ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
นักเทรดมือใหม่อาจจะยังไม่รู้จัก Momentum กัน แล้วตกลง การซื้อขายด้วยโมเมนตัมคืออะไร ทำไมถึงสำคัญในการเทรด หากคุณเพิ่งเริ่มเทรด สิ่งสำคัญในการทำความเริ่มต้นเข้าใจตลาด คือ เข้าใจว่าตลาดมีการทำงานยังไง โมเมนตัม ที่แหละที่เป็นตัวที่บ่งบอกคุณว่า ราคาในตลาดจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน เรามาเรียนรู้กันต่อในบทความนี้กันค่ะ
การกลยุทธ์โมเมนตัมซื้อขายด้วยโมเมนตัม คือ การเข้าซื้อหรือขายในช่วงระดับราคาเคลื่อนไหวรุนแรงไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
การซื้อขายด้วยโมเมนตัม จะต้องใช้ร่วมกับ Indicator เช่น RSI, MACD, Moving Averages และ อื่นๆ เพื่อความแม่นยำ
เหมาะกับนักเทรดระยะยาว เพราะ จะต้องใช้ข้อมูลในการเทรด รายสัปดาห์ รายเดือน หรือ รายปี
ควรมีการจัดการความเสี่ยง และ การจัดการทางด้านอารมณ์ เพื่อไม่ให้รีบตัดสินใจในช่วงตลาดมีความผันผวน
การซื้อขายด้วยโมเมนตัม คือ การที่คุณเลือกซื้อขายในช่วยที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงค่ะ หมายถึงว่า หากตอนนั้นราคากำลังขึ้น ก็มักจะขึ้นรุนแรง สังเกตุแท่งเทียนใหญ่ๆ เป็นหลัก หรือหากกราฟลง ก็มักจะลงอย่างรุนแรงเช่นกัน ซึ่งการเทรดช่วยที่ Momentum แรง ก็มีโอกาสสร้างกำไรได้เยอะมากขึ้น เกิดขึ้นได้กับทุกตลาด เช่น หุ้น, Forex, คริปโต และดัชนีต่างๆ
เรามาดูกันว่า โมเมนตัม มีกี่รูปแบบ และแต่ละรูปแบบสามารถบอกอะไรนักเทรดได้บ้าง
Relative momentum คือ รูปแบบที่ให้คุณเปรียบเทียบสินทรัพย์ต่างๆ ว่ากำลังมีการซื้อที่อ่อนแอลง หรือ แข็งแกร่งขึ้น
Absolute momentum คือ ตัวที่ช่วยเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อให้นักเทรดเข้าใจแนวโน้มราคาที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุดค่ะ
แน่นอนว่า การเทรดเพื่อทำกำไรนั้น คุณจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่สามารถใช้งานได้จริง เราก็มีมาแนะนำให้กับบคุณ อย่างการใช้โมเมนตัม (Momentum trading)
เวลาเราเห็นราคาที่ไปด้านข้าง หรือ Sideway นานๆ ในที่สุดราคาก็มักจะทะลุขึ้นออกจากโซน ซึ่งนี่แหละจะเป็นจุดเริ่มต้นการก่อตัวของ Momentum เพราะฉะนั้นแล้ว จะต้องจับตามองให้ดี เพื่อไม่ให้พลาดนาทีทอง เพราะนี่คือสัญญาณยืนยันว่า ราคากำลังปรับตัวขึ้นหรือลงไปอย่างต่อเนื่องค่ะ
การซื้อขายด้วยโมเมนตัม จะต้องเริ่มดูจากความผันผวนสูง เพราะนี่จะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรให้สูงขึ้นค่ะ แต่แน่นอนว่า หากคุณเข้าซื้อขายไม่ถูกจังหวะ ก็อาจจะทำให้คุณเสียกำไรไปได้ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณเลือกใช้กลยุทธ์นี้ ห้ามลืมตั้งค่า Stop Loss ของคุณด้วยเช่นกัน
มองดูว่า แนวโน้มราคาเป็นไปทางไหนจาก การใช้หลักการ Trend Trading ซึ่งเมื่อคุณเลือกดูช่วงเวลาย้อนหลัง ก็จะยิ่งช่วยให้คุณสามารถเลือกเข้าจับจังหวะ Momentum ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น วิธีนี่เป็นการใช้ร่วมกับ รูปแบบเทรนด์ เหมาะกับการใช้ประเมินหุ้น หรือ กองทุน ETF ต่างๆ
