Facebook Pixel
Logo

Current Ratio คืออะไร? ความหมาย วิธีการคำนวณ ครบจบที่นี่

Date Icon 23 กรกฎาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 5 นาที read

สารบัญ

    Current Ratio คืออะไร และทำงานอย่างไร ? ในบทความนี้เราจะมาสรุป อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน ที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้กันกว่า ความหมาย Current Ratio คืออะไร, วิธีการคำนวณ, ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น และมีข้อควรระวังการใช้งาน เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย!

    สาระสำคัญ

    • Current Ratio คือ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนที่วัดความสามารถชำระหนี้สินระยะสั้น โดยเปรียบเทียบระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียนกับหนี้สินหมุนเวียน

    • ค่า Current Ratio ที่มากกว่า 1 แสดงว่าธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอ ส่วนค่าที่สูงเกินไปหมายความว่าทรัพย์สินไม่ได้ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพ

    • ควรใช้ Current Ratio ร่วมกับอัตราส่วนอื่นๆ เช่น Quick Ratio และ Cash Ratio เพื่อความแม่นยำในวิเคราะห์สภาพคล่องการเงินรอบด้าน

    Current Ratio คืออะไร?

    Current Ratio คือ หนึ่งใน อัตราส่วนสภาพคล่อง ที่ใช้วัดความสามารถของธุรกิจในการชำระหนี้สินระยะสั้น การทำความเข้าใจค่าของ Current Ratio ช่วยให้การวิเคราะห์สภาพคล่องธุรกิจ มีความแม่นยำมากขึ้นและเป็นพื้นฐานสำคัญของการวิเคราะห์หุ้นและงบการเงิน

     

    ใครบ้างที่ใช้ Current Ratio ในการวิเคราะห์?

    Current Ratio คือ อัตราที่มีความสำคัญกับหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายก็มีจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันไป

    • ฝ่ายบริหารและเจ้าของกิจการ มักใช้ Current Ratio เพื่อประเมินความสามารถของธุรกิจในการรับมือกับภาระหนี้ในระยะสั้น และใช้เป็นเครื่องชี้วัดเพื่อวางแผนการเงิน หรือควบคุมสภาพคล่องให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจ

    • ฝ่ายบัญชีและการเงิน ใช้การประกอบในการวิเคราะห์งบการเงิน และช่วยสะท้อนประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์หมุนเวียนเทียบกับหนี้สินหมุนเวียน เป็นตัวช่วยในการจัดทำรายงานทางการเงินที่ครบถ้วนและแม่นยำ

    • นักวิเคราะห์และที่ปรึกษาทางการเงิน ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ภาพรวมกิจการ ทั้งในด้านความเสี่ยงและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

    • นักลงทุนและผู้ให้กู้ มอง Current Ratio เป็นสัญญาณเริ่มต้นของความมั่นคงทางการเงิน หากบริษัทมีสภาพคล่องดี ย่อมสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าในสายตาของผู้ลงทุนหรือผู้ให้สินเชื่อ

     

    สูตร Current Ratio

    ซึ่งจะมีการนำสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง มาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนตาม สูตร Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน

    สูตร-Current-Ratio

    ส่วนประกอบของสูตร Current Ratio

    • สินทรัพย์หมุนเวียน  ได้แก่ เงินสด, ลูกหนี้การค้า, และสินค้าคงคลัง

    • หนี้สินหมุนเวียน ได้แก่ เจ้าหนี้การค้า และหนี้สินระยะสั้นที่ต้องชำระภายใน 1 ปี

     

    ตัวอย่าง current ratio

    สมมติว่า บริษัท A มีสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 10 ล้านบาท ส่วนหนี้สินหมุนเวียนอยู่ที่ 5 ล้านบาท

    • วิธีคำนวณ Current Ratio จะเท่ากับ 10/5 หรือ 2 เท่า

    • หมายความว่า บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนสูงกว่าหนี้สินหมุนเวียนถึง 2 เท่า

    ค่า current ratio ความหมายนี้สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการใช้สินทรัพย์หมุนเวียนที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว มาชำระหนี้ระยะสั้นตามที่ครบกำหนด

     

    การตีความผลลัพธ์ current ratio

    เมื่อเราทราบค่า Current Ratio เรียบร้อยแล้ว เราก็มาหาคำตอบกันต่อกันเลยว่าหมายความว่าอะไร:

