Facebook Pixel

การซื้อขายก่อนตลาดเปิด Premarket คืออะไร? เข้าใจง่ายๆ 5 นาที

Date Icon 5 ธันวาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 5 นาที read

​​​​​​Pre-Market คือ ช่วงเวลาที่นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้ในตลาดก่อนที่ตลาดจะเปิด นี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสในการซื้อขายของนักลงทุน เพราะบางครั้งอาจจะมีข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น การที่นักลงทุนเข้าซื้อก่อนก็จะทำให้คุณได้กำไรได้ดีกว่า แล้วมีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง หากคุณต้องการเข้าซื้อในช่วงเวลานี้ควรมีการวางแผนอย่างไร เรามาทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดกันต่อในบทความนี้ได้เลย

สาระสำคัญ

  • Pre-Market คือ ช่วงเวลาซื้อขายหุ้นก่อนที่ตลาดจะเปิดขึ้น เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

  • Pre-Market เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารหุ้นอยู่ตลอดเวลา และ มีการลงทุนสะสมหุ้นไว้จำนวนมาก

  • Pre-Market จะใช้ซื้อขายได้กับหุ้นสหรัฐมากกว่าตลาดหุ้นในประเทศไทย

Pre-Market คืออะไร?

Pre-Market คือ ช่วงเวลาซื้อขายหุ้นก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดอย่างเป็นทางการ เวลาประเทศไทยจะอยู่ช่วง 16.00 - 20.30 ส่วนเวลาในนิวยอร์ค คือ 4.00 - 9.30 เวลาตลาดที่เปิดทำการจริงคือ 9.30

การที่นักลงทุนเลือกซื้อขายในช่วงเวลานี้ ก็เพราะเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูง และ สภาพคล่องต่ำ เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามตามข่าวสารสำคัญตลอดเวลา เพื่อลงทุนในช่วงที่ตลาดยังไม่เปิด เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการจับจังหวะทำกำไร ที่บางครั้งก็จะได้เปรียบในเรื่องราคา

 

ทำไมนักลงทุนเลือกเทรดช่วง Pre-Market?

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า ทำไมนักลงทุนมักจะใช้ช่วงเวลา Premarket ซื้อขายหุ้นก่อน เรามาดูเหตุผลที่หลากหลายกันต่อเลย เพื่อให้คุณพิจารณาว่า นี่จะเป็นเส้นทางรูปแบบการเทรดหุ้นที่เหมาะกับคุณไหม

 

เพราะบางครั้งหุ้นปรับตัวตามข่าวนอกเวลา

นักลงทุนที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา มักจะได้เปรียบในการเข้าซื้อขายก่อนตลาดเปิด เพราะบางครั้งบางบริษัทมีการประกาศข่าวสารสำคัญที่ส่งผลกับตัวหุ้น ซึ่งหากคุณเข้าซื้อขายช่วง Pre-Market ก็จะช่วยให้นักลงทุนได้เปรียบในการเก็บกำไรก่อน เพื่อไม่ให้พลาดเมื่อตลาดเปิดแล้วกราฟพุ่ง

 

ซื้อช่วง Pre-Market จะได้ราคาถูกกว่า

หากคุณวิเคราะห์หุ้นไว้ก่อนตลาดเปิด ก็สามารถเข้าซื้อหุ้นได้ราคาถูกกว่า  เพราะมักจะมีนักลงทุนอื่นๆ มารอซื้อขายกันจำนวนมาก ซึ่งเมื่อตลาดเปิด จึงทำให้หุ้นมีความผัวผวนสูง นักลงทุนบางคนก็ต้องการลดความเสี่ยงก่อนตลาดเปิด เลยเลือกช่วงเวลานี้เพื่อจับจังหวะราคาได้ทันท่วงที

 

ปรับพอร์ตก่อนตลาดเปิด

นักลงทุนบางคนมีการลงทุนจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว  หากมีข่าวสำคัญออกมาในช่วงที่ตลาดยังไม่เปิด ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาด ก็ยังสามารถจ่อรอซื้อขายกันล่วงหน้าไว้ได้ เพื่อปรับพอร์ตและป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะมากเกิน ซึ่งในเหตุการณ์นี้เราจะนึกไปถึงช่วงที่หุ้นตก หากเราขายออกก่อน ก็จะไม่โดนผลกระทบมากนัก

 

Pre-Market เหมาะกับใคร?

