แท่งเทียน 4 ชั่วโมงจะมีราคาปิด ราคาเปิด ราคาสูงสุด และ ราคาต่ำสุด ที่ครอบคลุมแท่งเทียน 1 ชั่วโมง ทั้งหมด 4 แท่งด้วยกัน เพราะฉะนั้นแล้วการตรวจสอบกรอบเวลาที่แตกต่างกัน ก็จะช่วยให้คุณวิเคราะห์แนวโน้มราคาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
มาถึง “รูปแบบกราฟแท่งเทียน” ที่คุณน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว เพราะมีนักเทรดหลายคนต่างมีการโพสสัญญาณของกราฟแท่งเทียนที่ใช้ในการตัดสินซื้อขายมากมาย ซึ่งเราก็ไม่ได้มาบอกว่าสัญญาณเหล่านี้มีความถูกต้อง 100% เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ส่วนนี้เรามาดูกันว่า เราจะอ่านแท่งเทียนแบบเดี่ยวกันยังไง เพื่อให้คุณเข้าใจความหมายการเคลื่อนไหวราคาของรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยวนี้
Hammer จะมีไส้เทียนบนยาว เพราะกำลังมีแรงขายเริ่มกดลงมา บ่งบอกว่าราคากำลังเคลื่อนที่ลง
Inverted Hammer มีไส้เทียนด้านล่างยาว เพราะว่ามีแรงซื้อกำลังดันขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าการจะเคลื่อนตัวขึ้น
Doji คือ รูปแบบแท่งเทียนที่ไม่มีเนื้อเทียน เพราะตลาดกำลังมีความผันผวน ไม่สามารถบอกได้ว่าราคาจะกลับทิศทางหรือไปต่อ
Pin Bar คือ ไส้เทียนด้านล่างจะยาวมากกว่าเนื้อเทียน คล้ายกันว่าตลาดกำลังหมดแรงขาย และ พลิกกลับเป็นขาขึ้น
รูปแบบกราฟแท่งเทียนขาขึ้นขาลง คือ รูปแบบที่ช่วยส่งสัญญาณให้กับนักเทรดว่า กราฟราคาจะเคลื่อนตัวไปทิศทางไหนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามรูปแบบกราฟแท่งเทียนทั้งหมดนี้ไม่ได้มีความแม่นยำ 100% เพราะขึ้นอยู่กับความผันผวนในตลาด และ ปัจจัยอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เรามาดูประเภทกราฟแท่งเทียนกันต่อเลย
รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว คือ กราฟแท่งเทียนเปลี่ยนทิศทางราคาเป็นทิศทางตรงกันข้าม
รูปแบบแท่งเทียนต่อเนื่อง คือ กราฟแท่งเทียนวิ่งต่อไปทิศทางเดิม
กราฟแท่งเทียนขาขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ราคากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือ ราคากำลังกลับตัวเป็นขาขึ้น ช่วยให้นักเทรดและนักลงทุนสามารถคาดการณ์ขาขึ้นได้จากรูปแบบกราฟแท่งเทียนนี้
ลำดับ
รูปแบบกราฟแท่งเทียน
สัญญาณ
ความหมาย
1.
Bullish Engulfing
พลิกตัว
แท่งเทียนสีแดงอันเล็ก มาพร้อมกับแท่งเทียนสีเขียวใหญ บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น
2.
Morning Star
มีแท่งเทียนสีเขียวแท่งใหญ่ที่บ่งบอกถึงแรงซื้อที่มากขึ้น
3.
Three White Soldiers
ต่อเนื่อง
แท่งเทียนสีเขียวยาวติดกัน บ่งบอกถึงแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น
4.
Piercing Line
แท่งแรกสีแดง แท่งที่สองสีเขียว บ่งบอกว่าตลาดกำลังขึ้น
5.
Bullish Harami
แท่งแรกสีแดง แท่งที่สองสีเขียวเล็ก ที่บ่งบอกแรงขายเริ่มหมดลง
6.
Rising Three Methods
แท่งเทียนสีเขียวใหญ่แท่งแรกและแท่งสุดท้าบ ระหว่างกลางเป็นแท่งแดงเล็ก 3 แท่ง
7.
Tweezer Bottoms
แท่งเทียนสองแท่งติดกันที่มีจุดต่ำสุดเท่ากัน บ่งบอกว่าขาขึ้นจะเข้ามาแล้ว
รูปแบบแท่งเทียนขาลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า แรงขายกำลังเพิ่มขึ้นในตลาด ทำให้แนวโน้มราคากำลังกลับตัวลดลง ซึ่งรูปแบบนี้ก็บอกได้ว่า ราคากำลังพลิกตัวลง หรือ จะเป็นสัญญาณบ่งบอกราคาลงอย่างต่อเนื่อง
Bearish Engulfing
แท่งเทียนสีแดงใหญ่ที่บ่งบอกว่าราคาลดลง บ่งบอกได้ว่าราคาจะลงต่อไปอีก
Shooting Star
แท่งเทียนสีแดงที่มีไส้บนยาว ไส้ด้านล่างน้อย หรือ ไม่มีเลย บ่งบอกได้ว่าผู้ขายกำลังดันราคาลงต่ำลง
Evening Star
แท่งเทียนสีเขียวใหญ่ แล้วกลายเป็นเล็กลง จากนั้นมีแท่งแดงใหญ่เกิดขึ้น บ่งบอกว่าแรงขายเข้ามาแรง
Hanging Man
มีแท่งเทียนเล็กสีแดง ไส้เทียนด้านล่างยาว แล้วมีแท่งเทียนสีแดงใหญ่ตามมา เพราะแรงขายดันเข้ามาแรง
Three Black Crows
แท่งเทียนสีแดง 3 แท่ง บ่งบอกว่าตลาดมีความชะลอตัว และ กำลังอยู่ในขาลงอย่างชัดเจน
Dark Cloud Cover
แท่งเทียนสีเขียว ตามด้วยสีแดงแท่งใหญ่ บ่งบอกว่าตลาดกำลังกลับตัวเป็นขาลง
Bearish Harami
แท่งเทียนสีเขียวใหญ่ ตามด้วยแท่งเทียนสีแดงเล็ก คาดการณ์ว่าตลาดจะกลับตัวลง
จากรูปตัวอย่างนี้ เราจะเห็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนมากมายที่ปรากฎอยู่ แต่ละรูปแบบก็เชื่อมโยงกันเพื่อยืนยันการเข้าเทรดให้กับคุณได้ เรามาดูกันเลยว่า มันเชื่อมกันยังไง
รูปแบบ Outside Bar มักจะส่งสัญญาณว่า ตลาดกำลังมีความผันผวนสูง ระหว่างแรงซื้อและแรงขาย
จากนั้นตามมาด้วย Down bar บ่งบอกว่า ตลาดมีโอกาสที่จะลงมา เพราะแรงขายเริ่มเพิ่มมากขึ้น
แต่จากนั้นก็มีแท่งเทียน Bullish Pinbar ยืนยันต่อว่า แรงซื้อเพิ่มเข้ามา ทำให้ราคาเด่งขึ้นอีกรอบ
ตามมาด้วย Inside Bar บ่งบอกว่า ตอนนี้ตลาดกำลังไม่แน่นอน ต้องรอก่อน เพราะอาจกลับตัว
Bearish Pinbar บอกอีกว่า ตอนนี้แรงขายกลับเข้ามาดันตลาดอีกครั้ง
แต่เพราะว่ากราฟแท่งเทียน Up Bar เข้ามา เลยยืนยันว่าแรงซื้อยังคงมีกำลังมากกว่า ทำให้ราคาขึ้นต่อ
กราฟแท่งเทียน คือ รูปแบบที่นำเสนอราคาพฤติกรรมในตลาด ที่นักเทรดจะต้องทำความเข้าใจ ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน เพื่อที่คุณจะได้ปรับเข้าใช้กับกลยุทธ์การเทรดของคุณได้อย่างลงตัว
ข้อดี
ข้อเสีย
กราฟแท่งเทียนช่วยให้คุณเข้าใจการเคลื่อนไหวราคามายิ่งขึ้นในรูปแบบต่างๆ
บางครั้งการตีความของกราฟแท่งเทียน ก็อาจจะมีความคลุมเครืออยู่บ้าง
ช่วยให้เห็นจิตวิทยาเขิงลึกของพฤติกรรมของราคา เพื่อให้คุณสามารถคาดคะเนแนวโน้มราคาได้
หากตลาดมีความผันผวนสูง หรือ มีข่าวที่มีผลกระทบต่อราคาออกมา ก็อาจจะส่งผลถึงสัญญาณเท็จ
กราฟแท่งเทียน คือ ทักษะที่คุณนำไปใช้ร่วมกับเครื่องมือเทรดอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุณจะเข้าใจรูปแบบกราฟแท่งเทียน และ วิธีการใช้งานมากยิ่งขึ้น หากมีการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา
รูปแบบกราฟแท่งเทียนช่วยให้คุณเห็นแนวโน้มราคาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อนำมาพิจารณาอีกทีว่าเหมาะสมกับสภาวะตลาดตอนนั้นไหม
การใช้เพียงกราฟแท่งเทียนอย่างเดียว ก็อาจจะมีควมเสี่ยงมากเกินไป จำเป็นต้องตรวจสอบเทคนิคอื่นๆ และ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้วย
กราฟแท่งเทียน คือ การแสดงราคาในตลาด เพื่อให้คุณสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาในตลาดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น กราฟแท่งเทียนเริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนหน้าคนญี่ปุ่นมักจะนำไปใช้ในการวิเคราะห์การเงินในกิจการของเขา จากนั้นก็เริ่มแพร่หลายทั่วโลก โดยคนไทยและตะวันตกจะนำไปใช้กันในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดฟอเร็กซ์ และอื่นๆ การเข้าใจ วิธีการอ่าน กราฟแท่งเทียน จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมราคาในตลาดได้ดีมากขึ้น เพื่อให้คุณสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาได้แม่นยำกว่าเดิม