หากคุณต้องการหาเครื่องมือตัวช่วยในการบ่งบอก การซื้อขายด้วยโมเมนตัม เราก็ได้รวบรวมเครื่องมือ Indicator ยอดนิยมมาให้คุณได้เลือกใช้กัน
1. RSI จะช่วยให้คุณเห็นความรุนแรงของราคาในแต่ละช่วง
2. Moving Average บ่งบอกภาพรวมทั่วไปของแนวโน้มราคา
3. MACD ช่วยวัดความแรงของแนวโน้ม เพื่อหาจุดตัดโมเมนตัม
4. Stochastic Oscillator ข่วยบอกจุดสูงสุดและต่ำสุดของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง
ข้อดี
ข้อเสีย
ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรในการเทรดของคุณ
อาจจะไม่ได้แม่นยำ 100%
ช่วยให้คุณมองเห็นแนวโน้มตลาดที่ชัดเจน
ไม่เหมาะกับนักเทรดระยะสั้น
ช่วยให้คุณเห็นโซน Overbought/Oversold
ต้องติดตามกราฟราคาอยู่บ่อยครั้ง
ช่วยให้คุณคาดการณ์การกลับตัวของราคา
อาจจะไม่เหมาะกับทุกตลาดเทรด
สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างใน การซื้อขายด้วยโมเมนตัม คือ การเข้าใจการจัดการความเสี่ยง ซึ่งคุณสามารถทำได้ตดังนี้
ก่อนอื่นคุณจำเป็นจะต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับบัญชีและความผันผวนของคุณ
อย่าลืมตั้งค่า Stop Loss ให้ชัดเจน และ ห้ามเพิกเฉยกันการใช้งาน
ไม่ควรไล่ราคาสูงสุดเพราะ อาจจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเทรด ควรลดขนาดพอร์ตลง
หลีกเลี่ยงการเพิ่มเงินลงทุน หากคุณกำลังเทรดขาดทุน
ควรมีการวางแผนในการเทรดอย่างชัดเจน
การซื้อขายด้วยโมเมนตัม มีเพียงไม่กี่ขั้นตอน เพื่อให้การยืนยันสัญญาณแม่นมากขึ้น เราจะเลือกใช้ RSI และ MACD ในการเทรดรูปแบบนี้กันอีกที
เลือกเข้าซื้อเมื่อราคากำลังขึ้นสูงในช่วงระยะสัปดาห์นี้ เป็นการบ่งบอกว่าโมเมนตัมกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเราเชื่อมาราคากำลังจะขึ้นไปที่ New High และ จะเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นแล้วเราเข้าซื้อหรือขาย
เมื่อคุณเลือกเข้าซื้อหรือขายเรียบร้อยแล้ว ให้ Hold สถานะคำสั่งซื้อนั้นไว้ในช่วงที่ราคากำลังขึ้นไปต่อ ในบางครั้งก็อาจจะนานรายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเทรดตลาดสินทรัพย์อะไร หรือ สไตล์การเทรดคุณเป็นแบบไหน
เมื่อคุณเห็นว่า โมเมนตัม ของราคา กำลังลดต่ำลง เราจะมาเลือกใช้เครื่องมือ Indicator อย่าง RSI และ MACD เพื่อทำการยืนยันจุดออกกัน
หากคุณใช้ RSI ก็ให้เลือกดูจุด Overbought บ่งบอกว่าราคากลับตัวลง Oversold คือ การที่ราคากลับตัวขึ้น
หากคุณใช้ MACD ให้ดูว่า เส้น MACD ตัดกับจุด Signal line หรือยัง หากมีการตัดด้านบน ก็คือ ซื้อ แต่หากตัดเส้นด้านล่าง ก็คือ ขาย
ตอนนี้คุณก็น่าจะเข้าใจความหมาย การซื้อขายด้วยโมเมนตัมคืออะไร กันมาบ้างแล้ว คิดว่านี่เป็นเทคนิคการเทรดที่เหมาะกับคุณไหมคะ? อย่างที่เรารู้กันว่า การเทรดด้วย Momentum นี้ อาจจะไม่เหมาะกับนักเทรดระยะสั้น เพราะคุณจะต้องรอสัญญาณที่เหมาะสมในการเข้าเทรด
ส่วนมากแล้ว นักเทรดหุ้นมักจะเลือกใช้รูปแบบการเทรดนี้ และถือสถานะไว้หลายสัปดาห์ บ้างก็หลายเดือน อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกเทคนิคที่สามารถทำกำไรให้คุณเพิ่มได้จริง หากคุณมีการวางแผนความเสี่ยงไว้อย่างรอบคอบ
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
