15 อันดับ ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก เทียบกับ USD ปี 2026 - XS
แนวโน้มราคา ผู้เริ่มต้น

15 อันดับ ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก เทียบกับ USD ปี 2026

Date Icon 7 เมษายน 2026
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 7 นาที
Article Summary Icon

ระดับมืออาชีพ

15 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ไม่ได้เรียงตามประเทศที่ร่ำรวยที่สุด แต่เรียงแต่มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยน ณช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วไม่สามารถนำเอาไปตัดสินใจถึงเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งประเทศนั้นๆ ได้ ซึ่งสกุลเงินที่แพงที่สุดอัพเดตปี 2026 ก็คือ ดีนาร์คูเวต (KWD), เรียลโอมาน (OMR) และ ดีนาร์บาห์เรน (BHD)ที่ส่วนมากได้รับรายได้จากแหล่งน้ำมันและพลังงาน

ขณะที่สกุลเงินอย่าง ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), ฟรังก์สวิส (CHF) และ ยูโร (EUR) มักจะได้รับแรงสนับสนุนจากระบบเศรษฐกิจโลก ส่วนอีกด้านอย่าง ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ก็เน้นการพึ่งพาการค้าและการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึง เชเกลใหม่อิสราเอล (ILS) ที่ได้รับการสนับสนุนจากการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี

หลายคนอาจคิดว่า ประเทศที่มีค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก อย่าง ดีนาร์คูเวต (KWD), ดีนาร์บาห์เรน (BHD) และ เรียลโอมาน (OMR) เป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้ว ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก เป็นเพียงการเปรียบเทียบมูลค่าเงินกับ USD ที่เป็นสกุลเงินมาตรฐานตลาดโลก ไม่ได้เป็นตัวตัดสินใจความรวยหรือจน

การจัด 15 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลกในบทความนี้ แสดงให้นักลงทุนเห็นถึง สภาวะความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ และ การเมือง ที่เพิ่มมูลค่าให้กับค่าเงินของประเทศ พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้บางประเทศมีมูลค่าเงินสูงกว่าบางประเทศมหาอำนาจ

อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ช่วยให้นักลงทุนเห็นโอกาสการลงทุนในประเทศ ที่มีความเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และ นโยบายการเงินที่มีประสิทธิภาพ

สาระสำคัญ

  • 15 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ไม่ได้เป็นตัวตัดสินความรวยและการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก แต่เป็นเพียงมูลค่าแลกเปลี่ยนที่เทียบกับ USD เท่านั้น

  • ประเทศที่มีค่าเงินแข็งค่าส่วนมากมักจะมี นโยบายการส่งออกที่ดี, การนำเข้าน้อยกว่าการคงส่ง, มีความมั่นคงด้านการเมือง, และ นโยบายการเงินที่ดี

  • สกุลเงินแข็งค่ามักดึงดูดนักลงทุน คือ สกุลเงินฟรังก์สวิส เพราะมีความมั่นคงทั้งด้านทางเศรษฐกิจและการเมือง

15 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ปี 2026

ตารางด้านล่างนี้ คือ 15 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก 2026 ช่วยให้คุณเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า 1 USD เท่ากับเท่าไหร่ของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งข้อมูลของเรามีการอ้างอิงมาจาก International Monetary Fund ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือระดับโลก

ลำดับ

สกุลเงิน

ตัวย่อสกุลเงิน

ประเทศ

1

ดีนาร์คูเวต

KWD

ประเทศคูเวต

2

เรียลโอมาน

OMR

ประเทศโอมาน

3

ดีนาร์บาห์เรน

BHD

ประเทศบาห์เรน

4

ดีนาร์จอร์แดน

JOD

ประเทศจอร์แดน

5

ปอนด์สเตอร์ลิง

GBP

ประเทศสหราชอาณาจักร

6

ฟรังก์สวิส

CHF

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

7

ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน

KYD

ประเทศหมู่เกาะเคย์แมน

8

ยูโร

EUR

กลุ่มประเทศยูโรโซน

9

ดอลลาร์ฮ่องกง

HKD

ฮ่องกง

10

ดอลลาร์สิงคโปร์

SGD

ประเทศสิงคโปร์

11

ดอลลาร์บรูไน

BND

ประเทศบรูไน

12

ดอลลาร์แคนาดา

CAD

ประเทศแคนาดา

13

ดอลลาร์ออสเตรเลีย

AUD

ประเทศออสเตรเลีย

14

ดอลลาร์นิวซีแลนด์

NZD

ประเทศนิวซีแลนด์

15

เชเกลใหม่อิสราเอล

ILS

ประเทศอิสราเอล

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนในบทความนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามเศรษฐกิจโลก ควรตรวจสอบเรทล่าสุดก่อนนำไปใช้งานจริง

 

1. ดีนาร์คูเวต (KWD) - ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก

ดีนาร์คูเวต คือ หนึ่งในสกุลเงินที่ทำรายได้จากน้ำมันสูงกว่า 90%

kuwaiti-dinar

ทำไมค่าเงินดีนาร์คูเวตถึงแพงที่สุด?

ประเทศคูเวตมีประชากรอยู่เพียงราว 4.8 ล้านคนเท่านั้น แต่ GDP ต่อหัวอยู่ในระดับโลก สามารถทำรายได้สูงกว่าราว $62 พันล้านเมื่อปี 2026 จากการส่งออกน้ำมัน คิดเป็น 90% ของรายได้หลักประเทศ นโยบายบริหารการเงินด้วย “ระบบตระกร้าเงิน” ที่ผูกหลายสกุลเงิน เช่น USD, JPY, EUR และ GBP และ ไม่ได้พิมพ์เงินจำนวนมาก ช่วงรักษาความเสถียรของค่าเงินได้ดี ไม่ผันผวนไปตามเงินเฟ้อ 

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน KWD

 

2. ดีนาร์บาห์เรน (BHD)

ดีนาร์บาห์เรน หนึ่งในค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก หนุนโดยน้ำมันและระบบธนาคารที่แข็งแกร่งในฐานะศูนย์กลางการเงินภูมิภาค

top-strongest-currencies-bahraini-dinar

ทำไมค่าเงินดีนาร์บาห์เรนถึงแพงที่สุด?

ความแข็งแกร่งของสกุลเงิน ดีนาร์บาห์เรน เริ่มจากการผลิตและส่งออกน้ำมัน คิดเป็น 60% ของรายได้ประเทศ ส่งผลให้เงินเข้าประเทศต่อเนื่อง และ ต่อมามีการขยายแหล่งรายได้ด้วยการเป็นศูนย์กลางธนาคารกว่า 71 แห่งทั่วโลก ทั้งธนาคารพาณิชย์ และ ธนาคารอิสลาม ที่มีสัดส่วนกว่า 107.32% ของ GDP นอกจากนี้ รัฐก็ยังได้ผู้ค่าเงินไว้กับ USD เพื่อเพิ่มมูลค่าสกุลเงิน บาห์เรนสำรองรายได้น้ำมันไว้อีกกว่า 11% ของ GDP เพื่อค้ำประกันความความเสถียรของค่าเงินระยะยาว

อัตราแลกเปลี่ยน USD/BHD

1 BHD = 2.65 USD

1 USD = 0.37 BHD

 

3. เรียลโอมาน (OMR)

เรียลโอมานเป็นหนึ่งในค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก ที่รักษาความมั่นคงของสกุลเงินมาหลายทศวรรษ

Omani-Rial-OMR

ทำไมค่าเงินเรียลโอมานถึงแพงที่สุด?

เรียลโอมานใช้ระบบผูกเงินไว้กับ USD ช่วยรักษาความมั่นคงของค่าเงิน ประเทศนี้เน้นการส่งออกน้ำมัน กว่า $35.8 พันล้าน และในส่วนของพลังงาน 59 พันล้าน อ้างอิงจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขณะเดียวกันก็ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น ระบบขนส่ง, โรงกลั่นน้ำมัน, ระบบธนาคาร และ เขตอุตสาหกรรมสำหรับการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงความเชื่อมั่นในความมั่นคงของสกุลเงิน

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน OMR

 

4. ดีนาร์จอร์แดน (๋๋JOD)

ดีนาร์จอร์แดน หนึ่งในค่าเงินที่แข็งที่สุดในตะวันออกกลาง ทั้งที่ไม่ได้ผลิตน้ำมัน

Jordanian-Dinar-JOD

ทำไมค่าเงินดีนาร์จอร์แดนถึงแพงที่สุด?

ประเทศจอร์แดน มีทรัพากรธรรมชาติจำกัด แต่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐที่มีความมั่นคงช่วยรักษาความเสถียรภาพของค่าเงินได้ โดยการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมอย่าง เคมีภัณฑ์ และ สิ่งทอ ให้กับแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Reebok และ Calvin Klein คิดเป็น 22% ของอุตสาหกรรมการส่งออก ตามมาด้วยนโยบายให้ต่างชาติถือครองกิจการได้ 100% ช่วยให้เงินทุนไหลเข้าและเสริมความแข็งแกร่งของค่าเงิน

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน JOD

 

5. ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)

ค่าเงินเก่าแก่ของโลก “ปอนด์สเตอร์ลิง” ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นระดับสากล

trongest-currencies-europe-british-pound

ทำไมค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงถึงแพงที่สุด?

ปอนด์สเตอร์ลิง คือ สกุลเงินประเทศสหราชอาณาจักร ที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินของโลก เพราะเป็นประเทศที่ให้บริการด้านการซื้อขายค่าเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก เช่น ตลาด Forex กว่า 40% ของสัดส่วนตลาดทั้งหมด, ตลาดหุ้น, ตลาดการเงินอย่าง HSBC และ ยังเป็นศูนย์กลางในการทำธุรกรมการเงินข้ามผประเทศ ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินแข็ง เพราะเกิดการไหลเวียนเงินทุนมหาศาล

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน GBP

 

6. ฟรังก์สวิส (CHF)

ฟรังก์สวิส เป็นสกุลเงินที่แพงและถือเป็นค่าเงินปลอดภัยที่สุดในโลก

swiss-franc-currency

ทำไมค่าเงินฟรังก์สวิสถึงแพงที่สุด?

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีความมั่นคงทางการเมืองและระบบเศรษฐกิจมาก แม้ว่าจะมีความผันผวนในตลาดโลก หรือ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้น อย่างช่วง วิกฤตปี 2008 และ COVID-19  ที่ค่าเงินฟรังก์สวิสก็ยังคงค่าอยู่ เมื่อเทียบกับ USD และ EUR ส่งผลให้นักลงทุนต่างย้ายเงินเข้า CHF มากขึ้น สวิตเซอร์แลนด์ส่งออกน้อย แต่มูลค่าสูง ทำให้ไม่กดค่าเงินต่ำ เช่น อุตสาหกรรมยา, เครื่องมือแพทย์ และ นาฬิกาหรู อย่าง Rolex และ Patek Philippe

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน CHF

 

7. ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน (KYD)

ค่าเงินดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมนแข็งจาก “โครงสร้างกองทุนโลก”

cayman-islands-dollar-image

ทำไมค่าเงินดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมนถึงแพงที่สุด?

การที่เกาะเคยเคย์แมน ดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนด้วยการพัฒนาเป็น ศูนย์กลางการเงินของโลก เนื่องจากกฎหมายที่เอื้อต่อบริษัทต่างชาติ กองทุนที่ไหลเข้าประเทศต่อเนื่องกว่า 70% ของ Hedge Fund โลก ส่งผลให้ค่าเงินเป็นที่ต่อการสูงในประเทศ แม้ว่าขนาดเงินทุนใหญ่กว่าเศรษฐกิจจริงหลายล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ GDP ของประเทศต่ำมาก

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน KYD

 

8. ยูโร (EUR)

ค่าเงินยูโร แข็งค่าจากเศรษฐกิจรวมในกลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป จำนวน 21 ประเทศ

Euro-EUR

ทำไมค่าเงินยูโรถึงแพงที่สุด?

