อุปสงค์ อุปทาน คืออะไร ทำไมนักเทรดและนักลงทุนจำเป็นต้องรู้?! - XS
Trading ระดับกลาง

อุปสงค์ อุปทาน คืออะไร ทำไมนักเทรดและนักลงทุนจำเป็นต้องรู้?!

Date Icon 17 เมษายน 2026
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 6 นาที

อุปสงค์ อุปทาน คืออะไร?

  • อุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการซื้อสินทรัพย์ ทำให้ราคามีแนวโน้มขาขึ้น

  • อุปทาน (Supply) คือ ความต้องการขายสินทรัพย์ ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มขาลง

เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคากราฟหุ้น ก็คือ อุปสงค์ อุปทาน

สาระสำคัญ

  • อุปสงค์ อุปทาน คือ หลักการตลาดพื้นฐานที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้ เพราะใช่กำหนดราคาและปริมาณสินทรัพย์ในตลาดตามแรงซื้อขาย

  • การวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางในตลาด ด้วยการเข้าใจอุปสงค์และอุปทานจะมีความแม่นยำมากกว่า เข้าใจเฉพาะเรื่องการวิเคราะห์เชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว

  • แนวรับ และ แนวต้าน จะใช้ตีโซนเพื่อระบุอุปสงค์อุปทาน เพื่อคาดการณ์ว่า ราคาจะกลับตัวที่จุดนี้ หรือ เคลื่อนที่ต่อเนื่อไปในทิศทางเดิม

อุปสงค์ (Demand) คืออะไร?

อุปสงค์ คือ ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการในตลาด  เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่เมื่อความต้องการสินค้าลดลง ราคาสินค้าก็จะลดลงตามไปด้วย  อุปสงค์ที่เป็นตัวบ่งบอกปริมาณสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการ และ ราคาที่ผู้บริโภคยอมจ่ายให้ได้ในปริมาณนี้ต้องการ

 

ตัวอย่างอุปสงค์ในตลาดหุ้น

จากกราฟตลาดหุ้น Netflix จะเห็นได้ว่า ผู้ซื้อเริ่มสะสมแรงซื้อที่ฐานราคา (จุดสีเขียว) ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น ซึ่งนี่เป็นจุดที่เราเรียกว่า อุปสงค์ นักเทรดสามารถเตรียมเข้าซื้อได้ที่จุดนี้ 

ตัวอย่างกราฟอุปสงค์ในตลาดหุ้น

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

 

อุปทาน (Supply) คืออะไร?

อุปทาน คือ ความต้องการขายสินค้าหรือบริการในตลาด เมื่อราคาสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตก็ยิ่งผลิตและยิ่งขายสินค้ามากขึ้น เพราะพวกเขาสามารถทำกำไรได้มากขึ้น เมื่อราคาลดลง ผู้ผลิตก็อาจจะผลิตสินค้าได้น้อยลง ทำให้ราคากำไรลดลงไปด้วย

 

ตัวอย่างอุปทานในตลาดหุ้น

กลับมาที่กราฟราคาตลาดหุ้น Netflix เช่นเดียว เราจะเห็นได้ว่า ราคามักจะวิ่งชนโซนสีแดงอยู่ในช่วงจังหวะหนึ่งเพื่อสะสมแรงขาย ก่อนที่ราคาจะร่วงลงมา จุดนี้เรียกว่า อุปทาน

ตัวอย่างการเทรดอุปทาน

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

 

อุปสงค์และอุปทานเกี่ยวข้องกันยังไงในตลาดหุ้น?

หุ้น หรือ สินทรัพย์ต่างๆ คือ สินค้าเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วนี่จึงมีผลต่ออุปสงค์และอุปทานโดยตรงทำให้ราคาขยับขึ้นลงตามที่เราเห็นผ่านกราฟราคา นักลงทุนสามารถใช้หลักการนี้ทางด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

 

อุปสงค์ อุปทาน กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้น

การเคลื่อนไหวอุปสงค์ และ อุปทาน มีผลทำให้ราคาหุ้นขึ้นและลง แต่หากในช่วงเวลาหนึ่ง มีแรงอุปทานมากกว่าอุปสงค์ หรือ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน ก็หมายความว่า มีแรงซื้อมากกว่าขาย

หากเรามาดูในด้านการวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐาน เราจะมองว่า หุ้น คือ คำที่เราใช้แทน มูลค่าราคาตลาด หรือ Market Cap

