ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
Price Pattern และ Chart Pattern คือ รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่จะช่วยให้คุณคาดการณ์แนวโน้มทิศทางของราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งรูปแบบแท่งเทียนทั้ง 21 นี้ เป็นแท่งเทียนที่เกิดขึ้นบ่อย ที่คุณสามารถเห็นได้จากกราฟราคาคริปโต, หุ้น, ดัชนี หรือ ฟอเร็กซ์ ช่วยให้คุณเข้าใจการวิ่งของราคาที่มีความแม่นยำ เพราะเป็นรูปแบบพฤติกรรมราคาที่เกิดขึ้นอยูบ่อยๆ
Price Pattern และ Chart Pattern คือ รูปแบบการเคลื่อนไหวราคา ที่เกิดซ้ำตามพฤติกรรมของตลาด สามารถบ่งบอกแนวโน้มของราคาในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นการกลับตัวของทิศทางราคา หรือการเคลื่อนไหวไปต่อทิศทางเดิม บทความนี้ เราจะอธิบายความหมาย ความแตกต่าง และตัวอย่าง ทั้งของ "Price Pattern" และ "Chart Pattern" ทั้ง 21 รูปแบบที่คุณจำเป็นต้องรู้ อ่านรายละเอียดต่อเลย
จับเทรนด์ใหญ่ก่อนเกิดขึ้นด้วย Price Pattern และ Chart Pattern
Price Pattern และ Chart Pattern คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักเทรดเข้าใจพฤติกรรมของราคา เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต
Price Pattern และ Chart Pattern ที่คุณเห็นได้บ่อยครั้ง เช่น Head and Shoulders, Ascending Triangle, Cup and Handle และอื่นๆ ช่วยกำหนดจุดซื้อขายได้แม่นยำมากขึ้น
การใช้ Price Pattern ร่วมกับ Volume และ Indicator จะช่วยยืนยันสัญญาณการซื้อขาย เพิ่มโอกาสการเทรดที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น
นักเทรดมักจะใช้ Chart Pattern และ Price Pattern เป็นเครื่องมือวิเคราะห์กราฟเพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกคำสั่งซื้อขาย ทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกันในเรื่องการวิเคราะห์และช่วงเวลาการใช้งาน
Chart Pattern คือ รูปแบบกราฟราคาที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมผู้เล่นในตลาด ที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ ช่วยให้นักเทรดคาดการณ์ได้ว่าราคาจะ "กลับตัว" (Reversal) หรือ "เคลื่อนไหวต่อ" (Continuation) ไปในทิศทางเดิม เน้นการวิเคราะห์ภาพรวมของกราฟราคาในช่วงเวลาหนึ่ง
Price Pattern คือ รูปแบบพฤติกรรมราคาระยะสั้น มักจะเป็นการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวราคาที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น Breakout, Pullback หรือ Price Pattern แท่งเทียนรูปแบบเฉพาะ เช่น Pin Bar, Engulfing, Inside Bar เป็นต้น ใช้สำหรับหาจุด เข้า - ออกการเทรดได้อย่างแม่นยำ จะเน้นจังหวะที่ราคาขยับช่วงเวลาสั้นๆ
Chart Pattern มีกี่แบบ? บทความนี้เราได้ยกตัวอย่าง 21 รูปแบบ Chart Pattern ที่พบบ่อย มาให้คุณทำความเข้าใจตลาดได้ดีขึ้น ที่เรียกว่าเป็นพื้นฐานรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่นักเทรดควรรู้ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ แพทเทิร์นกราฟนี้จะช่วยให้คุณเทรดได้ง่ายขึ้น สามารถนำไปใช้วิเคราะห์จุดเข้าออกออเดอร์ และประเมินแนวโน้มราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลำดับ
รูปแบบ Chart Pattern
เทรนด์
แนวโน้มทิศทาง
1
Head and Shoulders Chart Pattern
Uptrend (ขาขึ้น)
Reversal (กลับตัวลง)
2
Inverse Head and Shoulders Chart Pattern
Downtrend (ขาลง)
Reversal (กลับตัวขึ้น)
3
Double Top Chart Pattern
4
Double Bottom Chart Pattern
5
Triple Top Chart Pattern
6
Triple Bottom Chart Pattern
7
Rectangle (Sideway Range) Chart Pattern
Sideway (ไปด้านข้าง)
Continuation (ต่อเนื่อง) หรือ Reversal (กลับตัวขึ้น)
8
Flag Chart Pattern
Uptrend (ขาขึ้น)/Downtrend (ขาลง)
Continuation (ต่อเนื่อง)
9
Pennant Chart Pattern
10
Ascending Triangle Chart Pattern
11
Descending Triangle Chart Pattern
12
Symmetrical Triangle Chart Pattern
ไม่แน่นอน
13
Cup and Handle Chart Pattern
14
Rounding Bottom (Saucer) Chart Pattern
15
Rounding Top Chart Pattern
16
Wedge (Rising/Falling Wedge) Chart Pattern
Reversal (กลับตัวส่วนมาก)
17
Broadening Formation Chart pattern
18
Hammer Chart pattern
19
Inverted Hammer Chart pattern
20
Bullish Engulfing Chart pattern
21
Bearish Engulfing Chart pattern
รูปแบบแท่งเทียน Head and Shoulders จะมีลักษณะแบบหัวและไหล่ ซึ่งจุดสูงสุดจุดแรกจะเป็นเหมือนไหล่ด้านซ้าน จุดสูงสุดตรงกลาง เหมือนกับหัว ส่วจุดสูงสุดด้านขวา เหมือนกับไหล่ด้านขวา พอลงมาที่เส้นแนวรับ ก็เหมือนกันแนวคอ รูปแบบหัวและไหล่มักจะเกิดขึ้นช่วงระหว่างขาขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทิศทางกำลังกลับตัวลง เพราะแรงซื้อเริ่มหมดลงแล้ว ฝั่งผู้ขายก็จะเริ่มเทขายกัน
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Inverse Head and Shoulders คือ สัญญาณกลัตัว คุณจะเห็นในช่วงขาลง ลักษณะนี้เกิดขึ้นเมื่อราคาลงมาจุดต่ำสุด จากนั้นราคาก็ดีดตัวขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถผ่านแนวต้านได้ แล้วลงไปดีดตัวขึ้นมาสามครั้ง ทำให้เกิดเป็น ไหล่ซ้าย หัว และ ไหล่ขว
รูปแบบกราฟเทียน Double Top หรือ ที่เราเรียกกันว่า ยอดคู่ ลักษณะของกรานี้ คือ ราคาจะเด้งขึ้นไปแตะที่เส้นแนวต้านถึง 2 ครั้ง รูปแบบกราฟแท่งเทียนนี้ Double Top จะเกิดขึ้นในช่วงขาขึ้น เป็นสัญญาณแนวโน้มกลับตัวขึ้น คุณจะเห็นลักษณะแท่งเทียนนี้ในรูปตัว M ซึ่งบ่งบอกได้ว่า แรงซื้อเริ่มหมดหลังจากที่ขึ้นไปนาน ทำให้คนเริ่มเทขายหมด
รูปแบบกราฟ Double Bottom จะมีรูปแบบเหมือนตัว W มักจะเกิดช่วงระหว่างขาลง นี่คือสัญญาณว่าเทรนด์ราคากำลังกลับตัวเป็นเทรนด์ขึ้น พอนักลงทุนขายลงมานานแล้ว ก็มีผู้ซื้อเข้ามาบ้าง ทำให้ราคาเริ่มดีดขึ้นบ้าง จากนั้นแรงซื้อก็เริ่มเบาลง ทำให้ราคาตกลงอีก จนนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจอีกครั้งแล้วเข้าซื้ออีกครั้ง ทำให้ราคาขึ้นทะลุเส้นแนวต้าน
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Triple Top จะมียอดที่ราคาขึ้นไปแตะ 3 จุด รูปแบบนี้จะเกิดขึ้นระหว่างขาขึ้น เป็นสัญญาณการกลับตัวขาลง ซึ่งรูปแบบนี้จะใช้ระดับแนวรับและแนวต้านในการวิเคราะห์กราฟ เมื่อราคาทะลุแนวรับลงมา ก็ยืนยันได้เลยว่า นี่คือรูปแบบ Triple Top ที่คล้ายกับลูกภูเขาสามลูก บ่งบอกถึงขาลง
