ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
Pre-Market คือ ช่วงเวลาที่นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้ในตลาดก่อนที่ตลาดจะเปิด นี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสในการซื้อขายของนักลงทุน เพราะบางครั้งอาจจะมีข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น การที่นักลงทุนเข้าซื้อก่อนก็จะทำให้คุณได้กำไรได้ดีกว่า แล้วมีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง หากคุณต้องการเข้าซื้อในช่วงเวลานี้ควรมีการวางแผนอย่างไร เรามาทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดกันต่อในบทความนี้ได้เลย
Pre-Market คือ ช่วงเวลาซื้อขายหุ้นก่อนที่ตลาดจะเปิดขึ้น เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
Pre-Market เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารหุ้นอยู่ตลอดเวลา และ มีการลงทุนสะสมหุ้นไว้จำนวนมาก
Pre-Market จะใช้ซื้อขายได้กับหุ้นสหรัฐมากกว่าตลาดหุ้นในประเทศไทย
Pre-Market คือ ช่วงเวลาซื้อขายหุ้นก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดอย่างเป็นทางการ เวลาประเทศไทยจะอยู่ช่วง 16.00 - 20.30 ส่วนเวลาในนิวยอร์ค คือ 4.00 - 9.30 เวลาตลาดที่เปิดทำการจริงคือ 9.30
การที่นักลงทุนเลือกซื้อขายในช่วงเวลานี้ ก็เพราะเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูง และ สภาพคล่องต่ำ เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามตามข่าวสารสำคัญตลอดเวลา เพื่อลงทุนในช่วงที่ตลาดยังไม่เปิด เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการจับจังหวะทำกำไร ที่บางครั้งก็จะได้เปรียบในเรื่องราคา
หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า ทำไมนักลงทุนมักจะใช้ช่วงเวลา Premarket ซื้อขายหุ้นก่อน เรามาดูเหตุผลที่หลากหลายกันต่อเลย เพื่อให้คุณพิจารณาว่า นี่จะเป็นเส้นทางรูปแบบการเทรดหุ้นที่เหมาะกับคุณไหม
นักลงทุนที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา มักจะได้เปรียบในการเข้าซื้อขายก่อนตลาดเปิด เพราะบางครั้งบางบริษัทมีการประกาศข่าวสารสำคัญที่ส่งผลกับตัวหุ้น ซึ่งหากคุณเข้าซื้อขายช่วง Pre-Market ก็จะช่วยให้นักลงทุนได้เปรียบในการเก็บกำไรก่อน เพื่อไม่ให้พลาดเมื่อตลาดเปิดแล้วกราฟพุ่ง
หากคุณวิเคราะห์หุ้นไว้ก่อนตลาดเปิด ก็สามารถเข้าซื้อหุ้นได้ราคาถูกกว่า เพราะมักจะมีนักลงทุนอื่นๆ มารอซื้อขายกันจำนวนมาก ซึ่งเมื่อตลาดเปิด จึงทำให้หุ้นมีความผัวผวนสูง นักลงทุนบางคนก็ต้องการลดความเสี่ยงก่อนตลาดเปิด เลยเลือกช่วงเวลานี้เพื่อจับจังหวะราคาได้ทันท่วงที
นักลงทุนบางคนมีการลงทุนจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว หากมีข่าวสำคัญออกมาในช่วงที่ตลาดยังไม่เปิด ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาด ก็ยังสามารถจ่อรอซื้อขายกันล่วงหน้าไว้ได้ เพื่อปรับพอร์ตและป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะมากเกิน ซึ่งในเหตุการณ์นี้เราจะนึกไปถึงช่วงที่หุ้นตก หากเราขายออกก่อน ก็จะไม่โดนผลกระทบมากนัก
รูปแบบการเข้าตลาดหุ้นแบบ Premarket Trading เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารตลอดเวลา ส่วนมากก็จะเป็นนักลงทุนแบบเต็มเวลา หรือ นักลงทุนที่มีหุ้นสะสมไว้มาก เพื่อลดความเสี่ยงจากข่าวสารที่มีผลกระทบต่อหุ้น นอกจากนี้แล้ว ก็ยังช่วยให้นักลงทุนเหล่านี้ได้ราคาซื้อที่ถูกกว่าช่วงตลาดเปิด นักลงทุนที่เข้าใจการเคลื่อนไหวราคาในตลาด สภาพคล่อง ก็จะได้เปรียบในการซื้อขายช่วงก่อนตลาดหลักทรัพย์เปิดนี้
หากคุณต้องการเข้าซื้อขายช่วงก่อนตลาดเปิดนี้ คุณจำเป็นจะต้องวางแผนให้รอบคอบ เพราะตลาดช่วงนี้จะค่อยๆ วิ่ง แต่มีความผันผวนสูง อาจจะจับจังหวะได้ยาก
นักลงทุนที่ต้องการเข้าเทรด ช่วง Pre-Market จะต้องเตรียมการไว้ก่อน ด้วยการตรวจสอบ วันหยุดสหรัฐ และ เวลาที่ปรับระหว่าง ช่วงฤดูร้อน และ ฤดูหนาว
เวลาเปิดทำการ คือ 20.30 น. - 03.00 น.
Pre-Market เวลา 15.00 น.- 20.30 น.
Post-Market เวลา 03.00 - 07.00 น.
เวลาเปิดทำการ คือ 21.30 น. - 04.00 น.
Pre-Market เวลา 16.00 น.- 21.30 น.
Post-Market เวลา 04.00 - 08.00 น.
1 มกราคม - วันหยุดปีใหม่
20 มกราคม - วันหยุด Martin Luther King Jr. Day
17 กุมภาพันธ์ - วันหยุด Presidents’ Day
18 เมษายน - วันหยุด Good Friday
26 พฤษภาคม - วันหยุด Memorial Day
19 มิถุนายน - วันหยุด Independence Day
1 กันยายน - วันหยุด Labor Day
27 พฤศจิกายน - วันหยุด Thanksgiving Day
25 ธันวาคม - วันหยุด Christmas Day
เพราะการเข้าลงทุนรูปแบบนี้ มักจะเข้าตามข่าวสารสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น เพื่อทำการวางแผนในการปรับพอร์ตของคุณ ช่วง Pre-Market นี่มักจะช่วยให้คุณสามารถซื้อหุ้นได้ถูกกว่าตามท้องตลาด และ ช่วยให้คุณขายหุ้นออกก่อนที่จะมีข่าวมากระทบหุ้น ทำให้หุ้นตก เพื่อให้คุณจำกัดความเสี่ยงได้ทัน
อย่าลืมตั้งค่าคำสั่งซื้อไว้ก่อนที่ตลาดจะเปิด คุณสามารถเลือกใช้ Limit Order แทน Market Order เพื่อไม่ให้ราคาคลาดเคลื่อน นี่จะช่วยให้คุณได้ราคาที่คุณยอมซื้อและยอมขาย ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดแบบ Pre-Market
การเทรด Pre-Market ไม่ได้มีข้อดีเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน เรามาดูกันเลย
ข้อดี
ข้อเสีย
นักลงทุนจะได้เปรียบด้วยราคาซื้อขายที่ดีกว่า
ส่วนต่าง Spread กว้างกว่า อาจจะมีราคาเหวี่ยงสูง
ช่วยจำกัดความเสี่ยงเมื่อมีข่าวแง่ลบกับหุ้นของคุณ
สามารถซื้อได้แค่รูปแบบ Litmit Order เท่านั้น
นักลงทุนสามารถทำกำไรได้รวดเร็ว
เป็นช่วงที่มีสถาพคล่องต่ำ เพราะผู้ซื้อและขายน้อย
ช่วยให้คุณปรับพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดนี้อาจเกิดความเคลื่อนของราคาก็ได้
Pre-Market คือ ช่วงเวลาการซื้อขายที่ให้คุณสามารถเตรียมตัวการวางแผนลงทุนได้ก่อนที่ตลาดจะเปิด แต่จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพราะคล้ายกับว่าเป็นการเทรดจากการที่ได้รับข้อมูลมาจากข่าวสารอีกที
ยกตัวอย่าง หากคุณนักลงทุนที่มีหุ้นสะสมมากมาย แล้วเจอข่าวที่บ่งบอกว่า หุ้นอาจจะตก แล้วตั้งคำสั่งขายออกในช่วง Pre-Market ก็จะช่วงให้คุณลดความเสี่ยงในการเสียกำไรไปได้ หรือ นักลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นในราคาถูกที่สุด เข้าซื้อก่อนตลาดเปิด ก็จะได้ราคาที่ต่ำสุด ก่อนที่ตลาดจะปรับตัวขึ้นระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจเทรดช่วงนี้ ก็ต้องทำความเข้าใจการเทรด Pre-Market เพื่อวางแผนไว้ก่อนนะคะ
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
ส่วนมากการซื้อขาย Pre-Market จะใช้กับหุ้นสหรัฐค่ะ ถ้าเป็นหุ้นในไทย ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลือกให้ซื้อขายในช่วง Pre-Market ค่ะ อาจมีเฉพาะหุ้นบางตัวในตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ ที่คุณต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
คุณสามารถดู Pre-Market ได้จากโบรกเกอร์ที่คุณสมัครไว้ค่ะ หรือ จะเลือกตรวจสอบจากเว็บไซต์ตลาดหุ้นต่างๆ แบบเรียลไทม์ เช่น Nasdaq หรือ Set เป็นต้นค่ะ
ได้จริงค่ะ แต่ทั้งนี้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และ เงื่อนไขของโบรกเกอร์คุณ เพราะโบรกเกอร์บางที่ก็ไม่ได้มีการบริการที่ให้ซื้อขายนอกเวลาทำการ
คุณสามารถเลือกซื้อหุ้น Pre-Market ได้แค่ คำสั่ง Limit Order การที่นักลงทุนเลือกใช้แบบนี้ เพราะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ป้องกันราคาที่คลาดเคลื่อน และ ช่วยให้คุณซื้อขายได้ตามราคาที่คุณต้องการ
ได้ค่ะ หากคุณไม่ต้องการเข้าเทรดช่วงก่อนตลาดเปิด ก็เข้าซื้อขายได้ในช่วงที่ตลาดปิดตอน ที่ไม่ใช้เวลาทำการแล้ว สามารถตรวจสอบช่วงเวลาเพิ่มเติมได้ค่ะ
ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดช่วง 21.30 - 04.00 น.และ ช่วง premarket จะเปิดตอน 16.00 - 21.25 น.ตามเวลาในไทย
Itsariya Doungnet
นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค
อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
Falling Wedge Pattern คืออะไร? Falling Wedge Pattern คือ สัญญากราฟขาขึ้น ที่มีอีกชื่อเรียก คือ ลิ่มขาลง หรือ Descending Wedge ที่เป็นตัวช่วยสำหรับนักเทรดสายเทคนิค รูปแบบกราฟนี้ บ่งบอกว่า แรงขายเริ่มจะอ่อนแรงลง แรงซื้อกำลังเริ่มเข้ามาแต่ก็ยังลังเล จนราคากดลงมาถึงจุดต่ำสุด จากนั้นราคามีการพลิกขึ้น จากแรงซื้อที่พุ่งเข้ามาในช่วงสุดท้าย เมื่อนักลงทุนแน่ใจแล้วว่า แรงขายได้อ่อนลงถึงจุดต่ำสุด...
Stochastic Oscillator คืออะไร Stochastic Oscillator หรือ ที่เรียกย่อ ๆ ว่า STO เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา โดยเปรียบเทียบ ราคาปิดปัจจุบัน กับ ช่วงราคาสูงสุด - ต่ำสุด ในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้ถูกคิดค้นโดย George Lane ในปี 1950...
เทรดแบบ Scalping คืออะไร? การเทรดแบบ Scalping คือ รูปแบบการเทรดระยะสั้นค่ะ จะใช้เวลาในการเทรดประมาณ 5นาที 15นาที และ ชาร์ตที่ใช้มากสุดส่วนมากก็ 30 นาที นักเทรด Scalp จะทำกำไรจากการปิดเปิดสถานะความผันผวนราคา ด้วยความแม่นยำและความเร็ว การทำกำไรของนักเทรดแบบ Scalping trade คือ การเลือกซื้อคำสั่งเล็กๆ หลายออเดอร์ด้วยกัน เช่น...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