Short Squeeze คืออะไร? ความหมาย สาเหตุ และตัวอย่าง - XS

Short Squeeze คืออะไร? ความหมาย สาเหตุ และตัวอย่าง

Date Icon 7 มีนาคม 2025
Review Icon เขียนโดย : XS Editorial Team

Short Squeeze คือการพุ่งสูงขึ้นของราคาหุ้นอย่างฉับพลันในหุ้นที่ถูกขายชอร์ตอย่างหนักส่งผลให้นักลงทุนที่เปิดสถานะชอร์ตต้องซื้อคืนหุ้นในราคาที่สูงขึ้นเพื่อปิดสถานะซึ่งยิ่งกระตุ้นให้ราคาปรับตัวขึ้นไปอีกปรากฏการณ์นี้มักทำให้เกิด ความผันผวนรุนแรง โดยราคาหุ้นสามารถทะยานขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ

ดังนั้น Short Squeeze เกิดขึ้นได้อย่างไรและอะไรเป็นปัจจัยที่กระตุ้น? บทความนี้จะอธิบายกลไกของ Short Squeeze วิธีระบุหุ้นที่มีโอกาสเกิดและกลยุทธ์ในการทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าว

สาระสำคัญ

  • Short Squeeze เกิดขึ้นเมื่อผู้ขายชอร์ตถูกบังคับให้ซื้อหุ้นคืนในขณะที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งมักทำให้เกิดความผันผวนสูงและอาจนำไปสู่กำไรมหาศาลหรือขาดทุนหนัก

  • ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิด Short Squeeze ได้แก่ อัตราการขายชอร์ตสูง ข่าวเชิงบวก และกระแสการเก็งกำไรจากนักลงทุนรายย่อย

  • แม้ว่า Short Squeeze จะเป็นโอกาสในการทำกำไรที่สูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกันและมักนำไปสู่การปรับฐานของราคาอย่างรุนแรง

ทำความเข้าใจการขายชอร์ต (Short Selling)

เพื่อให้เข้าใจ Short Squeeze ได้ดีขึ้นจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าการขายชอร์ต (Short Selling) ทำงานอย่างไร

การขายชอร์ตคือการที่นักเทรดเดิมพันว่าราคาหุ้นจะลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้นพวกเขาจะยืมหุ้นจากโบรกเกอร์ขายออกไปที่ราคาปัจจุบัน และตั้งใจจะซื้อคืนในภายหลังที่ราคาต่ำกว่าเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา

ตัวอย่างเช่น หากนักเทรดขายชอร์ตหุ้นที่ราคา $50 ต่อหุ้น และราคาลดลงมาเหลือ $30 พวกเขาสามารถซื้อคืนหุ้นที่ราคาต่ำกว่าและทำกำไร $20 ต่อหุ้น อย่างไรก็ตามหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแทนนักเทรดอาจขาดทุนได้ไม่จำกัดเพราะราคาหุ้นสามารถพุ่งขึ้นไปได้โดยไม่มีเพดานสูงสุด

 

Short Squeeze คืออะไร?

Short Squeeze คือปรากฏการณ์ในตลาดที่ราคาหุ้นที่ถูกขายชอร์ตอย่างหนักพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบบังคับให้นักลงทุนที่เปิดสถานะชอร์ตต้องซื้อหุ้นคืนเพื่อลดการขาดทุน ซึ่งแรงซื้อที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องเกิดเป็นวงจรเร่งตัวของราคาและทำให้การบีบชอร์ตยิ่งรุนแรงขึ้น

Short Squeeze มักเกิดขึ้นเมื่อหุ้นมีอัตราการขายชอร์ตสูง (High Short Interest) ซึ่งหมายความว่าหุ้นจำนวนมากถูกยืมไปขายชอร์ต หากมีข่าวดีที่ไม่คาดคิด หรือ ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนักลงทุนที่ถือสถานะชอร์ตต้องรีบปิดออเดอร์ทำให้เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมและหนุนให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นต่อไป

 

Short Squeeze ทำงานอย่างไร?

1️. นักเทรดขายชอร์ตหุ้น โดยคาดว่าราคาจะลดลง
2️. ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด เนื่องจากข่าวดีผลประกอบการที่แข็งแกร่งหรือแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น
3️. นักลงทุนที่ขายชอร์ตเริ่มตื่นตระหนก เมื่อขาดทุนมากขึ้นและรีบซื้อหุ้นคืนเพื่อปิดสถานะ
4️. แรงซื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีกกดดันให้นักลงทุนที่ขายชอร์ตต้องปิดสถานะมากขึ้น
5️.วงจรนี้ดำเนินต่อไปจนกว่าแรงซื้อจะเริ่มลดลงหรือมีสถานะขายชอร์ตใหม่เข้ามาทำให้ราคากลับมาทรงตัว