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Triple Bottom จะเกิดขึ้นตอนที่กราฟกำลังอยู่ในช่วงขาลง เป็นสัญญาณการกลับตัวขึ้น เพราะแรงขายเริ่มอ่อนแรงลงมาก และเคลื่อนตัวไปด้านข้าง เพราะแรงซื้อขายไม่แรงพอที่จะทะลุเส้นต้าน ทำให้ลงไปชนแนวรับกันอยู่ 3 ครั้งด้วยกัน จนแรงขายเริ่มก่อตัวขึ้นและทะลุขึ้นไปในที่สุด
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Rectangle (Sideway Range) จะเคลื่อนตัวอยู่ในระหว่างแนวรับแนวต้าน มักจะเกิดขึ้นอยู่ระหว่างที่ราคาเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ซึ่งรูปแบบ Rectangle (Sideway Range) เป็นสัญญาณต่อเนื่องหรือ กลับตัวขึ้น หมายความว่าตลาดกำลังมีความไม่แน่นอน เพราะกำลังสะสมแรงซื้อขายอยู่ จนราคาทะลุกรอบ
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Flag Chart Pattern เป็นสัญญาณราคากำลังเคลื่อนตัวต่อเนื่องไปในทิศทางเดิม ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนั้น ลักษณะเหมือนรูปแบบเสาธง มีทั้งแบบ Bull Flag และ Bear Flag ซึ่งเกิดที่ราคามีแรงซื้อและแรงขายสะสมรุนแรง ทำให้ราคาแกว่งในกรอบแนวรับแนวต้านสวนทางเทรนด์ พอแรงซื้อแรงขายสะสมตัวมากขึ้น ทำให้แรงดันทะลุออกจากกรอบที่ราคากำลังสะสมตัวกันอยู่
รูปแบบกราฟ Pennant เป็นสัญญากราฟราคาเคลื่อนตัวต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในทั้งขาขึ้นและขาลง Pennant มีลักษณะคล้ายกับธง ราคาแกว่งตัวแคบลงคล้ายกับธง มีทั้งแบบ Bullish และ Bearish ความหมายของรูปแบบแท่งเทียนนี้ก็คือ ราคาเกิดการพักตัวระยะสั้น เพื่อสะสมแรงซื้อขายเพื่อไปต่อเส้นทางเดิม
รูปแบบ Ascending Triangle มักจะเกิดขึ้นในช่วงกราฟขาขึ้น เป็นสัญญาณต่อเนื่อง บ่งบอกว่ามีการสะสมแรงซื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทางฝั่งผู้ซื้อเริ่มมีความมั่นใจ ทำให้ทางฝั่งผู้ขายหยุดขายออก แรงขายจึงลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้ราคาพุ่งออกจากกรอบอย่างรุนแรง และเคลื่อนตัวขึ้นไปต่อ
รูปแบบ Descending Triangle มีลักษณะสามเหลี่ยม มักจะเกิดขึ้นในช่วงกราฟขาลง เป็นสัญญาณต่อเนื่องที่บอกว่าราคาจะเคลื่อนลงไปต่อ รูปแบบกราฟแท่งเทียนนี้มีความหมายว่า แรงขายเริ่มสะสมขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันแรงซื้อก็ยังไม่มากพอที่จะดันราคากลับขึ้นไป ทำให้ราคาเคลื่อนที่อยู่ในกรอบ จนกระทั่งแรงซื้อหลุดไป ทำให้คนเทขายจนราคาทะลุลงอย่างรวดเร็ว
รูปแบบแท่งเทียน Symmetrical Triangle บ่งบอกถึงว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงพักตัว เป็นช่วงที่ตลาดยังไม่มีความแน่นอนและเคลื่อนที่ไปด้านล่างอยู่ในกรอบ จังหวะที่ผู้ซื้อเข้ามาซื้อกันมาก ในขณะที่ตลาดฝั่งผู้ขายก็เริ่มจะควบคุมตลาด แต่เพราะว่าทั้งสองฝั่งยังอยู่ในช่วงที่เริ่มสะสมแรงซื้อขายกันอยู่ จนในที่สุด แรงซื้อขายที่สะสมไว้หลุดจากโซนราคาเดิม
รูปแบบแท่งเทียน Cup and Handle หรือ ที่เราจะเห็นในรูปแบบเหมือนถ้วยแก้วที่มีหูจับ เป็นสัญญาณการจับจังหวะขาขึ้น ก่อนที่ราคามีการพักตัวในระยะหนึ่ง จนกระทั่งเริ่มมีความมั่นใจ และ ดันราคาขึ้นไปต่อ เพราะตอนแรกนักลงทุนเทขายออก เพื่อเก็รบกำไร พอราคาเริ่มลดลง ทางผู้ซื้อก็เริ่มซื้อสะสมกันเข้ามา ทำให้ราคาดันขึ้นสูงไป
