Facebook Pixel

IPO คือ อะไร ? ในตลาดหุ้น ข้อดีข้อเสีย ที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้!

Date Icon 12 พฤษภาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : Itsariya Doungnet
Time Icon 4 นาที read

IPO  คือ อะไร นี่เป็นสิ่งที่นักลงทุนในตลาดหุ้นควรทำความเข้าใจ ในบทความนี้เราจะอธิบาย IPO ตลาดหลักทรัพย์ อย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการ IPO คืออะไร, ความเสี่ยงจาก IPO , การจองซื้อหุ้น IPO, การกำหนดราคา IPO และ ข้อดีและข้อเสียของ IPO เป็นต้น เราตามมาอ่านรายละเอียดกันต่อได้เลย

สาระสำคัญ

  • IPO คือ ข้อได้เปรียบในการซื้อหุ้นในราคาที่ถูกกว่า การซื้อหลังจากที่ราคาเข้าตลาดหลักทรัพย์

  • การลงทุน IPO เป็นการสร้างกำไรในระยะยาว เพราะราคาหุ้นจะสูงขึ้นตามการเติบโตของบริษัทลงทุน

  • บริษัทควรเข้าร่วม IPO เพื่อเป็นการระดมทุนเข้าบริษัท และเป็นการสร้างการเติบโตในระยะยาว

  • นักลงทุนสามารเลือกซื้อได้ทั้งช่วงเสนอขายและหลังจากที่หุ้นเข้าตลาด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ

IPO  คือ อะไร ?

IPO คือ การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ หรือนักลงทุน ครั้งแรก มีชื่อภาษาเศรษฐศาสตร์ คือ Initial Public Offering กระบวนการ IPO คือ การเปลี่ยนสถานะจาก บริษัทเอกชน เป็นบริษัทมหาชน แสดงให้เห็นว่าบริษัทเติบโตและพร้อมให้นักลงทุนได้ร่วมเข้าลงทุน

 

หุ้น IPO มีอะไรบ้าง? ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

IPO ในประเทศไทย 2025 มีหลากหลายประเภทให้คุณได้เลือก ซึ่งเราได้เลือกประเภทหุ้น IPO ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ที่คุณสามารถเลือกลงทุนได้ตามลักษณะของธุรกิจและอุตสาหกรรม มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ

 

หุ้น IPO ของ บริษัทเทคโนโลยี

IPO ของบริษัทเทคโนโลยี มักจะเป็น หุ้น IPO ที่น่าสนใจ จากนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์, อินเตอร์เน็ต, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), หรือ เทคโนโลยี Cloud ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง 

 

หุ้น IPO ของบริษัทพลังงาน

หุ้น IPO พลังงาน มักจะมีการลงทุนสูง และส่วนใหญ่จะมีการพัฒนาโครงการใหญ่ที่อาจจะใช้เวลานานในการคืนทุน แต่แน่นอนว่ามีความมั่นคงในระยะยาว บริษัทกลุ่มนี้ เช่น น้ำมัน, กลังงานทดแทน และ ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความมั่นคงและยั่งยืน

 

หุ้น IPO ของบริษัทในตลาดเกิดใหม่

หุ้น IPO ของบริษัทตลาดเกิดใหม่ มักจะมาจากประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ประเทศในทวีปเอเชีย, แอฟริกา หรือจะเป็นทางฝั่งอเมริกาใต้ เป็นต้น ที่มักจะมีโอกาสการเติบโตสูง แต่ก็อาจจะมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงนี้ได้ เพื่อหวังผลตอบแทนสูงในระยะยาว

 

ทำไม บริษัทควรเลือกทำ IPO ?

ความสำคัญของ IPO สำหรับบริษัท เป็นการขยับขยายธุรกิจเพื่อการเติบโตที่มากกว่า เป็นการที่ บริษัทสามารถระดมทุนจากนักลงทุนในธุรกิจ, เพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ, มีโอกาสการเติบโตทางการเงินในระยะยาว, สามารถสร้างภาพหลักและความน่าเชื่อถือมากขึ้นให้กับนักลงทุน บริษัที่พร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก็สามารถทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ต่อได้เลย

ทำไม-บริษัท-ควร-เลือก-ทำ-IPO

กระบวนการ IPO คือ อะไร ? ในส่วนของบริษัท

ขั้นตอนการทำ IPO (Initial Public Offering) จะเป็นส่วนของบริษัทที่ต้องทำ เริ่มด้วยการนำหุ้นของตัวเอง การออกหุ้นใหม่ ต่อสาธารณชนเพื่อระดมทุน มีขั้นตอน การเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้น หลักๆ ดังนี้:

  • บริษัทจะต้องทำการตรวจสอบสถานะทางการเงินและเตรียมข้อมูลการเงินที่โปร่งใส ก่อนจัดการ IPO ก่อน 

  • ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

  • บริษัทจะต้องกำหนดราคาเสนอขายหุ้น และจำนวนหุ้นที่ขาย ชตามสภาวะตลาด และความต้องการนักลงทุน

  • เริ่มประชาสัมพันธ์ IPO เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุน สิทธิประโยชน์จากการลงทุนใน IPO

  • จดทะเบียนและเริ่มเสนอขาย หุ้นที่ออก IPO

 

ทำไม นักลงทุน IPO เลือกจองหุ้นนี้กัน ?

ความน่าสนใจของหุ้น IPO คือ หากนักลงทุนจองหุ้น IPO จะสามารถทำกำไรได้สูงถึง 40% เพราะราคาถูกกว่าหุ้นกว่า 80% ทั้ง การลงทุน IPO ในระยะยาว และ ระยะสั้น จากการวางขายหลังรอบจอง ตลาดหุ้น IPO 2025 ครั้งแรก เพราะฉะนั้นแล้วการประกาศจองหุ้น IPO ในประเทศไทย ทุกครั้ง ก็จะมีจำนวนจำกัดและมีนักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจ หากคุณสนใจเข้าซื้อหุ้น IPO ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

 

การวิเคราะห์ IPO สำหรับนักลงทุน

นักลงทุนจำเป็นต้อง วิเคราะห์ IPO ที่จะเปิดตัว อย่างละเอียดเพื่อตัดสินใจว่า ควรลงทุนหุ้นตัวไหนดี หลักการวิเคราะห์ที่สำคัญมีดังนี้:

  • ศึกษาหนังสือชี้ชวน ที่เป็นส่วนบ่งบอกการเติบโตของบริษัทและโอกาสการเติบโตในอนาคต เป็นวิธีเลือก IPO ที่คุ้มค่า

  • ตรวจสอบประวัติการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

  • เปรียบเทียบราคาหุ้น IPO กับผลประกอบการในอดีตและการคาดการณ์ในอนาคต

 

การคำนวณผลตอบแทน IPO

การลงทุนหุ้น IPO คุ้มหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบแทน ที่คุณสามารถคำนวณได้ง่ายๆ ให้คุณดูราคาตอนที่ซื้อหุ้น IPO กับ ราคาที่ขายจริงในตลาด ต่างกันมากน้อยแค่ไหน หากราคาขายสูงกว่าซื้อ คุณก็มีกำไรสูงขึ้น

 

สูตรการคำนวณ IPO:

 

(ราคาขาย - ราคาซื้อ) ÷ ราคาซื้อ × 100

 

ยกตัวอย่าง หากคุณซื้อหุ้น IPO ในราคา 10 บาท แล้วขายได้ 12 บาท = (12 - 10) ÷ 10 × 100 = คุณได้รับกำไรเพิ่ม 20%

 

ความเสี่ยงจากการลงทุนใน IPO

ความเสี่ยงการลงทุนหุ้น IPO จะเป็นโอกาสที่ทำกำไรบริษัทเติบโต แต่ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณาด้วยเช่นกัน เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • ความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่าหุ้น IPO หุ้น IPO ไม่มีประวัติซื้อขายในตลาดมาก่อน ทำให้การประเมินมูลค่าที่แท้จริงอาจไม่แม่นยำ  บางครั้งบริษัทอาจจะตั้งราคาสูงเกินไป ทำให้เมื่อเปิดตลาด ราคาหุ้นอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

  • ความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาด ช่วงแรกๆ ของการซื้อขาย ราคาหุ้นอาจจะขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว มีความไม่แน่นอน

  • ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและความโปร่งใส มักจะเจอกับบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ ไม่มีระบบควบคุมภายในที่แข็งแรง หรือมีข้อมูลเปิดเผยไม่ครบถ้วน มีความเสี่ยงในการวิเคราะห์ธุรกิจ

 

วิธีการซื้อหุ้น IPO ในประเทศไทย 2025

IPO (Initial Public Offering) ในประเทศไทย ปี 2025 สามารถได้ 2 วิธีหลัก คือ:

วิธี-การซื้อหุ้น-IPO -ในประเทศไทย-2025

จองซื้อหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาด (Primary Market)

นักลงทุนสามารถจองซื้อหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาดได้ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งการจองจะมีรายละเอียด เช่น ช่องทางการจอง, จำนวนหุ้น และ ราคาเสนอขาย เมื่อคุณมั่นใจตัวเลือกซื้อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย IPO เรียบร้อยแล้ว ก็ชำระเงินได้เลย แน่นอนว่านักลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวน และข้อมูลอื่นๆ ที่เราพูดถึงข้างต้น

 

ซื้อหุ้น IPO หลังเข้าตลาด (Secondary Market)

เมื่อหุ้น IPO ต่างประเทศ หรือ IPO ไทย ได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ นักลงทุนสามารถเลือกซื้อได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่มีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว การซื้อขายจะเป็นไปตามกลไกตลาด และราคาหุ้นที่อาจมีความผันผวนในช่วงแรก นักลงทุนควรติดตามข้อมูลข่าวสาร เพื่อการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนด้วยเช่นกัน

 

ซื้อหุ้น ipo ดีไหม? มาดู ข้อดีและข้อเสียของ IPO กันต่อเลย

ข้อดี

ข้อเสีย

โอกาสการลงทุนหุ้น IPO มีการเติบโตสูง

ราคา IPO มีความเสี่ยงสูง

ซื้อหุ้นได้ราคาต่ำกว่าราคาตลาด

ข้อมูลบริษัทอาจยังไม่เพียงพอ

มีโอกาสการกระจายพอร์ตลงทุน

ไม่มีการการันตีว่าจะได้หุ้นครบตามที่จอง

 

สรุปว่า IPO คุ้มค่าหรือไม่?

หากนักลงทุนเลือกลงทุนในบริษัทที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน หรือเป็นบริษัทที่มีแผนธุรกิจชัดเจน และมีศักยภาพการเติบโตสูง คุณก็จะเห็นผลตอบแทน IPO ที่ดีในระยะยาว แต่ในทางกลับกัน IPO ก็มีความเสี่ยงสูง ที่นักลงทุนจำเป็นจะต้องมีการติดตามข่าวสาร วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบกับราคาอย่างรอบคอบ สำหรับ การจองซื้อหุ้น IPO ก็อาจจะไม่ได้ครบตามที่จอง เพราะ หุ้น IPO คือ หุ้นที่นักลงทุนหลายคนต้องการ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

IPO คือ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ส่วน PO คือ การเสนอขายหุ้นทั่วไป ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากบริษัทเข้าตลาดแล้ว เช่น การเพิ่มทุน

 

IPO ย่อมาจาก Initial Public Offering หมายถึง การเสนอขายหุ้นของบริษัทแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

หุ้น IPO สามารถขายได้ในวันแรก ที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมักจะมีการประกาศก่อนวันเทรดล่วงหน้า

นักลงทุนสามารถดูราคา IPO ได้จากหนังสือชี้ชวนของบริษัท หรือเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่รับจอง

กองทุน IPO คือ กองทุนรวมที่เปิดเสนอขายครั้งแรกแก่ประชาชน มักมีระยะเวลาจองซื้อจำกัดในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

ความหมาย IPO ภาษาเศรษฐศาสตร์ คือ การระดมทุนของบริษัทเอกชน โดยการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน และนำหุ้นออกเสนอขายในตลาดทุน

แบ่งปันบล็อกนี้:
Itsariya Doungnet

Itsariya Doungnet

นักเขียนการเงินเชิงเทคนิค

อิสสริยา ดววเนตร มีประสบการณ์ตรงในการซื้อขายและลงทุนในตลาดการเงินหลายประเภท ในฐานะนักเขียนการเงินเชิงเทคนิคของบริษัท XS.com เธอถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการลงทุนให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัด (Wedge) : มันคืออะไรและใช้อย่างไรในเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิค?

แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัด (Wedge) เป็นเครื่องมือสำคัญในเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทรดใช้เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาอยู่ในช่วงพักตัวเมื่อราคาถูกบีบระหว่างเส้นแนวโน้มสองเส้นที่กำลังเข้าหากันทำให้เกิดรูปทรงคล้ายลิ่มเหล็กงัด การจดจำแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดซึ่งมีความสำคัญสำหรับนักเทรดเนื่องจากแพทเทิร์นเหล่านี้มักจะอยู่ก่อนการทะลุของราคาที่สำคัญซึ่งให้โอกาสการเทรดที่มีคุณค่าค่า สาระสำคัญ แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดบ่งบอกถึงการพักชะรอตัวของตลาดซึ่งแสดงถึงช่วงเวลาที่ตลาดอยู่ในช่วงพักตัวก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ แพทเทิร์นเหล่านี้ถูกกำหนดโดยเส้นแนวโน้มสองเส้นที่เข้าหากันทำให้เกิดช่วงราคาที่แคบลง แพทเทิร์นหลักสองประเภทคือเหล็กงัดชี้ขึ้นหมายถึงภาวะ (หมี) และเหล็กงัดชี้ลงหมายถึง (กระทิง) ปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงในช่วงที่แพทเทิร์นกำลังก่อตัวและการเพิ่มขึ้นที่จุดทะลุแนว แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดสามารถส่งสัญญาณถึงความต่อเนื่องและการกลับตัวของแนวโน้มปัจจุบัน แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดคืออะไร? แพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดเกิดขึ้นเมื่อราคาตลาดพักชะลอตัวโดยมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ถูกบีบระหว่างเส้นแนวโน้มสองเส้นที่กำลังเข้าหากัน แพทเทิร์นเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในแนวโน้มขึ้นและแนวโน้มลงและมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญเทรดเดอร์มักติดตามแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมักจะบ่งบอกถึงการทะลุที่ระดับแนวรับหรือแนวต้านที่กำลังจะเกิดขึ้น คุณสมบัติสำคัญของแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดในเชิงวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร? หากต้องการทราบแพทเทิร์นลิ่มเหล็กงัดควรมองหาคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้: เส้นแนวโน้มที่เข้าหากัน: เส้นแนวโน้ม ด้านบนและด้านล่างจะต้องเข้าหากัน ทิศทางของเส้น: เส้นแนวโน้มทั้งสองสามารถลาดเอียงขึ้นหรือลงได้ ปริมาณการซื้อขาย: ปริมาณการซื้อขายมักจะลดลงเมื่อแพทเทิร์นกำลังก่อตัวและเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการทะลถแนว...

XS Editorial Team วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2024
หุ้น Time Icon6 นาที read

หุ้นกู้ คือ? ประเภท วิธีลงทุน และความเสี่ยง

หุ้นกู้ คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักลงทุนไทย หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่บริษัทเอกชน หรือ รัฐวิสาหกิจออก เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน นักลงทุนให้เงินแก่บริษัทเป็นทุน และบริษัทมีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุ หุ้นกู้แตกต่างจากหุ้นสามัญตรงที่ผู้ถือหุ้นกู้ ไม่ได้มีสิทธิ์ออกเสียงหรือเข้าร่วมบริหารบริษัท แต่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญในกรณีที่บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน การลงทุนในหุ้นกู้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการ รายได้ประจำและความเสี่ยงต่ำ–ปานกลาง และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารเงินทุนของบริษัทเพื่อขยายกิจการหรือสนับสนุนโครงการลงทุนต่างๆ   ประเภทของหุ้นกู้ หุ้นกู้สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตาม ลักษณะการค้ำประกัน สิทธิ์ของผู้ถือ และวิธีการจ่ายดอกเบี้ย...

Itsariya Doungnet 18 พฤศจิกายน 2025
scroll top