รูปแบบการเข้าตลาดหุ้นแบบ Premarket Trading เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารตลอดเวลา ส่วนมากก็จะเป็นนักลงทุนแบบเต็มเวลา หรือ นักลงทุนที่มีหุ้นสะสมไว้มาก เพื่อลดความเสี่ยงจากข่าวสารที่มีผลกระทบต่อหุ้น นอกจากนี้แล้ว ก็ยังช่วยให้นักลงทุนเหล่านี้ได้ราคาซื้อที่ถูกกว่าช่วงตลาดเปิด นักลงทุนที่เข้าใจการเคลื่อนไหวราคาในตลาด สภาพคล่อง ก็จะได้เปรียบในการซื้อขายช่วงก่อนตลาดหลักทรัพย์เปิดนี้

 

วิธีวางแผนลงทุนช่วง Pre-Market

หากคุณต้องการเข้าซื้อขายช่วงก่อนตลาดเปิดนี้ คุณจำเป็นจะต้องวางแผนให้รอบคอบ เพราะตลาดช่วงนี้จะค่อยๆ วิ่ง แต่มีความผันผวนสูง อาจจะจับจังหวะได้ยาก

 

ขั้นตอน 1: รู้เวลาซื้อขาย Pre-Market

นักลงทุนที่ต้องการเข้าเทรด ช่วง Pre-Market จะต้องเตรียมการไว้ก่อน ด้วยการตรวจสอบ วันหยุดสหรัฐ และ เวลาที่ปรับระหว่าง ช่วงฤดูร้อน และ ฤดูหนาว

 

ช่วงเวลาที่ปรับในฤดูร้อน (9 มีนาคม - 2 พฤศจิกายน)

  • เวลาเปิดทำการ คือ 20.30 น. - 03.00 น.

  • Pre-Market เวลา 15.00 น.- 20.30 น.

  • Post-Market เวลา 03.00 - 07.00 น.

 

ช่วงเวลาที่ปรับในฤดูหนาว (2 พฤศจิกายน - 7 มีนาคม)

  • เวลาเปิดทำการ คือ 21.30 น. - 04.00 น.

  • Pre-Market เวลา 16.00 น.- 21.30 น.

  • Post-Market เวลา 04.00 - 08.00 น.

 

วันหยุดตลาดหุ้นสหรัฐ

  • 1 มกราคม - วันหยุดปีใหม่

  • 20 มกราคม - วันหยุด Martin Luther King Jr. Day

  • 17 กุมภาพันธ์ - วันหยุด Presidents’ Day

  • 18 เมษายน - วันหยุด Good Friday

  • 26 พฤษภาคม - วันหยุด Memorial Day

  • 19 มิถุนายน - วันหยุด Independence Day

  • 1 กันยายน - วันหยุด Labor Day

  • 27 พฤศจิกายน - วันหยุด Thanksgiving Day

  • 25 ธันวาคม - วันหยุด Christmas Day

 

ขั้นตอนที่ 2: คุณจะต้องติดตามข่าวสารล่วงหน้า

เพราะการเข้าลงทุนรูปแบบนี้ มักจะเข้าตามข่าวสารสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น เพื่อทำการวางแผนในการปรับพอร์ตของคุณ ช่วง Pre-Market นี่มักจะช่วยให้คุณสามารถซื้อหุ้นได้ถูกกว่าตามท้องตลาด และ ช่วยให้คุณขายหุ้นออกก่อนที่จะมีข่าวมากระทบหุ้น ทำให้หุ้นตก เพื่อให้คุณจำกัดความเสี่ยงได้ทัน

 

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งคำสั่งซื้อขายไว้ล่วงหน้า

อย่าลืมตั้งค่าคำสั่งซื้อไว้ก่อนที่ตลาดจะเปิด คุณสามารถเลือกใช้ Limit Order แทน Market Order เพื่อไม่ให้ราคาคลาดเคลื่อน นี่จะช่วยให้คุณได้ราคาที่คุณยอมซื้อและยอมขาย ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดแบบ Pre-Market

 

ข้อดี และ ข้อเสีย Pre-Market คืออะไรบ้าง?

การเทรด Pre-Market ไม่ได้มีข้อดีเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน เรามาดูกันเลย

ข้อดี

ข้อเสีย

นักลงทุนจะได้เปรียบด้วยราคาซื้อขายที่ดีกว่า

ส่วนต่าง Spread กว้างกว่า อาจจะมีราคาเหวี่ยงสูง

ช่วยจำกัดความเสี่ยงเมื่อมีข่าวแง่ลบกับหุ้นของคุณ

สามารถซื้อได้แค่รูปแบบ Litmit Order เท่านั้น

นักลงทุนสามารถทำกำไรได้รวดเร็ว

เป็นช่วงที่มีสถาพคล่องต่ำ เพราะผู้ซื้อและขายน้อย

ช่วยให้คุณปรับพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลาดนี้อาจเกิดความเคลื่อนของราคาก็ได้

 