สิ่งที่ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานก็คือ กำไรของกิจการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้บางครั้งหุ้นขึ้นและลง นอกจากนี้แล้วการเติบโตและโครงสร้างของบริษัทเอง ก็มีผลต่อแรงซื้อแรงขายเช่นกัน

  • หากคุณลองวิเคราะห์ราคาแล้วผลลัพธ์ออกมาในเชิงบวก ก็หมายความว่า บริษัทมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น

  • แต่หากคุณวิเคราะห์ออกมามีผลลัพธ์เป็นลบ ก็หมายความว่า ผู้ขายยินดีขายในราคาที่ต่ำ ทำให้หุ้นปรับตัวลง

 

อุปสงค์ อุปทาน กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดหุ้น

อุปสงค์ และ อุปทาน เป็นหลักการที่นักลงทุนนำมาใช้วิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการนำเอามาใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น

 

การวิเคราะห์ด้วยกราฟแท่งเทียน (Candlestick)

นักลงทุน หรือ นักเทรดหุ้น จะใช้กราฟแท่งเทียนในการวิเคราะห์ Price action เพื่อดูแรงซื้อแรงขายที่ปะทะกันอยู่ แท่งเทียนแต่ละสีก็จะมีความหมายเกี่ยวโยงกับอุปทานและอุปสงค์แตกต่างกันออกไป

  • แท่งเทียนสีเขียวมีราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด หมายความว่า มีแรงซื้อ หรือ อุปสงค์มากกว่า

  • แท่งเทียนแดงมีราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด หมายความว่า มีแรงขาย หรือ อุปทานมากกว่า

หากแท่งเทียนมีราคาเปิดและปิดใกล้เคียงกัน ก็หมายความว่า มีอุปสงค์และอุปทานปะทะเท่าๆ กัน ยังไม่สามารถตอบได้ว่าราคาจะไปทางไหน อาจทำให้ราคามักจะเคลื่อนที่ไปด้านข้าง

 

การคาดการณ์แนวโน้มราคา (Market Trend)

แนวโน้มราคาช่วยให้คุณสามารถเห็นการเคลื่อนตัวของอุปสงค์และอุปทาน หากกราฟราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็หมายความว่า มีแรงซื้อ หรือ อุปสงค์จำนวนมาก ที่ส่งผลทำให้ราคาปรับขึ้นไปต่อ หากราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ก็หมายความว่า มีแรงอุปทานมาก และ ราคายังมีการปรับตัวลงอยู่ตลอดเวลา

 

แนวรับแนวต้านช่วยระบุอุปสงค์อุปทาน (Support and Resistance)

แนวรับ และ แนวต้าน เป็นอีกเครื่องมือทางเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์แนวโน้มได้

  • แนวรับ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มีแรงซื้อ หรือ อุปสงค์ รอซื้ออยู่

  • แนวต้าน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มีแรงขาย หรือ อุปทาน รอขายอยู่

แนวรับมักจะเป็นจุดที่นักลงทุนคิดว่าราคาสมเหตุสมผลมากที่สุด ทำให้มีผู้ซื้อเข้ามาซื้อกันที่จุดนี้ ส่วนแนวต้านมักจะถูกมองว่า เป็นจุดที่ราคาแพง ช่วยให้นักลงทุนสามารถทำราคาได้ดี

 

กฎของอุปสงค์และอุปทาน คืออะไร

กฎอุปสงค์และอุปทาน คือ หลักที่ช่วยให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณซื้อขายและราคามากขึ้น ซึ่งการปรับตัวขึ้นลงก็ขึ้นอยู่กับแรงซื้อแรงขายในตลาด ช่วยให้นักลงทุนกำหนดทิศทางของราคาได้

 

กฎของอุปสงค์

ระหว่างปริมาณและราคาของอุปสงค์มีความสัมพันธ์กับความต้องการซื้อขายสินค้าและบริการ หากราคาเพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้าก็จะลดลง หากราคาลดลง ความต้องการสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนของราคาได้รับผลกระทบที่มาจาก 2 ช่องทางนี้ คือ

  • ผลกระทบทางรายได้ คือ เมื่อราคาเปลี่ยนไป มูลค่าที่เงินก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

  • ผลกระทบทางการทดแทน คือ การที่นักลงทุนสามารถเลือกซื้ออย่างอื่นทดแทน ที่มีราคาที่คุ้มกว่า

 

กฎของอุปทาน

กฎของอุปทาน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณที่ต้องการขายสินค้าและบริการ ทั้งสองจะเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกันกับราคาเสมอ หากราคาเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการขายก็จะเพิ่มขึ้นไปทิศทางตรงกันข้ามหากราคาปรับตัวลดลง ความต้องการขายก็จะลดลงไปด้วย

 

ปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทาน

การเคลื่อนไหวของอุปสงค์และอุปทานได้รับผลกระทบจากหลายด้านที่นักลงทุนต้องความเข้าใจ เพื่อวิเคราะห์ทิศทางราคาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์

ปัจจัยที่มีผลต่ออุปทาน

การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลต่อแรงซื้อในตลาดสินทรัพย์

การเพิ่มทุนเข้าบริษัท หรือ การซื้อหุ้นคืนบริษัท ส่งผลต่อปริมาณหุ้นในตลาด

ยิ่งสภาพคล่องระบบการเงินสูง ความต้องการลงทุนก็มักจะเพิ่มขึ้นตาม

การจดทะเบียนใหม่ผ่าน IPO จะเพิ่มปริมาณอุปทานหลักทรัพย์ในตลาดมากขึ้น

อนาคตเศรษฐกิจ กำไรของบริษัท และ สถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุน

กฎเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานกำกับดูแลมีผลต่อการเสนอขายหลักทรัพย์

 

ตัวอย่างการเทรดอุปสงค์อุปทาน

การทำความเข้าใจ อุปสงค์ และ อุปทาน จะช่วยให้คุณสามารถจับจังหวะซื้อขายหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรามาดูกันต่อเลย

 

การเทรดอุปสงค์อุปทานแนวโน้มกลับตัว (Reversal)

โซนนี้อุปสงค์ อุปทานที่จุดกลับตัว เรียกว่า Demand Supply Zone มักจะมาในรูปแบบ การวิ่งของราคาที่แสดงถึงอุปสงค์หรืออุปทานส่วนเกิน ที่จะมีการพักตัว ก่อนที่ราคาจะมีการกลับทิศทางไปในทิศทางตรงกันข้าม

การเทรดอุปสงค์อุปทานที่จุดกราฟกลับตัวขาขึ้น

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

1. รูปแบบการกลับตัวขาขึ้น

หากมีคนต้องการขายหุ้นมากเกิน ก็จะทำให้ราคาถูกผลักดันลงอย่างรวดเร็ว แล้วราคาก็จะเริ่มชะลอตัว หรือ พักตัวจากแรงขาย จากนั้นราคาก็จะเริ่มกลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้น ทำให้ราคามีการแกว่งตัวในกรอบก่อน เพื่อเป็นการรวบรวมแรงซื้อ จากนั้นราคาก็จะพุ่งทะลุออกจากกรอบแล้วขึ้นไป

การเทรดอุปสงค์อุปทานที่จุดกราฟกลับตัวขาลง

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

2. รูปแบบการกลับตัวขาลง

กราฟเริ่มกลับตัวลง เกิดจากที่มีแรงซื้อจำนวนมากเกิน ทำให้ราคาถูกดันขึ้นไปที่จุดอิ่มตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีการพักตัวอยู่ที่จุดสูงสุด จากนั้นราคาก็เริ่มแกว่งตัวในกรอบเป็นการรวบรวมแรงขายเข้ามาในตลาด ก่อนที่จะทะลุออกจากกรอบแล้วดิ่งลง นักเทรดสามารถเข้าขายได้ที่จุดเบรกเอ้าท์ แล้วตัดรับกำไรที่จุดทำสุดของการขาย

 

การเทรดอุปสงค์อุปทานแนวโน้มต่อเนื่อง (Continuation)

การเทรดต่อเนื่องมักจะเกิดขึ้นบ่อยกว่าจุดกลับตัว ซึ่งการเทรดแบบนี้เกิดจากที่ราคาจะมีการพักตัวอยู่ในกรอบเพราะมีแรงดันจากฝ่ายตรงข้ามเข้ามา แต่ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางเดิมได้เพราะมีแรงอุปสงค์และอุปทานที่แข็งแรง ทำให้ทลายกรอบที่ราคาพักตัวอยู่และเคลื่อนราคาไปทิศทางเดิมต่อได้

การเทรดอุปสงค์อุปทานแนวโน้มต่อเนื่องขาขึ้น

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

1. รูปแบบแนวโน้มต่อเนื่องขาขึ้น

การที่อุปสงค์มีความต้องการซื้อจำนวนมาก ทำให้ราคาวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนราคาเริ่มพักตัวเพราะอาจมีนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นออก แต่แรงซื้อยังแข็งแรงอยู่และยังมีแรงซื้อเข้ามาเรื่อยๆ เลยสามารถทะลุออกนอกกรอบพักตัวหรือแนวต้านแล้ว ทะลุต่อขึ้นไปได้

การเทรดอุปสงค์อุปทานแนวโน้มต่อเนื่องขาลง

แหล่งที่มา: https://www.tradingview.com/chart/vtgRtLUL/

2.รูปแบบแนวโน้มต่อเนื่องขาลง

การที่แรงขายหรืออุปทานเพิ่มขึ้นมากทำให้ราคาลงดิ่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างที่ราคากำลังลง ก็มีนักลงทุนเข้าซื้อเพราะคิดว่าราคาลงไปถึงต่ำสุดแล้วเข้ามาซื้อ ทำให้ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ เพราะแรงอุปทานปะทะกับแรงอุปสงค์ที่ดุลยภาพ แต่อย่างไรก็ตามแรงขายมีมากกว่า ทำให้ราคาทะลุออกจากแนวรับและวิ่งลงต่อในที่สุด

 

สรุป

อุปสงค์ อุปทาน คือ แรงซื้อ แรงขาย ที่มีความสำคัญต่อการวิ่งของราคาในตลาดหุ้น นักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจ เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาที่จะวิ่งไปในอนาคต อุปสงค์ และ อุปทาน ยังสามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์เทรนด์ราคา แนวรับ แนวต้าน ได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้แล้วก็ยังช่วยให้คุณสามารถอ่านแท่งเทียน และ ทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ หากคุณอยากทำความเข้าใจในการลงทุนหุ้น หรือ การเทรดหุ้นอย่างละเอียดที่สุด ก็ควรเริ่มจาก อุปสงค์ อุปทาน กันก่อน

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

อุปสงค์ คือ แรงซื้อ ส่วนอุปทาน คือ แรงขาย ซึ่งในตลาดจะมีทั้งแรงขายและแรงซื้อเกิดขึ้นเสมอ ส่งผลทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคา หากอุปสงค์มาก อาจเป็นเพราะ อุปทานอาจต่ำ แต่หากอุปสงค์ต่ำ ทำให้ อุปทานอาจสูง

จุดดุลยภาพ คือ จุดที่อุปสงค์และอุปทานเสมอกัน ทำให้ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าในตลาดอยู่ในจุดที่สมดุล หากเรานำไปเทียบกับราคาในตลาดหุ้น ก็คือ ช่วยที่กราฟวิ่งอยู่ในกรอบไปด้านข้างนั่นเอง

อุปสงค์ส่วนเกิน คือ ช่วงที่มีภาวะสินค้าขาดตลาด หรือ การที่มีแรงซื้อเพิ่มมากขึ้นเกิดที่จะมีของพร้อมขาย ทำให้สินค้าขาดตลาด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีการลดราคา หรือ แรงบันดาลใจอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภค

อุปทาน ส่วนเกิน คือ ช่วงที่มีภาวะขาดแคลนในตลาด หรือ การที่มีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ หมายความว่า สินค้า และ การบริการ อาจจะมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหยุดการบริโภค และ ซื้อสินค้าน้อยลง

อุปสงค์สูง หรือ แรงซื้อสูง และ อุปทานต่ำ หรือ แรงขายน้อย หมายความว่า ราคาสินค้าสูงขึ้น ทำให้ผู้ขายมีอำนาจในการต่อรองราคามากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเกิดจากภาวะสินค้าขาดตลาด

อุปสงค์ต่ำ หรือ แรงซื้อต่ำ และ อุปทานสูง หรือ แรงขายสูง หมายความว่า ราคาสินค้าลดลง เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเกิดจากภาวะสินค้าล้นตลาด

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

ความคิดเห็น

0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

Trading Time Icon5 นาที read

Money Management หรือ MM คืออะไร? ทำไมนักลงทุนต้องรู้?

MM คืออะไร ในการเทรด? Money Management หรือ MM คือ การบริหารเงินทุนและความเสี่ยง ทั้งในบัญชีเทรดและบัญชีลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียครั้งใหญ่และรักษาเงินทุนในระยะยาว ทำให้พอร์ตของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งการจัดการเงินทุนก็มีหลากหลายเส้นทางด้วยกัน เรามาอ่านกันต่อเลย   Money Management คืออะไร? นักลงทุนหุ้นหลายคนที่ได้กำไรอย่างเสมอมา ก็อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการเงินทุน นี่จึงอาจทำให้นักลงทุนสูญเสียการความควบคุมในการบริหารทางการเงินก็เป็นได้ เรามาดู ความสำคัญ Money Management...

Itsariya Doungnet 11 มีนาคม 2026
scroll top