Facebook Pixel

Market Cap คือ แล้วสำคัญกับนักลงทุนยังไง?

Date Icon 30 เมษายน 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 4 นาที read

สารบัญ

หากคุณกำลังวางแผนลงทุนอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจว่า Market Cap คือ อะไร? นี่อาจจะเป็นสัญญาณ ที่คุณควรเรียนรู้องค์ประกอบพื้นฐานการลงทุนกันก่อน ซึ่ง "Market Cap" หรือ "มูลค่าตลาด" มีความสำคัญในการลงทุนมากกว่าที่คุณคิด เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงได้รวบรวมสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ทั้งหมดมาไว้ในบทความนี้แล้ว เราสามารถไล่อ่านหัวข้อที่ครอบคลุม ความหมาย Market Cap ทั้งหมด จบที่นี่ทีเดียวได้เลย

สาระสำคัญ

  • Market Cap คือ มูลค่าตลาดรวมของบริษัท เพื่อบอกขนาดบริษัท ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือภาพรวมของบริษัท

  • Market Capitalization มีความสำคัญกับนักลงทุน ในการประเมินความเสี่ยง เพื่อให้คุณเลือกการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมาย รองรับการเติบโตพอร์ตในอนาคต

  • ประเภท Market Cap หลักๆ คือ  Large Cap (บริษัทใหญ่ มั่นคง), Mid Cap (กำลังเติบโต), และ Small Cap (เติบโตเร็วแต่เสี่ยงสูง)

Market Cap คือ ?

Market Cap คือ Market Capitalization ชื่อเต็ม ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยเรียกกันว่า มูลค่าตลาด หรือ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เป็นตัวเลขที่ใช้วัดขนาดของบริษัทตลาดหุ้น ที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจขนาดและความสำคัญของบริษัทในภาคธุรกิจ

วิธีคำนวณ Market Cap จะมาจาก: ราคาหุ้น x จำนวนหุ้นทั้งหมด

ยกตัวอย่าง ราคาหุ้น บริษัท A อยู่ที่ 100 บาท จำนวนหุ้นทั้งหมดในตลาด คือ 1 ล้านหุ้น Market ของบริษัท จะเท่ากับ 100 ล้านบาท

 

ประเภทของ Market Cap มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของ Market Cap มีขนาดและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน มีทั้งหมด 3 ประเภทหลัก คือ Large Cap, Mid Cap, และ Small Cap ที่คุณสามารถเลือกลงทุนได้ตามต้องการ เพื่อให้หมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง เรามาดูรายละเอียดกันต่อเลย

 

Large Cap (มูลค่าตลาดขนาดใหญ่)

บริษัทที่มี Market Cap มากกว่า 50,000 ล้านบาท มักจะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมั่นคง ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมของตัวเอง และมีประวัติการดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน บริษัทเหล่านี้มักมีฐานลูกค้ากว้างขวาง มีความมั่นคงในการสร้างรายได้ จึงมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าประเภทอื่นๆ เช่น Apple, Microsoft และ Amazon เป็นต้น

 

Mid Cap (มูลค่าตลาดขนาดกลาง)

บริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดกลางจะมี Market Cap อยู่ระหว่าง 10,000-50,000 ล้านบาท ไปจนถึง 3 แสนล้านบาท นี่จะเป็นบริษัทที่กำลังเติบโต และมีโอกาสขยายในอนาคตสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงมากกว่า  ซึ่งบริษัทที่อยู่ในตลาดขนาดกลาง เช่น Roku, Square และ Dropbox เป็นต้น

 

Small Cap (มูลค่าตลาดขนาดเล็ก)

บริษัทขนาดเล็กมี Market Cap ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท มักจะเป็นบริษัทสตาร์ทอัพหรือบริษัทที่มีการเติบโตตลาดเฉพาะกลุ่ม บริษัทขนาดเล็กจะมีโอกาสเติบโตเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะยังไม่ได้พิสูจน์ความมั่นคงในตลาด บริษัทที่อยู่ในระดับนี้มักจะเป็นบริษัทใหม่หรือเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต แม้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนสูงเช่นกัน

 

Market Cap บอกอะไรนักลงทุนได้บ้าง

ความหมายของ Market Cap ไม่เพียงแค่บอกตัวเลขอย่างเดียว แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกกับนักลงทุนได้มากกว่าที่คิดแน่นอน เพราะ Market Cap สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ โอกาสเติบโต และระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุนด้วย สามารถช่วยให้คุณวางแผนกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยเช่นกัน

บริษัทมีมูลค่าตลาดสูง บ่งบอกได้ว่ามีฐานลูกค้าแน่น รายได้มั่นคง มีประวัติที่ดีในตลาดจากที่ผ่านมา บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก อาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็มีโอกาสเติบโตได้สูงเช่นกัน การลงทุนนี้มีโอกาสการสร้างผลตอบทนที่มากขึ้นในระยะยาวด้วยเช่นกัน

 

ความแตกต่างระหว่าง Market Cap กับ Valuation

นักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจจะสับสนระหว่าง Market Cap และ Valuation เพราะทั้งสองคำนี้มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับ “มูลค่าของบริษัท” Market Cap กับ Valuation ต่างกันอย่างไร เรามาสรุปความหมายและการใช้งานที่แตกต่างกันได้ด้านล่างนี้ได้เลย:

  • Market Cap คือ มูลค่าของบริษัทตามราคาตลาด ณ เวลาปัจจุบัน เป็นส่วนที่ไว้ใช้บอก “มูลค่าที่ตลาดประเมินบริษัทไว้ในตอนนี้” สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันตามราคาหุ้นในตลาด

  • Valuation คือ การประเมินมูลค่า ที่ “ควรจะเป็น” ของบริษัท สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยพื้นฐาน เช่น รายได้ กำไร การเติบโต ศักยภาพในอนาคต ฯลฯ เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจใช้วิธี DCF (Discounted Cash Flow), P/E Ratio หรือวิธีอื่น ๆ เป็นการช่วยตอบคำถามนักลงทุนว่า ราคาหุ้นตอนนี้ถูกหรือแพงเกินไป?

 

การวิเคราะห์ Market Cap ในการลงทุน

การวิเคราะห์ Market Cap เป็นการประเมิน ขนาดบริษัท และ ศักยภาพการเติบโตบริษัท เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้เหมาะสม จากการประเมินทั้งความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการมองหาความมั่นคงจากบริษัทขนาดใหญ่และขนาด Market Cap สูงดีไหม การซื้อขายระยะสั้นหรือระยะยาว  มักจะใช้คู่กับปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ

 

ทำไม การวิเคราะห์ Market Cap ถึงสำคัญต่อนักลงทุน ?

ทำไมต้องดู Market Cap ก่อนลงทุน ? การดูแค่ราคาหุ้นอาจจะไม่เพียงพอตัดสินใจการลงทุน เพราะขนาดบริษัทมีผลต่อความเสี่ยงและโอกาสการเติบโตของบริษัท ความสำคัญของ Market Cap ก็คือ เครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของบริษัทได้ชัดเจยิ่งขึ้น เพื่อการวางแผลลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

1. บ่งบอกขนาดบริษัท

Market Cap บ่งบอกอะไรนักลงทุน ? แน่นอนว่า Market Cap ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจขนาดของบริษัทที่กำลังพิจารณาการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการลงทุนและการเติบโตของบริษัทนั้นๆ บริษัทที่มี Market Cap สูง มักจะมีความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงิน บริษัทที่มี Market Cap ต่ำ อาจมีโอกาสเติบโตสูงและมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะส่วนมาจะเป็นบริษัทสตาร์ทอัพหรือเป็นบริษัทขนาดเล็ก

 

2. ช่วยประเมินความเสี่ยง

บริษัทที่มี Market Cap สูง ก็มักจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะมีฐานลูกค้ากว้างขวางและการเงินที่มั่นคง เช่น บริษัทใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มประเภท Large Cap ที่มีประวัติการเติบโตและผลประกอบการที่เสถียร บริษัทที่มี Market Cap ต่ำ หรือ Small Cap อาจมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เสี่ยงมากกว่า เพราะจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในตลาดและการแข่งขันที่รุนแรง

 

3. การตัดสินใจในการลงทุน

การเลือกลงทุนตาม Market Cap จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ เช่น การเลือก Market Cap หุ้น ที่มีขนาดต่างๆ ในพอร์ต จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตและการรักษาความเสี่ยงในระดับที่รับได้ เช่น การลงทุนใน Large Cap เพื่อให้มีความมั่นคง และลดความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาด ส่วนการลงทุนใน Small Cap จะเพิ่มโอกาสในการเติบโตสูง แม้ว่าจะเสี่ยงมากขึ้น

 