    • หาก Current Ratio มากกว่า 1 แสดงว่าธุรกิจมีสภาพคล่องที่ดี สามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้อย่างมั่นคง

    • หาก Current Ratio ต่ำกว่าหนึ่ง อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงทางการเงิน และอาจขาดสภาพคล่องในการชำระหนี้

    • หาก Current Ratio สูงเกินไป หรือ สภาพคล่องเกินจริง อาจหมายความว่าธุรกิจไม่ได้ใช้ทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทน

     

    ข้อระวังของสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Ratio)

    สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง คือ คุณภาพ และ ความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์หมุนเวียนให้เป็นเงินสดจริง เพราะสินทรัพย์แต่ตัวมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาดูรายละเอียดกันต่อเลย

    • สินทรัพย์หมุนเวียน ประกอบด้วย เงินสด, ลูกหนี้การค้า, สินค้าคงคลัง, รายการลงทุนระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี เช่น เงินฝากและตั๋วรับเงิน, รายได้ค้างรับและค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

    • สินค้าคงคลัง คือ สินทรัพย์หมุนเวียนที่มีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งอาจทำให้ Current Ratio สูงขึ้นได้ แต่สินค้าคงคลังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที และมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา รวมถึงความเสี่ยงจากสินค้าตกรุ่น

    • การวิเคราะห์ Current Ratio ควรพิจารณาร่วมกับอัตราส่วนอื่น ๆ เช่น Quick Ratio ซึ่งตัดสินค้าคงคลังออก เพื่อให้เห็นภาพสภาพคล่องที่แท้จริงของธุรกิจ

     

    อัตราส่วนอื่นๆ ที่ช่วยเสริม

    อัตราส่วนอื่นๆ นี้จะช่วยเสริมวิเคราะห์สภาพคล่องของธุรกิจเพิ่มเติมจาก Current Ratio เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะเน้นไปที่การวัดความสามารถชำระหนี้ระยะสั้นที่ต่างมุมมองกัน

    อัตราส่วน-ที่ช่วยเสริม-current-ratio

    Quick Ratio (อัตราส่วนด่วน)

    Quick Ratio คือ อัตราชี้วัดสภาพคล่องที่เข้มงวดกว่า Current Ratio เพราะตัดสินค้าคงคลังออก เนื่องจากสินค้าคงคลังอาจขายไม่ได้ทันทีหรือมีมูลค่าลดลง การใช้ Quick Ratio ช่วยให้เห็นภาพความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นด้วยสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้ประเมินสภาพคล่องได้แม่นยำกว่า

     

    Cash Ratio

    Cash Ratio คือ วัดเฉพาะเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ธุรกิจถือครองเท่านั้น เป็นการวัดสภาพคล่องระดับสูงสุด เพราะเงินสดสามารถนำไปใช้จ่ายหนี้สินได้ทันที อัตราส่วนนี้จึงสะท้อนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต่ำสุด แต่บางกรณีอาจตีความได้จำกัด เพราะไม่รวมสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ลูกหนี้การค้า

     

    Operating Cash Flow Ratio

    Operating Cash Flow Ratio คือ การวัดกระแสเงินสดที่เกิดจากการดำเนินงานหลักของบริษัทเทียบกับหนี้สินระยะสั้น ช่วยให้เข้าใจว่าสภาพคล่องของบริษัทมาจากการสร้างเงินสดจริงในกิจกรรมหลักหรือไม่ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอก

     

    ทำไม Current Ratio ถึงสำคัญสำหรับมือใหม่?

    Current Ratio คือ หนึ่งในอัตราส่วนทางการเงินพื้นฐานที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ เพราะสามารถใช้ประเมินเบื้องต้นได้ว่า สภาพคล่องของธุรกิจดีหรือไม่? เป็นการตรวจสอบความสามารถในการนำสินทรัพย์หมุนเวียนมาชำระหนี้สินระยะสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณแรก ๆ ของความมั่นคงทางการเงิน

    นอกจากนี้ Current Ratio ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์หุ้นหรือพิจารณาบริษัทที่ต้องการลงทุน เพราะเป็นค่าที่หาได้ง่ายจากงบการเงิน และให้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับการเปรียบเทียบบริษัทในเบื้องต้นก่อนตัดสินใจลงทุน

     

    ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานจริง

    สมมติว่าบริษัท X มีสินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุลรวม 8 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียนรวม 4 ล้านบาท เมื่อนำมาคำนวณ Current Ratio จะได้

    Current Ratio = 8/4 = 2

    หมายความว่าบริษัท X มีสินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็น 2 เท่าของหนี้สินหมุนเวียน แสดงถึงสภาพคล่องที่ดีในระยะสั้น

    นักลงทุนที่กำลังพิจารณาซื้อหุ้นของบริษัท X อาจใช้ค่า Current Ratio นี้ เป็นตัวช่วยในการประเมินความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้ระยะสั้น หาก Current Ratio อยู่ในช่วง 1.5 ถึง 3 จะถือว่าบริษัทมีความสมดุลทางการเงินและลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ทำให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้มั่นใจมากขึ้น

     

    สรุป

    Current Ratio คือ เครื่องมือสำคัญในการประเมินสภาพคล่องระยะสั้นของธุรกิจ แต่การใช้ Current Ratio เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่สามารถบอกคุณภาพสินทรัพย์ทั้งหมดได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ควรใช้ควบคู่กับตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น Quick Ratio และ Cash Ratio เพื่อให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้ผู้ลงทุนและผู้บริหารตัดสินใจได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สรุปเนื้อหาด้วย AI

    พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

    เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

    no-risk
    Calculator Icon

    เครื่องคำนวณการเทรด

    คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

    เริ่มใช้งาน
    Converter Icon

    หน้าแปลงสกุลเงิน

    แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

    เริ่มใช้งาน
    Glossary Icon

    คลังคำศัพท์การเทรด

    รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    คำถามที่พบบ่อย

    ค่า Current Ratio ที่ดีควรมากกว่า 1 ปกติจะอยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 3 ถือว่าสภาพคล่องธุรกิจเหมาะสม ไม่เสี่ยงขาดสภาพคล่อง แต่ค่าเกิน 3 อาจหมายถึง การใช้สินทรัพย์ไม่เต็มประสิทธิภาพ

    Quick Ratio ตัดสินค้าคงคลังออกจากสินทรัพย์หมุนเวียน เน้นวัดสภาพคล่องที่แท้จริง โดยใช้สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วกว่า ส่วน Current Ratio นับสินค้าคงคลังด้วย

    ใช้วัดความสามารถของธุรกิจในการชำระหนี้ระยะสั้น เพื่อประเมินว่ามีเงินสดหรือสินทรัพย์หมุนเวียนเพียงพอในการชำระหนี้ที่ครบกำหนดหรือไม่

    บอกถึงความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้ระยะสั้นโดยใช้สินทรัพย์หมุนเวียนที่มีอยู่ เช่น เงินสด ลูกหนี้ และสินค้าคงคลัง

    ค่า 1.5 หมายความว่า สินทรัพย์หมุนเวียนมีมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน 1.5 เท่า

    Current Ratio คือ อัตราส่วนวัดสภาพคล่องรวมสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งหมด ส่วน Quick Ratio คือ อัตราส่วนที่วัดสภาพคล่องโดยตัดสินค้าคงคลังออก เพื่อประเมินสภาพคล่องที่แท้จริงมากขึ้น

    แบ่งปันบล็อกนี้:

    Itsariya Doungnet

    Itsariya Doungnet

    SEO Content Writer

    อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ

    Risk Warning Icon

    เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

    เรียนรู้เพิ่มเติม

    ฟอเร็กซ์ Time Icon5 นาที read

    Forex คืออะไร แล้วเทรดยังไง? เรียนรู้การเทรด Forex ง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ปี 2026

    การเทรด Forex คืออะไร? การเทรด Forex คือ การซื้อขาย 2 สกุลเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ ภาษาอังกฤษ เราเรียกว่า Foreign Exchange Market ซึ่งนักเทรดจะได้รับกำไรจากส่วนต่างของการเทรดแต่ละครั้ง คุณสามารถเข้าเทรดตลาด Forex ได้ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่น่าเชื่อถือ นักเทรดจะต้องเข้าใจการวิเคราะห์พื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิคก่อนเข้าตลาดเทรดจริง  นอกจากนี้แล้วก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับความผันผวนของตลาดและผลกระทบอื่นๆ ต่อตลาด Forex ด้วยเช่นกัน...

    Itsariya Doungnet 14 มกราคม 2026
    scroll top