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Rounding Bottom (Saucer) เป็นรูปแบบกราฟที่กำลังกลับตัวเป็นขาขึ้น มีความคล้ายกับทรงโค้ง ที่แสดงให้เห็นว่า อาจจะมีข่าวที่ส่งผลกระทบทำให้ราคาลดลงอย่างรุนแรง หรือ อาจจะเป็นเพราะนักลงทุนเทขายกับหมด
อาจจะเกิดถึงจากอารมณ์ตลาด ทำให้ราคาลดรุนแรง แต่หลังจากนั้น ตลาดก็เริ่มจะพักตัว และ ค่อยเคลื่อนตัว รอให้ผู้ซื้อเข้ามาซื้อในราคาที่ถูกที่สุดในตลาด เหมือนแรงซื้อเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็พุ่งทะลุเส้นแนวต้านไปต่อ
รูปแบบกราฟ Rounding Top เป็นรูปแบบกราฟที่ปรับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง รูปแบบกราฟนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการก่อตัว เพราะฉะนั้นแล้วคุณจำเป็นต้องคอยติดตามข่าวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่ากราฟแท่งเทียนกำลังก่อนตัวเป็น Rounding Top เพราะบางครั้งข่าวที่ออกมีความรุนแรงทำให้รูปแบบล้มเหลว
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Wedge มีความคล้ายกับ รูปสามเหลี่ยมบีบตัว และ เอียงตัวไปในทางเดียวกัน หากเป็น Rising wedge กราฟจะเอียงตัวขึ้น ก็แปลว่า แรงขึ้นเริ่มอ่อนราคาก็จะมีโอกาสลง ส่วนรูปแบบ Falling wedge จะเป็นรูปแบบกราฟเอียงตัวลง แสดงให้เห็นว่า แรงขายเริ่มอ่อนตัว แล้วมีแนวโน้มเด้งขึ้น
รูปแบบกราฟแท่งเทียน Broadening Formation เป็นสัญญาณกลับตัว บ่งบอกว่าเป็นช่วงที่ตลาดมีแรงดันซื้อและแรงขายที่รุนแรง ไม่มีฝ่ายใดสามารถควบคุมตลาดได้ ทำให้ราคาเคลื่อนที่อยู่ในกรอบเพื่อสะสมแรงซื้อขาย จนกระทั่งราคาทะลุขึ้นลงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
หากคุณเห็น รูปแบบกราฟแท่งเทียน Hammer ในช่วงเทรนด์ขาลง นี่ก็บ่งบอกได้ว่าแนวโน้มทิศทางกำลังกลับตัวขึ้น รูปแบบของ Hammer จะมีเพียงแค่ลำตัวเล็กๆ ที่มีไส้เทียนยาวลงด้านล่าง คล้ายกับด้ามค้อน ความหมายของแท่งเทียนด้านค้อนนี้บ่งบอกคุณได้ว่า แรงขายกำลังจะอ่อนแรงลง แล้วแรงซื้อกำลังก่อต่อเพิ่มขึ้น ดันเข้ามาและผลักให้ราคากลับตัวขึ้น
แท่งเทียนแบบ Inverted Hammer Chart pattern จะมีความคล้ายกับแท่งเทียน Hammer แต่ลักษณะแบบ Inverted คือ ค้อนจะกลับหัว คุณจะเจอรูปแบบนี้ในช่วงที่กราฟอยู่ในขาลง เพราะกราฟแท่งเทียนแบบนี้เป็นสัญญาณการกลับราคาขึ้น
ตัวของแท่งเทียนจะเล็ก และ ไส้เทียนด้านบนจะยาวมาก ส่วนไส้เทียนด้านล่างจะสั้นเล็กน้อย บ่งบอกได้ว่า แรงขายดันจนสุด แต่ก็ไม่สามารถลงต่อไปได้ เพราะแรงซื้อกำลังดันสวนกลับขึ้น หากแท่งเทียนถัดมาเป็นขาขึ้น ก็เป็นสัญญาณยืนยันได้เลยว่า ขึ้นแน่ๆ
รูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing Chart pattern จะประกอบไปด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง ซึ่งแท่งแรกจะเป็นสีแดงเล็กๆ ตามมาด้วยแท่งเทียนสีเขียวใหญ่ ที่บ่งบอกให้เห็นถึงแรงซื้อที่เพิ่มเข้ามาอย่างรุนแรง เป็นสัญญาบอกว่าราคากลับจะปรับตัวขึ้น ซึ่งคุณจะเห็นรูปแบบแท่งเทียนนี้ตอนที่กราฟอยู่ในขาลง เพราะแรงขายเริ่มหมดไป ทำให้เริ่มมีแรงซื้อดันเข้ามาอย่างรุนแรง
รูปแบบแท่งเทียน Bearish Engulfing Chart pattern มักจะเกิดขึ้นในช่วงกราฟขาขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ทิศทางของราคากำลังปรับตัวลง แท่งเทียนนี้จะมีความคล้ายกับ Bullish Engulfing Chart pattern เพียงแต่ แท่งเทียนจะประกอบไปด้วย แท่งเทียนสีเขียวเล็กๆ มาก่อน เพื่อบ่งบอกถึงแรงซื้อที่เกิดขึ้นอยู่ในขาขึ้น จากนั้นก็ตามมาด้วยแท่งเทียนสีแดง ที่บ่งบอกว่า แรงขายกำลังดันเข้ามากลืนกินแท่งเทียนอันเล็กก่อนหน้า
Price Pattern และ Chart Pattern คือ เครื่องมือที่ช่วยให้นักเทรดสามารถอ่านพฤติกรรมราคาและการเคลื่อนไหวราคาได้ เพื่อให้คุณเข้าใจตลาดสินทรัพย์ที่คุณต้องการเข้าลงทุนมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งที่ราคามีการเคลื่อนที่ที่มีนัยสำคัญหรือเป็นสัญญาณที่คุณสามารถนำไปใช้คาดการณ์ทิศทางในอนาคตได้ และนี่ก็คือ รูปแบบกราฟราคา ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่บ่อยครั้งในตลาด เช่น Head and Shoulders, Cup and Handle และอื่นๆ อีกมากมาย
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด
รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้
Price Pattern คือ รูปแบบราคาที่เคลื่อนไหวของราคาบนกราฟ ที่สื่อถึงแรงซื้อแรงขายในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ ช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาได้
การใช้เทคนิค Price Pattern ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะมีความบิดเบือนได้มากกว่า การเลือกวิเคราะห์ช่วงเวลาที่ยาวกว่า นอกจากนี้แล้วข่าวสารเศรษฐกิจก็มีผลกระทบต่อการก่อตัวของ Chart Pattern ด้วยเช่นกัน
Price Pattern มีทั้งหมด 3 รูปแบบ เช่น รูปแบบจุดกลับตัว (Reversal Pattern), รูปแบบทิศทางต่อเนื่อง (Continuation Pattern) และ รูปแบบราคายังไม่เลือกทิศทาง (Sideway Pattern) เป็นต้น
รูปแบบ Chart Pattern แบบต่อเนื่อง คือ รูปแบบการเคลื่อนตัวราคาไปในทิศทางเดิม เช่น หากกราฟกำลังอยู่ในขาขึ้น จากนั้นก็มีการพักตัว เพราะมีการสะสมแรงซื้อหรือขายอยู่ในตอนนี้ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดิมต่อ
นักลงทุนที่ใช้การวิเคราะห์ราคาเป็นหลัก ก็มักจะเลือกใช้รูปแบบ Price Pattern ในการช่วยวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาได้ นี่ก็เพื่อนำไปตัดสินใจในการลงทุน
รูปแบบ Chart Pattern แบบกลับตัว คือ กราฟราคาที่ปรับตัวไปทิศทางตรงกันข้าม เช่น ราคาอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่ จากนั้นราคาเริ่มเคลื่อนตัวแคบลง จนราคาทะลุออกจากแนวรับ แล้วปรับตัวลงมา
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนด้านการเงิน การลงทุน และ การเทรด ด้วยเทคนิค SEO ของบริษัท XS.com ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ด้านการตลาดและการเทรดโดยตรง เปลี่ยนเรื่องการเงินที่เข้าใจยาก ให้กลายมาเป็นบทความที่อ่านแล้วสนุกและเข้าใจง่าย ถ้าบทความช่วยตอบคำถามที่คุณหาอยู่และเป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมแชร์บทความด้วยนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
แท่งเทียน Hammer คืออะไร? แท่งเทียน Hammer คือ แท่งเทียนค้อน ที่เราเรียกกันในภาษาไทย มักจะเห็นกันบนกราฟตลาด Forex, หุ้น, คริปโต และดัชนีอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่า ค่อนข้างเป็นรูปแบบที่ปรากฎอยู่บ่อยครั้ง เมื่อกราฟกำลังกลับตัว ลักษณะของแท่งเทียน Hammer เรามาดูกันต่อเลยว่า เวลาที่ แท่งเทียนค้อน นี้ปรากฎขึ้นบนกราฟ จะมีลักษณะแบบไหนกัน เนื้อแท่งเทียนจะมีขนาดเล็ก...
พันธบัตร คืออะไร? ความหมายของพันธบัตร คือ ตราสารหนี้ประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน เพื่อระดมทุนจากประชาชนหรือผู้ลงทุน โดยผู้ลงทุนที่ซื้อพันธบัตรจะได้รับสิทธิ์ในการรับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดเป็นระยะ เช่น อาจะจ่าดอกเบี้ย ปีละ 1 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน จากนั้นคุณจะได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดอายุของพันธบัตร พันธบัตรทำงานอย่างไร ? พันธบัตร ทำหน้าที่เหมือนกับ การที่ผู้ลงทุนให้ยืมเงินแก่ผู้ออกพันธบัตร ไม่ว่าจะเป็น พันธบัตรรัฐบาล...
แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัด (Wedge) เป็นเครื่องมือสำคัญในเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทรดใช้เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาอยู่ในช่วงพักตัวเมื่อราคาถูกบีบระหว่างเส้นแนวโน้มสองเส้นที่กำลังเข้าหากันทำให้เกิดรูปทรงคล้ายลิ่มเหล็กงัด การจดจำแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดซึ่งมีความสำคัญสำหรับนักเทรดเนื่องจากแพทเทิร์นเหล่านี้มักจะอยู่ก่อนการทะลุของราคาที่สำคัญซึ่งให้โอกาสการเทรดที่มีคุณค่าค่า สาระสำคัญ แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดบ่งบอกถึงการพักชะรอตัวของตลาดซึ่งแสดงถึงช่วงเวลาที่ตลาดอยู่ในช่วงพักตัวก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ แพทเทิร์นเหล่านี้ถูกกำหนดโดยเส้นแนวโน้มสองเส้นที่เข้าหากันทำให้เกิดช่วงราคาที่แคบลง แพทเทิร์นหลักสองประเภทคือเหล็กงัดชี้ขึ้นหมายถึงภาวะ (หมี) และเหล็กงัดชี้ลงหมายถึง (กระทิง) ปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงในช่วงที่แพทเทิร์นกำลังก่อตัวและการเพิ่มขึ้นที่จุดทะลุแนว แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดสามารถส่งสัญญาณถึงความต่อเนื่องและการกลับตัวของแนวโน้มปัจจุบัน แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดคืออะไร? แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดเกิดขึ้นเมื่อราคาตลาดพักชะลอตัวโดยมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ถูกบีบระหว่างเส้นแนวโน้มสองเส้นที่กำลังเข้าหากัน แพทเทิร์นเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในแนวโน้มขึ้นและแนวโน้มลงและมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญเทรดเดอร์มักติดตามแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมักจะบ่งบอกถึงการทะลุที่ระดับแนวรับหรือแนวต้านที่กำลังจะเกิดขึ้น คุณสมบัติสำคัญของแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดในเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร? หากต้องการทราบแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดควรมองหาคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้: เส้นแนวโน้มที่เข้าหากัน: เส้นแนวโน้ม ด้านบนและด้านล่างจะต้องเข้าหากัน ทิศทางของเส้น: เส้นแนวโน้มทั้งสองสามารถลาดเอียงขึ้นหรือลงได้ ปริมาณการซื้อขาย: ปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงเมื่อแพทเทิร์นกำลังก่อตัวและเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการทะลถแนว...
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ฟีเจอร์ใหม่ และข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนและการเทรด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