4. การประเมินแนวโน้มการเติบโตของบริษัท

การเปรียบเทียบ Market Cap ของบริษัทในช่วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านมา ก็จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของบริษัทได้ดีขึ้น หากบริษัทมี Market Cap ที่เติบโตเร็ว แสดงว่ามีโอกาสในการขยายตัวสูงและอาจมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต หากบริษัทมี Market Cap ที่ค่อนข้างคงที่ อาจแสดงถึงการเติบโตที่ช้าลง เพราะบริษัทไม่สามารถปรับตัวเข้าตลาดปัจจุบันได้

 

5. การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

การใช้ Market Cap เพื่อเปรียบเทียบบริษัทหนึ่งกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับขนาดบริษัทในตลาด ตัวอย่างเช่น การเลือกลงทุนในบริษัทที่มี Market Cap สูงกว่าอีกบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ก็มั่นใจได้เลยว่า บริษัทนั้นมีความมั่นคงและสามารถแข่งขันได้ดีมากกว่า บริษัทที่มี Market Cap ต่ำอาจมีโอกาสเติบโตสูง

 

ตัวอย่างการใช้ Market Cap ในตลาดหุ้นและคริปโต

การวิเคราะห์ Market Cap ในตลาดการเงิน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดหุ้น แต่ก็รวมไปถึงคริปโตด้วยเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้ Market Cap ประเมินความมั่นคง ศักยภาพในการเติบโต และระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์ ที่คุณสนใจลงทุน เรามาดูวิธีการใช้งานในแต่ละตลาดกันเลย

 

Market Cap คืออะไรในหุ้น

นักลงทุนที่เข้าใจ การลงทุนในตลาดหุ้น จะต้องเริ่มจาก Market Cap วิเคราะห์หุ้น กันก่อน เพื่อเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคน เช่น นักลงทุนหลายคนเลือกลงทุน กลุ่มหุ้นดัชนีเซต 50 และดัชนีเซต 100 มากที่สุด เพราะเป็นบริษัที่มีขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงความมั่นคง และมั่นใจความเสถียรทางการรเงินได้ มีความเสี่ยงน้อยกว่า บริษัทที่มี Market Cap ที่น้อยกว่า แม้ว่าจะมีการเติบโตที่เร็วก็ตาม

 

Market Cap คืออะไรในคริปโต

Market Cap ในคริปโต จะถูกใช้เพื่อจัดอันดับ ประเมินความน่าเชื่อถือของเหรียญคริปของแต่ละโปรเจ็ค เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่มี Market Cap สูงสุดในตลาด แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนมากกว่า 90% เข้าร่วมลงทุนกับ 2 เหรียญนี้ ยกตัวอย่างอีกแบบ คือ เหรียญ Meme ที่มี Market Cap สูง ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่า เหรียญ  Meme ที่มี Market Cap ต่ำ

 

ข้อดี-ข้อเสียของการใช้ Market Cap ในการวางแผนลงทุน

ข้อดี

ข้อเสีย

Market Cap ช่วยให้นักลงทุนเห็นขนาดและความมั่นคงของบริษัทที่ลงทุน

Market Cap ไม่สามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงทั้งหมดของบริษัท

ช่วยให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงตามกลุ่มประเภทของ Market Cap 

Market Cap ไม่ได้รวมปัจจัยสะท้อนภายนอก เช่น สภาพทางเศรษฐกิจที่อาจะส่งผลกระทบ

สามารถใช้ Market Cap เปรียบเทียบบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

อาจจะไม่ได้สะท้อนศักยภาพการติบโตของบริษัท

นักลงทุนสามารถใช้ Market Cap ในการคาดการณ์เติบโตของบริษัทในอนาคต

การใช้แค่ Market Cap อาจทำให้คุณมองข้ามปัจจัยอื่นๆ

 

สรุป: Market Cap คือ เครื่องมือที่ช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น

Market Capitalization คืออะไร ? Market Cap คือ เครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ขนาดบริษัท และ ควมมั่นคงของบริษัท เพื่อให้คุณเห็นระดับความเสี่ยง และ วางแผนการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างเหมาะสม คุณสามารถเลือกลงทุนได้จากกลุ่ม Market Cap ที่เราได้อธิบายไว้ข้างต้น เช่น Large Cap, Mid Cap และ Small Cap เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทน ให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุน

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

Market Cap ช่วยให้นักลงทุนประเมินขนาดและความเสี่ยงบริษัท เพื่อเลือกลงทุนหุ้นที่เหมาะสมในระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้