สหภาพยุโรปลดความวุ่นวายค่าเงิน ด้วยการรวมเศรษฐกิจเข้าด้วยกันทั้งหมด 21 ประเทศ เช่น อิตาลี, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และ อื่นๆ  โดยรวมมี GDP $16-17 ล้านล้าน ระหว่างปี 2024-2025 แล้วใช้สกุลเงินเดียวกันอย่าง ยูโร เริ่มใช้งานจริงปี 2002  และ มีบทบาทในระบบการเงินอันดับ 2 รองจาก USD มีสัดส่วนกว่า 20% เงินทุน เพิ่มความต้องการใช้ค่าเงินมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน EUR

 

9. ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)

ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง แข็งจากการผูกคู่เงินกับ สกุลเงิน USD

hong-kong-currency

ทำไมค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงถึงแพงที่สุด?

ฮ่องกงมีนโยบายการเงินที่เข้มงวดที่สุดในโลก เช่น รัฐบาลตรึงค่าเงินฮ่องกงไว้กับ USD และ มีการกำหนดช่วงค่าเงินที่ชัดเจน ไม่ให้หลุดออกจากช่วง  7.75 - 7.85 HKD ต่อ 1 USD และ ทุกพันธบัตรที่พิมพ์ออกมา ต้องมีเงิน USD สำรอง  ทำให้ดอลลาร์ฮ่องกง เป็นอีกสกุลเงินที่มีความเสถียรภาพสูง  แม้ว่าจะเผชิญกับความผันผวนเศรษฐกิจโลกอย่าง ก็ยังคงรักษามูลค่าของสกุลเงินไว้ได้อยู่ นอกจากนี้แล้ว ก็ยังเป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชีย ที่เชื่อมระหว่างจีนกับตลาดโลก

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน HKD

 

10. ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)

ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมเศรษฐกิจประเทศ

Singapore-Dollar

ทำไมค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ถึงแพงที่สุด?

ประเทศสิงคโปร์มีการวางโครงสร้างนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศได้ดีมาก ทำให้สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์มีความเสถียรสูงมากที่สุดในเอเชีย ประเทศนี้พึ่งพาการนำเข้าส่งออกสูงกว่า 300% ของ GDP ส่งผลให้เงินเฟ้อ อย่างช่วงปี 2022-2024 แต่แทนที่จะขึ้นดอกเบี้ย รัฐจึงบริหารค่าเงินด้วย “ระบบตะกร้าสกุลเงิน” และ การแทรกแซงตลาด ช่วยลดเงินเฟ้อและต้นทุนนำเข้าลง

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน SGD

 

11. ดอลลาร์บรูไน (BND)

ดอลลาร์บรูไนแข็งค่าจากการผูกค่าเงินร่วมกับดอลลาร์สิงคโปร์

Brunei-Dollar-BND

ทำไมค่าเงินดอลลาร์บรูไนถึงแพงที่สุด?

บรูไนได้ทำสัญญาผูกค่าเงินกับสิงคโปร์ เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถใช้เงินของประเทศตัวเองในอีกประเทศหนึ่งได้ด้วยอัตรา  1:1 ทำให้ค่าเงินมีความเสถียรสูงและเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน  นอกจากนี้แล้วบรูไนก็ยังพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ที่ทำรายได้กว่า 50.3% ของ GDP และ การส่งออกอื่นๆ อย่างปิโตรเคมีและกิจกรรมอุตสาหกรรมอื่น ๆ ราว 49.7% จากรายงานของ fdiintelligence ทำให้มีเงินต่างประเทศเข้าอย่างต่อเนื่อง

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน BND

 

12. ดอลลาร์แคนาดา (CAD)

ดอลลาร์แคนาดา คือ หนึ่งในประเทศที่ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก

Canadian-Dollar-CAD

ทำไมค่าเงินดอลลาร์แคนาดาถึงแพงที่สุด?

สกุลเงินแคนาดา เป็นสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ไม่ได้ตรึงค่าเงินเอาไว้ ค่าเงินแข็งค่าตามโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง หลักๆ เลย แคนาดามีความสัมพันธ์ด้านการค้าขายอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ โดยพบว่ามีการส่งออกกว่า 70-77% ของ น้ำมัน พลังงาน อุตสาหกรรม ยานยนต์ ทรัพยากรธรรมชาติ ไปให้กับสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวมอยู่ราวๆ 1.94 ล้านล้าน ดอลลาร์แคนาดา อ้างอิงข้อมูลจาก scotiabank ทำให้ค่าเงินเคลื่อนไหวขึ้นตามราคาและความต้องการสินค้าเหล่านั้นในตลาด

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน CAD

 

13. ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)

สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียผูกกับแร่เหล็กและอ่อนไหวตามราคาเหล็กมากที่สุดในโลก

Australian-Dollar-AUD

ทำไมค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียถึงแพงที่สุด?

ดอลลาร์ออสเตรเลียส่งออกเหล็กมากกว่า $1.56 ล้านเมื่อปี 2025 ครองส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 50% ทั้งนี้แล้ว หลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 จีนก็ได้เข้าซื้อแร่เหล็กและถ่านหินจากออสเตรเลียกว่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สกุลเงิน AUD แข็งค่าขึ้นมา เพราะสกุลเงินออสเตรเลียมักจะอ่อนไหวตามราคาเหล็ก นอกจากนี้แล้วก็เป็นประเทศที่น่าสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าดอกเบี้ยสูงก็ตาม

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน AUD

 

14. ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)

นิวซีแลนด์ คือ ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์นมระดับต้นๆ ของโลก ที่เป็นตัวแปรค่าเงินที่สำคัญ

new-zealand-dollar

ทำไมค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ถึงแพงที่สุด?

ค่าเงินนิวซีแลนด์ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกอาหารระดับโลก โดยเฉพาะผลิตถัณฑ์นมกว่า เนื้อวัว และ เนื้อแกะ 98% รวมกันคิดเป็น 50% ของมูลค่าการส่งออกทั้งประเทศ ทั้งนี้แล้วนิวซีแลนด์ก็ได้ผูกความสัมพันธ์คู่ค้าหลักกับจีน ส่งผลให้มูลค่าสกุลเงินของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงตามไปด้วย

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน NZD

 

15. เชเกลใหม่อิสราเอล (ILS)

ประเทศอิสราเอลเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่ดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก หนุนค่าเงินแข็งขึ้น

israeli-shekel-currency

 ทำไมค่าเงินเชเกลใหม่อิสราเอลถึงแพงที่สุด?

ประเทศอิสราเอลเปิดรับนักลงทุนต่างชาติจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนด้าน เทคโนโลยี, เซมิคอนดักเตอร์, และ นวัตกรรมต่างๆ ซึ่งรวมๆ แล้วมีเงินทุนสะสมตั้งแต่ปี 2023 กว่า $244 พันล้าน ตามมาด้วยการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นกว่า 57.2%  ในปี 2025 หนุนค่าเงินเชเกลใหม่อิสราเอลแข็งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงตลอด เพราะประเทศยังได้รับผลกระทบต่อสงครามในปัจจุบัน

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยน ILS

 

วิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินโลก ปี 2026

เรามาดูการวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินปี 2026 ด้วยกรอบวิเคราะห์จากสถาบันอย่าง IMF และ World Bank เพื่อให้ได้มุมเชิงพื้นฐาน ซึ่งเราอ้างอิงจากปัจจัยหลัก เช่น นโยบายการเงิน, กระแสเงินทุน, โครงสร้างการส่งออก และ ความเสี่ยงต่างๆ ทางภูมิรัฐศาสตร์

 