สรุป

Pre-Market คือ ช่วงเวลาการซื้อขายที่ให้คุณสามารถเตรียมตัวการวางแผนลงทุนได้ก่อนที่ตลาดจะเปิด แต่จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพราะคล้ายกับว่าเป็นการเทรดจากการที่ได้รับข้อมูลมาจากข่าวสารอีกที

ยกตัวอย่าง หากคุณนักลงทุนที่มีหุ้นสะสมมากมาย แล้วเจอข่าวที่บ่งบอกว่า หุ้นอาจจะตก แล้วตั้งคำสั่งขายออกในช่วง Pre-Market ก็จะช่วงให้คุณลดความเสี่ยงในการเสียกำไรไปได้ หรือ นักลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นในราคาถูกที่สุด เข้าซื้อก่อนตลาดเปิด ก็จะได้ราคาที่ต่ำสุด ก่อนที่ตลาดจะปรับตัวขึ้นระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจเทรดช่วงนี้ ก็ต้องทำความเข้าใจการเทรด Pre-Market เพื่อวางแผนไว้ก่อนนะคะ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

ส่วนมากการซื้อขาย Pre-Market จะใช้กับหุ้นสหรัฐค่ะ ถ้าเป็นหุ้นในไทย ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลือกให้ซื้อขายในช่วง Pre-Market ค่ะ อาจมีเฉพาะหุ้นบางตัวในตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ ที่คุณต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

คุณสามารถดู Pre-Market ได้จากโบรกเกอร์ที่คุณสมัครไว้ค่ะ หรือ จะเลือกตรวจสอบจากเว็บไซต์ตลาดหุ้นต่างๆ แบบเรียลไทม์ เช่น Nasdaq หรือ Set เป็นต้นค่ะ 

ได้จริงค่ะ แต่ทั้งนี้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และ เงื่อนไขของโบรกเกอร์คุณ เพราะโบรกเกอร์บางที่ก็ไม่ได้มีการบริการที่ให้ซื้อขายนอกเวลาทำการ

คุณสามารถเลือกซื้อหุ้น Pre-Market ได้แค่ คำสั่ง Limit Order การที่นักลงทุนเลือกใช้แบบนี้ เพราะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ป้องกันราคาที่คลาดเคลื่อน และ ช่วยให้คุณซื้อขายได้ตามราคาที่คุณต้องการ

ได้ค่ะ หากคุณไม่ต้องการเข้าเทรดช่วงก่อนตลาดเปิด ก็เข้าซื้อขายได้ในช่วงที่ตลาดปิดตอน ที่ไม่ใช้เวลาทำการแล้ว สามารถตรวจสอบช่วงเวลาเพิ่มเติมได้ค่ะ

ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดช่วง 21.30 - 04.00 น.และ ช่วง premarket จะเปิดตอน 16.00 - 21.25 น.ตามเวลาในไทย

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

การซื้อขายด้วยการก๊อปปี้เทรด: วิธีการทำงาน ข้อดี และความเสี่ยง

การซื้อขายด้วยการก๊อปปี้เทรด  (Mirror Trading) คืออะไร? การซื้อขายด้วยการก๊อปปี้เทรดเป็นรูปแบบการลงทุนที่บัญชีของนักลงทุนจะก๊อปปี้การซื้อขายของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์หรือมีความชำนาญโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าเมื่อเทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกเลือกซื้อหรือขายสินทรัพย์การดำเนินการแบบเดียวกันจะถูกทำในบัญชีของผู้ติดตามทันที ตัวอย่างเช่น นักลงทุนเลือกเทรดเดอร์เพื่อทำตามโดยพิจารณาจากทักษะหรือผลงานที่ผ่านมาหลังจากตั้งค่าระบบแล้ว การซื้อขายทั้งหมดที่เทรดเดอร์คนนั้นทำจะถูกก๊อปปี้มายังบัญชีของนักลงทุนโดยตรง วิธีนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าร่วมในตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาหรือจัดการการซื้อขายด้วยตนเองอย่างจริงจังการซื้อขายด้วยการก๊อปปี้เทรดถูกใช้กันอย่างแพร่หลายใน ตลาดฟอเร็กซ์ และ ตลาด คริปโต ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยความรู้และการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อทำการตัดสินใจที่ดี   การเทรดแบบมิเรอร์ (Mirror Trading) Vs การเทรดแบบก๊อปปี้ (Copy Trading) แม้ว่าการเทรดแบบมิเรอร์และการเทรดแบบก๊อปปี้เทรดจะมีความคล้ายคลึงกันแต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ โดยเฉพาะในด้านระดับการควบคุมและการปรับแต่ง:...

XS Editorial Team 6 ธันวาคม 2024
scroll top