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
กราฟแท่งเทียนมีทั้งหมดโดยประมาณ 42 รูปแบบตามมาตรฐานค่ะ ซึ่ง 21 รูปแบบที่เป็นขาขึ้น และ 21 รูปแบบที่เป็นขาลง ส่วนกราฟแท่งเทียน 80 รูปแบบ ก็จะเป็นแบบละเอียดขึ้น
ไม่ค่ะ Doji แต่ละแบบจะมีสัญญาณและความหมายที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีลักษณะรูปแบบที่ใกล้เคียงกันมากก็ตาม เช่น รูปแบบที่มีราคาปิดและราคาเปิดใกล้เคียงกัน
กราฟแท่งเทียนกลับตัว หรือ ในภาษาอังกฤษ เรียกกันว่า Reversal ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ตอนนี้กราฟกำลังจะเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มราคา จากล่างขึ้นบน หรือ บนลงล่าง เป็นต้น
กราฟแท่งเทียน ที่เราเจอกันบ่อยๆ เลยก็คือ Hammer, Hanging Man, Invert Hammer, Shooting Star, Piercing Pattern, Dark Cloud Cover, Bullish Engulfing, Bearish Engulfing, Doji, Bullish Harami และ Bearish Harami
เชื่อถือได้ค่ะ แต่ไม่ได้บอกให้เชื่อเต็ม 100 % เพราะหากตลาดมีควาผันผวนมากในวันนั้น หรือ อาจจะมีการวิ่งของราคาที่รุนแรงเกินไป ก็อาจจะไม่ได้สามารถใช้แค่กราฟแท่งเทียนในการเทรดได้ทั้งหมด
ลักษณะแท่งเทียนที่มี เนื้อแท่งเทียนใหญ่ และ เต็มแท่ง จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า อย่างเช่น คุณเห็นแท่งเทียนสีแดงใหญ่ ลงมา 3 แท่ง ก็แน่นอนว่า เป็นขาลงแน่นอน
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนด้านการเงิน การลงทุน และ การเทรด ด้วยเทคนิค SEO ของบริษัท XS.com ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการตลาดและการเทรดโดยตรง เปลี่ยนเรื่องการเงินที่เข้าใจยาก ให้กลายมาเป็นบทความที่อ่านแล้วสนุกและเข้าใจง่าย ถ้าบทความช่วยตอบคำถามที่คุณหาอยู่และเป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมแชร์บทความด้วยนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
ตารางเปิด-ปิดตลาดทองคำทั่วโลก (ตามเวลาในไทย) ตลาดทองเปิดกี่โมง? ตามเวลาประเทศไทย ช่วยให้คุณวางแผนเทรดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ด้านล่างคือ ตารางตลาดทองคำแต่ละประเทศ ตามโซนเวลาประเทศไทย UTC+7 ตลาดทองคำ เวลาเปิด เวลาปิด เวลาทำการตลาดทองคำซิดนีย์ (Sydney) 6:00 น. 14:00 น. เวลาทำการตลาดทองคำโตเกียว (Tokyo) 8:00 น. 16:00 น. เวลาทำการตลาดทองคำลอนดอน...
P/BV คือ อะไร? P/BV คือ หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง ราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาด กับ มูลค่าทางบัญชีของบริษัท ซึ่งข้อมูลนี้ได้จากงบการเงินของบริษัทนั้น ๆ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Price to Book Value กล่าวง่าย ๆ ก็คือ P/BV จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ราคาหุ้นที่จ่ายไปนั้น แพงเกินไปหรือไม่?” หรือ...
Bollinger Bands คืออะไร? Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักเทรดวิเคราะห์ความผันผวนของตลาดและระบุจุดเข้า-ออกที่เป็นไปได้ อินดิเคเตอร์นี้นี้ประกอบด้วย 3 เส้นหลักที่พล็อตบนกราฟราคาได้แก่: เส้นกลาง (Middle Line) คือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) และเส้นบน (Upper Band) และ เส้นล่าง (Lower Band) คำนวณจากค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ที่อยู่ห่างจาก...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