แนวโน้มค่าเงินแข็งค่า

  • ดอลลาร์สหรัฐ (USD): ดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนย้ายเงินไปถือ USD ทำให้ค่าเงินแข็งค่ามากขึ้น

  • ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD): ธนาคารกลางจะเริ่มบริหารค่าเงิน ด้วยการปรับดอกเบี้ย ทำให้เงินยังสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง

  • ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD): ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ตามเศรษฐกิจจีนที่กำลังเติบโต เพราะจีนเป็นคู่ค่ารายใหญ่ของออสเตรเลีย

 

แนวโน้มค่าเงินอ่อนค่า

  • เยนญี่ปุ่น (JPY): ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงเน้นดอกเบี้ยแบบผ่อนคลาย ต่างจาก USD ที่สูงอย่างสิ้นเชิง

  • ยูโร (EUR): ค่าเงินยูโรปัจจุบันชะลอตัว เพราะภาคอุตสาหกรรมซบเซาลง และมีข้อจำกัดในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

  • ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD: ค่าเงินดอลลาร์ผันผวนสูงตามการส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก

 

สรุป

การจัดอันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลกในบทความนี้ อ้างอิงจากข้อมูลจากอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) และ ตลาดค่าเงิน (Forex) ที่ช่วยสะท้อนให้คุณเห็นบริบทเศรษฐกิจโลก ซึ่งกสุลเงินอันดับต้นๆ มักจะได้รับการสนับสนุนจาก การส่งออกพลังงาน การผูกตึงค่าเงิน หรือ ผูกกับตะกร้าเงิน เพื่อรักษามูลค่าสกุลเงิน ทั้งนี้แล้ว การเปรียบเทียบระหว่างสกุลเงินที่ถูกที่สุดกับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก เพื่อให้คุณได้เปรียบเทียบการจัดการเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน เพื่อให้เห็นรูปแบบการจัดการของแต่ละประเทศ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

สกุลเงินที่มีการเทรดมากที่สุดในโลก คือ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งมีการเทรดในตลาด Forex กว่า 80% จากทั่วโลก เพราะเนื่องจากเป็นสกุลเงินหลักในการค้าระหว่างประเทศ

คู่เงิน EUR/USD มีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก และ มี Volume ในการเทรดที่สูง ต้นทุนสเปรดต่ำ ทั้งยังมีข้อมูลเศรษฐกิจที่รองรับการเทรดชัดเจน ช่วยให้การนักเทรดสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำมากขึ้น

คุณสามารถเทียบได้กับสกุลเงิน USD หรือ เทียบกับคู่เงินอื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ IMF หรือ ธนาคารกลาง หากประเทศมีดอกเบี้ยสูง ก็หมายความเงินไหลเข้าประเทศมากขึ้น ทำให้ค่าเงินแข็งค่า

การลงทุนค่าเงินไม่ได้เป็นการลงทุนแบบตรงๆ แต่จะเป็นการเทรดคู่ นักเทรดสามารถเลือกซื้อคู่เงินได้ผ่านโบรกเกอร์ จากการวิเคราะห์ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ นโยบายธนาคาร เป็นต้น

ค่าเงินดีนาร์คูเวต, ค่าเงินเรียลโอมาน, ค่าเงินดีนาร์บาห์เรน, ค่าเงินดีนาร์จอร์แดน, ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง, ค่าเงินฟรังก์สวิส, ค่าเงินดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน, ค่าเงินยูโร, ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง, ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์, ค่าเงินดอลลาร์บรูไน, ค่าเงินดอลลาร์แคนาดา, ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย, ค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ และ ค่าเงินเชเกลใหม่อิสราเอล

ปกติแล้วค่าเงินผันผวนจาก การปรับขึ้นลงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง, ภาวะเงินเฟ้อสูงต่ำ กระทบค่าเงินอ่อนค่าแข็งค่า, การเกิดสงครามหรือเหตุการณ์ไม่แน่นอนอื่นๆ และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน และ แร่ เป็นต้น

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

ความคิดเห็น

0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

scroll top