ช่วงเวลาในการเลือกใช้ การซื้อขายด้วยโมเมนตัม อาจจะแตกต่างไปตามสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคล ส่วนมากแล้วจะใช้ระยะเวลาการเทรดตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 12 เดือน เพื่อดูแนวโน้มราคา ก่อนตัดสินใจเข้าซื้อหรือขาย
ได้จริงค่ะ แต่แน่นอนว่าความสำเร็จในการเทรดแบบนี้ ขึ้นอยู่กับนักเทรด เพราะคุณจะต้องเข้าใจกลยุทธ์นี้จริงๆ ไม่งั้นก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน นอกจากหลักการเทคนิคแล้ว ก็จำเป็นต้องมีการจัดการด้านอารมณ์เช่นกัน
ให้คุณเลือกหุ้นที่น่าสนใจก่อน และดู Volume ของหุ้นตัวนั้น หรือ ปริมาณการซื้อขายที่ในเกิดในช่วงเวลา 1 ปี ที่ระดับสูงสุด เพื่อเปรียบเทียบว่าหุ้นตัวไหนมีโมเมนตัมมากกว่ากัน
ไม่จำเป็นเลยค่ะ คุณสามารถคำนวณเพื่อคาดการณ์ได้ แต่ยังไงก็ตาม ก็ต้องกลับมาดูการเคลื่อนที่ของกราฟอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ให้พลาดจุดกลับตัวสำคัญ ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์นี้เช่นกัน
ได้ค่ะ คุณสามารถเลือกใช้ควบคู่ไปกับ Indicator ที่เราแนะนำได้เลยอย่าง RSI ที่จะช่วยบอกภาวะซื้อหรือขายมากเกินไปในตลาด และช่วยยืนยันจุดเข้าและออกเทรดได้อย่างแม่นยำ
แท่งเทียนค้อนจะต้องเกิดหลังกราฟลงอย่างชัดเจน จากนั้นรอแท่งเทียนขาลงอีก 3 แท่งเทียน เพื่อทำการยืนยัน จะต้องเกิดขึ้นช่วงที่ตลาดมี Volume และ ไม่ใช้เคลื่อนที่ไปด้านข้าง ใช้ Indicator เพื่อยืนยันเพิ่มเติม
Itsariya Doungnet
นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค
อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
รูปแบบของหุ้น IPO มีอะไรบ้าง? หากคุณเป็นนักลงทุน IPO ก็จำเป็นต้องเข้าใจว่า การระดมทุนของบริษัทจะมีทั้งหมด 3 ช่องทางหลักมีอะไรบ้าง แล้ว IPO - PO RO PP มีความแตกต่างกันอย่างไร ดังนี้ IPO (Initial Public Offering) IPO คือ การเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณะ...
พันธบัตร คืออะไร? พันธบัตร คือ ตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยรัฐบาลหรือเอกชน เพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุน โดยผู้ที่ซื้อพันธบัตรจะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” และมีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด (Coupon Rate) เป็นงวด ๆ เช่น ทุก 6 เดือน หรือ ปีละครั้ง ซึ่งผลตอบแทนมักอยู่ที่ 2-5% ต่อปี สูงกว่าเงินฝากทั่วไป พันธบัตรจะมีการกำหนด มูลค่าที่ตราไว้...
หุ้นทอง ตัวไหนดี? มีตัวเลือก หุ้นทอง มากมาย แล้วจะเลือกหุ้นทองตัวไหนดี? มือใหม่อาจจะยังลังเล เพราะฉะนั้นแล้วมาดูก่อนเลยว่า สิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนที่จะซื้อหุ้นทองคำ ควรใช้หลักการอะไรบ้าง แน่นอนว่าทุกคนต้องการทำกำไร เพราะฉะนั้นแล้ว ควรเลือกหุ้นทองคำที่มีผลตอบแทนสูง อย่าลืมว่า การกระจายความเสี่ยง นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรลงทุนเกิน 5-10% ของพอร์ต การลงทุนมักมี ค่าธรรมเนียม ปัจจัยนอกที่ส่งผลกระทบ และความผันผวน ที่คุณควรคำนึงถึง เมื่อเราได้ทำความเข้าใจ...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