 

สาเหตุของ Short Squeeze

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิด Short Squeeze ได้แก่:

1️. อัตราการขายชอร์ตสูง (High Short Interest)

เมื่อมีนักเทรดจำนวนมากเปิดสถานะขายชอร์ตในหุ้นตัวเดียวกันความเสี่ยงของการเกิด Short Squeeze จะเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปหากอัตราการขายชอร์ตสูงกว่า 20% จะถือว่าอยู่ในระดับที่มีความเสี่ยงสูง

2️. ข่าวดีที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน (Sudden Positive News)

ข่าวเชิงบวก เช่น ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง การประกาศความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ หรือ การอนุมัติกฎระเบียบสำคัญสามารถกระตุ้นแรงซื้อในตลาดและนำไปสู่การเกิด Short Squeeze ได้

3️. กระแสเก็งกำไรจากนักลงทุนรายย่อย (Retail Trading Frenzy)

นักลงทุนรายย่อยบนแพลตฟอร์ม เช่น WallStreetBets ของ Reddit สามารถประสานการซื้อหุ้นร่วมกัน ทำให้ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นและกดดันให้ผู้ขายชอร์ตต้องปิดสถานะ

4️. หุ้นที่มีจำนวนหุ้นหมุนเวียนต่ำ (Low Float Stocks)

หุ้นที่มีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดต่ำทำให้ความต้องการซื้อสามารถแซงหน้าปริมาณเสนอขายได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง

 

ทำความเข้าใจโครงสร้างของ Short Squeeze

นี่คือการแบ่งขั้นตอนสำคัญของ Short Squeeze:

1️. ช่วงการซื้อขายปกติ (Normal Trading Zone)

  • นี่คือระยะเริ่มต้นที่ราคาหุ้นยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบปกติโดยไม่มีความผันผวนที่รุนแรง

  • นักลงทุนที่ขายชอร์ตยังคงถือสถานะได้อย่างสบายใจเพราะคาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงตามแผนที่วางไว้

2️. ช่วงเกิด Short Squeeze Breakout

  • การทะลุแนวเกิดขึ้นเมื่อลราคาหุ้นเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิดทำให้นักลงทุนที่ขายชอร์ตตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว

  • สาเหตุของการทะลุแนวอาจมาจากข่าวเชิงบวก อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น หรือแรงซื้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

3️. Margin Call – การปิดสถานะและการเร่งตัวของราคาขึ้นแบบพาราโบลิก

  • เมื่อราคายังคงเพิ่มขึ้นโบรกเกอร์จะออก Margin Call ให้นักลงทุนที่ขายชอร์ตบังคับให้พวกเขาซื้อหุ้นคืนเพื่อป้องกันการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น

  • การซื้อคืนที่ถูกบังคับนี้ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อเพิ่มเติมส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในลักษณะพาราโบลิก

  • ในช่วงนี้นักเทรดโมเมนตั้มและนักลงทุนรายย่อยอาจเข้ามามีส่วนร่วมซึ่งช่วยผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นไปอีก

4️. Short Squeeze Zone

  • หุ้นเข้าสู่ช่วงที่มีความผันผวนสูงสุดโดยที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • นักลงทุนที่ขายชอร์ตจำนวนมากถูกบังคับให้ปิดสถานะทำให้เกิดวงจรเร่งตัวของการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง

  • ช่วงนี้มักจะมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น ความสนใจจากสื่อและกิจกรรมการเก็งกำไรที่ร้อนแรง

5️. Short Squeeze Top

  • ช่วงสูงสุดของ Short Squeeze เกิดขึ้นเมื่อแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวลง

  • นักเทรดเดอร์ที่เข้าซื้อในช่วงท้ายอาจติดดอยเมื่อราคาหุ้นเริ่ ปรับฐานลงอย่างรวดเร็ว

  • หลังจาก Short Squeeze จบลงหุ้นมักจะเผชิญกับการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และกลับเข้าสู่ระดับราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าพื้นฐาน

 

ตัวอย่างจริงของ Short Squeeze

หนึ่งใน Short Squeeze ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 2021 กับหุ้น GameStop (GME)หุ้น GME มี อัตราการขายชอร์ตที่สูงมาก และเมื่อนักลงทุนรายย่อยจาก WallStreetBets บน Reddit เริ่มเข้าซื้อหุ้นอย่างหนักราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% ภายในไม่กี่วันนักลงทุนที่ขายชอร์ตรวมถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ต้องเผชิญกับการขาดทุนมหาศาลนับพันล้านดอลลาร์เนื่องจากถูกบังคับให้ซื้อคืนหุ้นในราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

Short Squeeze vs. Short Selling

คุณสมบัติ

Short Selling (การขายชอร์ต)

Short Squeeze (การบีบชอร์ต)

ความหมาย

ขายหุ้นที่ยืมมาเพื่อทำกำไรจากราคาที่ลดลง

ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วบีบให้ผู้ขายชอร์ตต้องซื้อคืนหุ้น

เป้าหมายของนักเทรด

ทำกำไรจากราคาหุ้นที่ลดลง

หลีกเลี่ยงการถูกบังคับซื้อคืนหุ้นเนื่องจากราคาพุ่งสูงขึ้น

ระดับความเสี่ยง

สูง (อาจขาดทุนไม่จำกัด)

สูง (มีความผันผวนรุนแรง)

สาเหตุ

ผลประกอบการอ่อนแอ ข่าวลบ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อัตราการขายชอร์ตสูง ปัจจัยด้านบวก การเก็งกำไรจากนักลงทุนรายย่อย

ตัวอย่าง

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เดิมพันกับหุ้นที่อ่อนแอ

GameStop (GME), AMC, Volkswagen (2008)

 

วิธีระบุหุ้นที่มีโอกาสเกิด Short Squeeze

หากต้องการค้นหาหุ้นที่มีโอกาสเกิด Short Squeeze ให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:

  1. อัตราการขายชอร์ตสูง: หาก Short Interest Ratio (Days to Cover) สูงกว่า 5-10 วัน อาจเป็นสัญญาณว่ามีโอกาสเกิด Short Squeeze

  2. ปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นผิดปกติ: หากมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขาย อาจหมายถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและความเป็นไปได้ของการบีบชอร์ต

  3. การเคลื่อนไหวของราคาที่แข็งแกร่ง: หากหุ้นที่ถูกขายชอร์ตอย่างหนักสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้อาจบังคับให้นักลงทุนที่ขายชอร์ตต้องปิดสถานะและทำให้ราคาพุ่งขึ้นเร็วขึ้น

  4. กระแสในโซเชียลมีเดียและนักลงทุนรายย่อย: หากมีการพูดถึงหุ้นอย่างมากบน Reddit Twitter หรือฟอรั่มการเงินอาจเป็นตัวเร่งให้หุ้นเข้าสู่ภาวะ Short Squeeze ได้

 

ผลกระทบของ Short Squeeze ต่อตลาดหุ้น

Short Squeeze ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยมูลค่าหุ้นอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่าภายในไม่กี่วันเมื่อผู้ขายชอร์ตรีบซื้อคืนหุ้นอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก ซึ่งดึงดูด นักเทรดโมเมนตัมและนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเพิ่มแรงซื้อส่งผลให้การ squeeze แรงขึ้น

อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นของราคามักไม่ยั่งยืน เมื่อแรงซื้อเริ่มลดลงราคาหุ้นมักจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนที่เข้ามาซื้อในช่วงท้ายต้องเผชิญกับการขาดทุนหนัก Short Squeeze ยังสร้างความผันผวนสูงในตลาดทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างคาดเดาไม่ได้

นอกจากนี้นักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะกองทุนเฮดจ์ฟันด์ อาจได้รับความเสียหายมหาศาลและอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดในช่วงที่เกิด Short Squeeze ราคาหุ้นมักหลุดออกจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทโดยเคลื่อนไหวจากอุปสงค์ที่ถูกกระตุ้นมากกว่าจากผลประกอบการจริง

แม้ว่าจะเป็นโอกาสทำกำไรสำหรับนักลงทุนที่เข้าซื้อเร็วแต่ Short Squeeze เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูง และมักจบลงด้วยการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของราคา

 

กลยุทธ์การเทรด Short Squeeze

หากต้องการทำกำไรจาก Short Squeeze หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงควรพิจารณากลยุทธ์ต่อไปนี้:

 

สำหรับนักเทรดที่ต้องการทำกำไร

  • Momentum Trading: เข้าซื้อเมื่อปริมาณการซื้อขายและราคาของหุ้นเริ่มพุ่งสูงขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตั้มของตลาด

  • Call Options: สัญญาออปชั่นช่วยให้คุณสามารถทำกำไรจากการเพิ่มขึ้นของราคาโดยมีความเสี่ยงจำกัด

  • Technical Breakouts: มองหาการพุ่งขึ้นของราคาที่ทะลุระดับแนวต้านเพื่อยืนยันการเกิด Short Squeeze

 

สำหรับผู้ขายชอร์ตที่ต้องการหลีกเลี่ยง Short Squeeze

  • Monitor Short Interest: หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีอัตราการขายชอร์ตสูงและกำลังมีโมเมนตั้มขาขึ้น

  • Use Stop-Losses: ตั้งคำสั่ง stop-loss เพื่อออกจากสถานะอัตโนมัติหากราคาหุ้นเคลื่อนที่สวนทางกับการคาดการณ์

