สินทรัพย์ที่สามารถเทรดได้ในตลาด CFD - คู่มือการซื้อขาย CFD
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

สินทรัพย์ที่สามารถเทรดได้ในตลาด CFD

อย่างที่ได้อธิบายไปในบทเรียนก่อนหน้า การเทรด CFD คือการเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง

การไม่ต้องถือครองสินทรัพย์นี้เอง ทำให้การเทรด CFD เปิดโอกาสให้คุณสามารถทำกำไรจากตลาดที่หลากหลาย แล้วคุณสามารถเทรดอะไรในรูปแบบ CFD ได้บ้าง?

 

1. หุ้น (Shares)

CFD เปิดโอกาสให้คุณสามารถเข้าถึงหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก เช่น บริษัทชื่อดังอย่าง Apple, Microsoft และ Google

คุณสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้นหรือลง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องถือครองหุ้นของบริษัทจริง ๆ

ตัวอย่างตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่:

  • ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange – NYSE)

  • แนสแด็ก (Nasdaq – ย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotations)

  • ยูโรเน็กซ์ (Euronext)

  • ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange)

 

2. ดัชนี (Indices)

ดัชนี คือ การรวมกันของหุ้นหลายตัว ที่สะท้อนถึงภาพรวมของผลการดำเนินงาน ในภาคส่วนตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือในภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง โดยดัชนีจะทำหน้าที่เป็น ตัวชี้วัดแนวโน้ม และสภาพโดยรวมของตลาด หรือภาคส่วนนั้น

ตัวอย่างเช่น ดัชนี FTSE 100 ติดตามผลประกอบการของ 100 บริษัทชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน เมื่อต้องการเทรดดัชนีในรูปแบบ CFD คุณกำลังเก็งกำไรจากภาพรวมของผลการดำเนินงานของภาคตลาดนั้น ๆ

อีกตัวอย่าง คือ ดัชนี S&P 500  ซึ่งติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่ (Large-Cap) ในสหรัฐฯ จำนวน 500 แห่ง การเทรด CFD ของ S&P 500 จะช่วยให้คุณสามารถเก็งกำไรตามภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้

ดังนั้น หากคุณเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี เช่น มีการเติบโตของ GDP อย่างชัดเจน คุณอาจเลือกเข้าเก็งกำไรฝั่งซื้อใน S&P 500 CFDs ซึ่งหมายถึงการซื้อ CFD เหล่านี้ไว้ และขายออกเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา

 

3. สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)

สินค้าโภคภัณฑ์ คือ วัตถุดิบหรือผลิตผลทางการเกษตรขั้นต้น ที่สามารถซื้อขายกันได้ ตัวอย่างของสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ โลหะมีค่า ผลิตภัณฑ์พลังงาน และสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี

เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์มักมีความต้องการสูงและมีการเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างมาก นักเทรดจำนวนมากจึงเลือกซื้อขายสินค้าเหล่านี้ผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ซึ่งช่วยให้พวกเขาไม่ต้องยุ่งยากกับการครอบครองสินค้าจริง

 

4. ฟอเร็กซ์ (Forex)

ฟอเร็กซ์ หรือที่เรียกว่า ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ คือ การซื้อขาย คู่สกุลเงิน ในตลาดโลก โดยในตลาดฟอเร็กซ์จะมีการซื้อขายเป็นคู่สกุลเงิน ซึ่งหนึ่งสกุลจะถูกอ้างอิงเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/USD = 1.09 หมายความว่า คุณต้องใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ 1.09 ดอลลาร์ เพื่อซื้อเงินยูโร 1 ยูโร โดยตัวเลข 1.09 นี้คืออัตราแลกเปลี่ยน

ตลาดมีคู่สกุลเงินให้เทรดหลากหลาย และอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ นักเทรดจำนวนมากจึงเลือกเทรดฟอเร็กซ์ผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD)

หากคุณยังไม่คุ้นเคยกับการเทรดฟอเร็กซ์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากคอร์สเบื้องต้นเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ที่เราเตรียมไว้ให้เช่นกัน

 

5. สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies)

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล อย่าง บิทคอยน์  (Bitcoin) และอีเธอเรียม (Ethereum) ได้เปิดโอกาสให้นักเทรดสามารถซื้อขายสินทรัพย์เหล่านี้ ผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ได้ การเทรดแบบนี้ ช่วยให้คุณสามารถเก็งกำไร จากการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนสูง โดยไม่จำเป็นต้องถือครองเหรียญดิจิทัลจริง

CFD ของสกุลเงินดิจิทัล ยังมีความยืดหยุ่นและสภาพคล่องสูง ช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก ความผันผวนในตลาดคริปโตได้อย่างคล่องตัว โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริงไว้ในพอร์ต

 

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว จากลักษณะเฉพาะของสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) และความยืดหยุ่นที่ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง คุณจึงสามารถเทรด CFD ได้ในหลากหลายตลาด

นักเทรดจำนวนมากเลือกใช้การเทรด CFD เพราะเปิดโอกาสให้กระจายพอร์ตการลงทุนได้อย่างหลากหลาย

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มเทรด CFD ครั้งแรก สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งเราจะพูดถึงในบทเรียนถัดไปค่ะ

 

สรุปบทเรียน

  • การเทรด CFD เปิดโอกาสให้คุณสามารถเก็งกำไรจากสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ ฟอเร็กซ์ หรือสกุลเงินดิจิทัล ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง

  • CFD หุ้นและดัชนีช่วยให้นักเทรดเข้าถึงตลาดการเงินหลัก ๆ ขณะที่ CFD ฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับคู่สกุลเงินซึ่งมีความผันผวนแตกต่างกันไป

  • CFD สินค้าโภคภัณฑ์เปิดโอกาสให้คุณเทรดวัตถุดิบอย่างเช่น โลหะ พลังงาน และสินค้าเกษตร ส่วน CFD สกุลเงินดิจิทัลเหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสทำกำไรสูง แม้จะมีความเสี่ยงมากจากความผันผวนของตลาดคริปโต

  • การเข้าใจปัจจัยของตลาด ช่วงเวลาในการเทรด และข้อกำกับดูแล ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษาก่อนเริ่มเทรด CFD

ถัดไป: ข้อควรพิจารณาในเรื่องกฏหมายและการกำกับควบคุมในการเทรด CFD
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด