ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
สารบัญ
หาคำตอบ Triangle Pattern คืออะไร พร้อมเรียนรู้การวิเคราะห์การใช้งานเพื่อใช้ระบบแนวโน้ม การตัดสินเข้าซื้อ-ขาย ในบทความนี้ ซึ่งการทำความเข้าใจหลักการสามเหลี่ยมทำกำไรจะช่วยเพิ่มการทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับทุกตลาดเทรด เรามาอ่านรายละเอียดกันต่อเลย!
Triangle Pattern คือ รูปแบบกราฟที่แสดงช่วงราคาบีบตัวเข้าหากัน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวแรง (Breakout) ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
Triangle Pattern มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Symmetrical Triangle, Ascending Triangle, และ Descending Triangle
Triangle Pattern ใช้สำหรับวิเคราะห์แนวโน้มราคา ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
นักเทรดควรรอราคา breakout พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นยืนยัน เพื่อป้องกัน false breakout และลดความเสี่ยงขาดทุน
Triangle Pattern คือ รูปแบบหนึ่งของการเคลื่อนไหวของราคาในกราฟเทคนิค (Technical Chart) ที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของราคาหุ้น สินทรัพย์ หรือสกุลเงินในอนาคต ซึ่ง Triangle Pattern จะแสดงให้เห็นถึงช่วงที่ราคากำลัง "บีบตัว" เข้าหากัน ก่อนที่จะเกิดการ "Breakout" หรือทะลุออกจากกรอบสามเหลี่ยมนั้น
Triangle Pattern มีทั้งหมด 3 ประเภทที่คุณควรทำความรู้จัก เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาและวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะ: เส้นแนวต้าน (Resistance) และแนวรับ (Support) มีมุมเอียงเข้าหากันพอๆ กัน
ความหมาย: เป็นสัญญาณของการพักฐานราคา ไม่ระบุชัดว่าราคาจะไปทางไหน จนกว่าจะมี Breakout
การใช้งาน: รอให้ราคาทะลุออกจากกรอบแล้วค่อยเข้าซื้อหรือขายตามทิศทาง
ลักษณะ: เส้นแนวต้านคงที่ ส่วนแนวรับเอียงขึ้น
ความหมาย: เป็นสัญญาณ Bullish (ราคามีแนวโน้มจะขึ้น) เพราะแรงซื้อเพิ่มขึ้น
การใช้งาน: ถ้าราคาทะลุแนวต้าน ควรเข้าซื้อ
ลักษณะ: เส้นแนวรับคงที่ ส่วนแนวต้านเอียงลง
ความหมาย: เป็นสัญญาณ Bearish (ราคามีแนวโน้มจะลง) เพราะแรงขายเพิ่มขึ้น
การใช้งาน: ถ้าราคาทะลุแนวรับ ควรขายออก
ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับ Bull Triangle และ Bear Triangle กันต่อ เพื่อให้คุณได้เข้าใจความแตกต่างของทั้งสองทิศทางการวิ่งของราคา
สามเหลี่ยมขาขึ้น หรือ Ascending Triangle จะมีลักษณะเส้นแนวต้าน แนวนอน ระดับราคาคงที่ที่เป็นจุดสูงสุด เส้นแนวรับ เอียงขึ้น จากจุดต่ำสุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ราคาไต่ขึ้นมาหลายครั้ง แต่ถูกกดไว้ไม่ให้ผ่าน 100 บาท หมายถึง มีแนวต้านแข็งแรง
แนวรับที่สูงขึ้นแสดงว่าผู้ซื้อเข้มแข็งขึ้น ค่อย ๆ รับซื้อในราคาที่สูงขึ้น
หากราคาสามารถเบรก (Breakout) ผ่าน 100 บาทขึ้นไปได้ด้วยปริมาณซื้อ (Volume) ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวก
เป้าหมายราคา จะต้องวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้ง = 100 - 90 = 10 บาท ดังนั้นเป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 100 + 10 = 110 บาท
สามเหลี่ยมขาลง หรือ Descending Triangle มีเส้นแนวรับ แนวนอน ระดับราคาคงที่ที่เป็นจุดต่ำสุด เป็นเส้นแนวต้าน เอียงลง มีจุดสูงสุดต่ำลงเรื่อย ๆ
ราคาถูกกดดันให้ลดลงทุกครั้งที่ขึ้นมาแต่ยังมีแนวรับแข็งที่ 50 บาท
แสดงว่าผู้ขายเริ่มเข้มแข็ง แต่ผู้ซื้อก็ยังพยายามไม่ให้ราคาต่ำกว่า 50 บาท
หากราคาหลุด (Breakdown) แนวรับ 50 บาทไปได้ พร้อมกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณลบ
เป้าหมายราคา คือ จะวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้ง = 60 - 50 = 10 บาท ดังนั้นเป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 50 - 10 = 40 บาท
กลยุทธ์รูปแบบสามเหลี่ยม (Triangle Pattern) เป็นหนึ่งในสัญญาณทางเทคนิคที่นิยมใช้ในการวิเคราะห์กราฟหุ้น เพื่อช่วยคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และเพิ่มกำไร
สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การระบุประเภทของรูปแบบสามเหลี่ยมในกราฟ ว่าเป็น Ascending Triangle หรือ Bull Triangle ที่บอกถึงโอกาสราคาขาขึ้น, Descending Triangle หรือ Bear Triangle บ่งบอกถึงแรงขายและราคาขาลง หรือ Symmetrical Triangle ที่ยังไม่บ่งบอกทิศทางที่ชัดเจน การแยกแยะประเภทนี้จะช่วยให้เราวางแผนกลยุทธ์ได้ถูกต้องตามสภาพตลาด
หลังจากระบุรูปแบบของสามเหลี่ยมเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญ คือ การรอให้ราคาหลุดออกจากกรอบสามเหลี่ยมอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นการ breakout ขึ้นเหนือเส้นแนวต้านหรือ breakdown ลงต่ำกว่าเส้นแนวรับ การเคลื่อนไหวนี้ควรมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เพื่อยืนยันว่าการเคลื่อนไหวราคานั้นมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
เมื่อราคาทะลุกรอบสามเหลี่ยมและมีการยืนยันจากปริมาณซื้อขายแล้ว เราจึงค่อยเข้าเทรดตามทิศทางนั้น กล่าวคือ ซื้อเมื่อราคา breakout ขึ้นเหนือแนวต้านใน Bull Triangle และขายเมื่อราคา breakdown ต่ำกว่าแนวรับใน Bear Triangle ส่วน Symmetrical Triangle ควรรอให้ breakout ด้านใดด้านหนึ่งก่อนจึงตัดสินใจเข้าทำรายการ
การตั้งจุดขาดทุนมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับการคาดการณ์ ควรตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเหมาะสม ด้วยการวาง stop loss ไว้บริเวณใกล้กับเส้นแนวรับในกรณี Bull Triangle หรือใกล้กับเส้นแนวต้านใน Bear Triangle การทำเช่นนี้จะช่วยจำกัดขาดทุนให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และรักษาสภาพคล่องทางการเงินของเรา
การตั้งเป้าหมายราคา ช่วยให้นักเทรดรู้ว่าจะขายทำกำไรเมื่อราคาไปถึงจุดใด ทั่วไปจะวัดความสูงของสามเหลี่ยมด้านตั้งแล้วนำไปบวกหรือลบกับจุด breakout เช่น หากความสูงของสามเหลี่ยมคือ 10 บาท และราคาหลุดแนวต้านที่ 100 บาท เป้าหมายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 110 บาท การมีเป้าหมายชัดเจนช่วยลดความโลภและเพิ่มวินัยในการเทรด
การใช้รูปแบบสามเหลี่ยมควรผสมผสานกับการวิเคราะห์อื่น ๆ เช่นตัวชี้วัดทางเทคนิค (RSI, MACD) และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด เพราะเหตุการณ์นี้อาจทำให้รูปแบบทางเทคนิคผิดพลาดได้ การบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้ เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรด
รูปแบบสามเหลี่ยมช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาจะมีโอกาสเคลื่อนไหวไปทางไหน หลังจากที่ราคาบีบตัวในกรอบแคบ
รูปแบบสามเหลี่ยมสามารถสังเกตและวาดเส้นแนวรับแนวต้านได้ง่าย ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
สามารถใช้ได้ทั้งกราฟรายวัน รายสัปดาห์ หรือกราฟระยะสั้น ทำให้ยืดหยุ่นตามสไตล์การเทรด
ช่วยให้คุณสามารถตั้งเป้าหมายราคา (Take Profit) ได้อย่างมีหลักการ
ราคาบางครั้งอาจหลุดแนวรับหรือแนวต้านเพียงเล็กน้อยแล้วกลับตัว ทำให้สัญญาณหลอก (false breakout) เกิดขึ้นและทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนได้
Symmetrical Triangle ที่ราคาสามารถ breakout ได้ทั้งขึ้นและลง จึงต้องใช้สัญญาณอื่นร่วมวิเคราะห์ อาจจะไม่ได้บอกทิศทางชัดเจนเสมอไป
หากใช้เพียงรูปแบบสามเหลี่ยมอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น Volume, RSI, MACD เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
Triangle Pattern คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของการรวมตัวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ราคาจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ การใช้รูปแบบนี้ช่วยให้เราคาดการณ์ทิศทางราคาได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงจากการซื้อขายผิดจังหวะ และช่วยกำหนดจุดเข้า-ออก พร้อมตั้งเป้าหมายกำไรได้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจเทรดในตลาดทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?
เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย
คำนวณขนาดล็อตและความเสี่ยง
แปลงสกุลเงินแบบเรียลไทม์
เรียนรู้คำศัพท์และแนวคิดสำคัญของการเทรด
Triangle Pattern คือ รูปแบบกราฟที่เกิดจากเส้นแนวรับและแนวต้านที่บีบตัวเข้าหากัน แสดงถึงช่วงราคาที่รวมตัวก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
มี 3 ประเภทหลัก คือ Symmetrical Triangle (ไม่มีทิศทางชัดเจน), Ascending Triangle (บ่งบอกแนวโน้มขาขึ้น), และ Descending Triangle (บ่งบอกแนวโน้มขาลง)
นักเทรดจำเป็นต้องรอให้ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน พร้อมกับปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นเพื่อยืนยันทิศทาง breakout ช่วยลดโอกาสการตัดสินใจผิดพลาดจากสัญญาณหลอก
ใช่ ควรรอให้ breakout ยืนยันก่อน เพื่อป้องกันสัญญาณหลอกและลดความเสี่ยง การเข้าเทรดก่อนราคายืนยันอาจทำให้ขาดทุนได้
นักเทรดควรวาง Stop Loss ใกล้กับเส้นแนวรับในกรณีราคาขึ้น หรือใกล้แนวต้านในกรณีราคาลง เพื่อจำกัดขาดทุนและรักษาสภาพคล่องทางการเงินของนักเทรด
อาจเกิด false breakout ได้บ่อย จึงควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และไม่ควรพึ่งพา Triangle Pattern เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเทรด
Itsariya Doungnet
SEO Content Writer
อิสสริยา ดวงเนตร เป็นนักเขียนคอนเท้นต์ SEO ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ เรื่องตลาดเทรด และ การลงทุน เน้นสไตล์การเขียนที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเนื้อหาความรู้จัดเต็ม พร้อมกับการผสมผสานเทคนิค SEO ที่ช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้ง่าย อย่าลืมติดตามกันนะคะ
เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง
การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ CFD เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง ในบล็อกนี้ เราจะสำรวจแนวคิดของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CFD ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ วิธีการทำงานของสินค้าโภคภัณฑ์ CFD และขั้นตอนในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรายังจะแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการทำความเข้าใจเลเวอเรจใน CFD สินค้าโภคภัณฑ์และมาร์จิ้นในการซื้อขาย CFD สินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการเทรดนี้ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CFD คืออะไร? ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CFD เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเทรดเดอร์ในการเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ...
VIX Index คืออะไร? VIX Index คือ ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดหุ้น S&P 500 ในช่วง 30 วันข้างหน้า ที่จัดทำโดย Chicago Board Options Exchange (CBOE) VIX หรือที่เราเรียกกันว่า Volatility Index มักจะถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว”...
ดัชนีหุ้นคืออะไร? ดัชนีหุ้น คือ ค่าดัชนีที่ใช้วัดและสะท้อนภาพรวมของ การเคลื่อนไหวราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือในกลุ่มหุ้นที่มีลักษณะร่วมกัน เช่น กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ กลุ่มอุตสาหกรรม หรือ กลุ่มหุ้นที่มีลักษณะเฉพาะ ดัชนีหุ้น จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตาม และ วิเคราะห์ทิศทางของตลาดหุ้นโดยรวม ดัชนีหุ้น จะถูกคำนวณจาก ราคาหุ้นของบริษัท ที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินภาวะตลาดว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ขาลง หรือทรงตัว ไม่จำเป็นต้องติดตามราคาหุ้นรายตัวทั้งหมด ดัชนีหุ้นจึงถือเป็นตัวชี้วัดที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจลงทุน และใช้ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนต่าง...
รับทราบประกาศล่าสุด การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และข้อมูลเชิงลึกพิเศษของเรา ส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