Market Cap สูง หรือ Large Cap สะท้อนให้เห็นความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงิน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยและลดความเสี่ยง

 

Market Cap ต่ำ เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ บริษัทมีโอกาสเติบโตรวดเร็วและผลตอบแทนที่สูง

มูลค่าตลาด คือ Market Cap ภาษาอังกฤษ นำเสนอหุ้นทั้งหมดของบริษัท โดยจะคำนวณจาก ราคาหุ้น x จำนวนหุ้นทั้งหมด

คุณสามารถตรวจสอบ Market Cap ได้จากเว็บไซต์การเงินต่างๆ เช่น Yahoo Finance, Bloomberg หรือ Google Finance ที่แสดงข้อมูลของบริษัทต่างๆ

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

ฟอเร็กซ์ Time Icon5 นาที read

Forex คืออะไร แล้วเทรดยังไง? เรียนรู้การเทรด Forex ง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ปี 2026

การเทรด Forex คืออะไร? การเทรด Forex คือ การซื้อขาย 2 สกุลเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ ภาษาอังกฤษ เราเรียกว่า Foreign Exchange Market ซึ่งนักเทรดจะได้รับกำไรจากส่วนต่างของการเทรดแต่ละครั้ง คุณสามารถเข้าเทรดตลาด Forex ได้ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่น่าเชื่อถือ นักเทรดจะต้องเข้าใจการวิเคราะห์พื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิคก่อนเข้าตลาดเทรดจริง  นอกจากนี้แล้วก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับความผันผวนของตลาดและผลกระทบอื่นๆ ต่อตลาด Forex ด้วยเช่นกัน...

Itsariya Doungnet 14 มกราคม 2026

การซื้อขายระยะสั้น: คืออะไร และจะเริ่มต้นอย่างไร

การซื้อขายระยะสั้นคืออะไร? การซื้อขายระยะสั้นคือการซื้อและขายตราสารทางการเงิน เช่น หุ้น หรือ ฟอเร็กซ์ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งอาจเป็น ไม่กี่ชั่วโมง วัน หรือสัปดาห์ เป้าหมายหลักของกลยุทธ์นี้คือการทำกำไรจากความผันผวนของราคาในช่วงสั้น ๆ   การซื้อขายระยะสั้น vs. การซื้อขายระยะยาว ความแตกต่างหลักระหว่างการซื้อขายระยะสั้นและระยะยาวอยู่ที่ระยะเวลาและเป้าหมาย การซื้อขายระยะสั้นเน้นการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือวัน ขณะที่การซื้อขายระยะยาวมักใช้ระยะเวลาตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี นอกจากนี้การซื้อขายระยะสั้นมักอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ ขณะที่การซื้อขายระยะยาวเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการถือครองสินทรัพย์ผ่านความผันผวนของตลาด ตัวอย่างเช่น นักเทรดเดอร์ทำการเทรดสั้นอาจทำกำไรจากความผันผวนของตลาดหุ้นที่เกิดจากรายงานผลประกอบการ ขณะที่นักลงทุนระยะยาวจะรอให้บริษัทเติบโตและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว...

XS Editorial Team 14 มีนาคม 2025

ตลาดหมีคืออะไร? สัญญาณ ช่วงเวลา และเคล็ดลับการลงทุน

ตลาดหมีคืออะไร? ตลาดหมี (Bear Market) หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งในตลาดการเงินที่ราคาหลักทรัพย์ เช่น หุ้น ลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดล่าสุดและยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงเป็นเวลานาน การลดลงนี้มักสะท้อนถึงความรู้สึกกังวลและความกลัวอย่างแพร่หลายในหมู่นักลงทุน ซึ่งมักเกิดจากความท้าทายทางเศรษฐกิจ เหตุการณ์ระดับโลก หรือสภาวะตลาดที่อ่อนแอ ตลาดหมีมักมาพร้อมกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงกำ ไรของบริษัทที่ต่ำลง และในบางกรณีการเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงาน คำว่า "ตลาดหมี" ได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะการโจมตีของหมีที่ใช้กรงเล็บฟาดลงจากบนลงล่าง ซึ่งเปรียบเสมือนการเคลื่อนตัวลงของราคาหุ้นในตลาด   ลักษณะเด่นของตลาดหมี (Bear Market)...

XS Editorial Team 30 มกราคม 2025
scroll top