  • Hedging with Call Options: ซื้อ  call options เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนในสถานะขายชอร์ต

 

บทบาทของโซเชียลมีเดียในการเกิด Short Squeeze

โซเชียลมีเดียกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่กระตุ้นให้เกิด Short Squeeze โดยแพลตฟอร์มอย่าง Reddit Twitter YouTube และ Discord ช่วยขยายอิทธิพลของนักลงทุนรายย่อยชุมชนออนไลน์สามารถเผยแพร่แนวคิดการเทรดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อหุ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมากซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด Short Squeeze ในตลาด

 

โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อ Short Squeeze อย่างไร

  • การประสานงานของนักลงทุนรายย่อย: กลุ่มอย่าง WallStreetBets บน Reddit มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น Short Squeeze ของหุ้น GameStop (GME) และ AMC โดยรวบรวมนักเทรดจำนวนมากให้เข้าซื้อหุ้นและ Call Options พร้อมกัน

  • FOMO (Fear of Missing Out): โพสต์ที่เป็นกระแสสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความกลัวที่จะพลาดโอกาสดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากและเพิ่มอุปสงค์ให้กับหุ้น

  • ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว: การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นและข้อมูลอัตราการขายชอร์ตถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียทันทีส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด

  • อิทธิพลจากบุคคลที่มีชื่อเสียง: ทวีตจากบุคคลสำคัญ เช่น Elon Musk เคยทำให้หุ้นบางตัวเข้าสู่ภาวะ Short Squeeze

แม้ว่าโซเชียลมีเดียสามารถผลักดันให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมากแต่ก็เพิ่มความผันผวนและความเสี่ยง เนื่องจากแรงซื้อที่เกิดจากโมเมนตั้มมักจบลงด้วยการร่วงลงอย่างรวดเร็ว

 

ความเสี่ยงและข้อเสียของ Short Squeeze

แม้ว่า Short Squeeze อาจสร้างผลกำไรจำนวนมากให้กับนักเทรดบางคนแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน

● ความผันผวนรุนแรง: ราคาสามารถร่วงลงได้เร็วพอๆ กับที่พุ่งขึ้น

● การขาดทุนของผู้ขายชอร์ต: การขาดทุนอาจไม่จำกัด เนื่องจากราคาหุ้นไม่มีเพดานสูงสุด

● นักลงทุนรายย่อยขาดทุน: หลายคนอาจเข้าซื้อในช่วงราคาสูงสุดและเผชิญกับการขาดทุนหนักเมื่อตลาดกลับตัว

● ความเสี่ยงจากการปั่นหุ้น: บางกรณีของ Short Squeeze อาจเกี่ยวข้องกับแผนปั่นหุ้นและเทขาย (Pump-and-Dump Schemes)

 

บทสรุป

Short Squeeze เป็นปรากฏการณ์ในตลาดที่ผู้ขายชอร์ตถูกบังคับให้ซื้อหุ้นคืนเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากอัตราการขายชอร์ตสูงปัจจัยด้านบวกและแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยแม้ว่า Short Squeeze จะสร้างโอกาสในการทำกำไรมหาศาลแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงและความผันผวนรุนแรง ที่นักเทรดเดอร์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สรุปเนื้อหาด้วย AI

พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในการซื้อขายหรือยัง?

เปิดบัญชีและเริ่มต้นเลย

no-risk
Calculator Icon
เครื่องคำนวณการเทรด

คำนวณขนาดล็อตและประเมินความเสี่ยง

Converter Icon
หน้าแปลงสกุลเงิน

แปลงสกุลเงินตามราคาล่าสุด

Glossary Icon
คลังคำศัพท์การเทรด

รวมคำศัพท์และแนวคิดสำคัญที่นักเทรดควรรู้

คำถามที่พบบ่อย

ตัวอย่างที่โด่งดังคือ GameStop (GME) ในปี 2021 ซึ่งนักลงทุนรายย่อยช่วยผลักดันราคาหุ้นจากต่ำกว่า $20 ไปสูงกว่า $400 ส่งผลให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ต้องปิดสถานะชอร์ตที่ขาดทุนมหาศาล

ไม่ผิดกฎหมายหากเกิดขึ้นตามกลไกของตลาดตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามหากมีการร่วมมือกันเพื่อจงใจปั่นราคาอาจเข้าข่ายการกระทำที่หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบได้

หมายถึงนักลงทุนที่ขายชอร์ตถูกบังคับให้ซื้อคืนหุ้นในราคาที่สูงขึ้นเพื่อจำกัดการขาดทุนซึ่งยิ่งทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ใช่มีหลายกรณีที่ Short Squeeze ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล และนักเทรดเดอร์สามารถทำกำไรจากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่าง ได้แก่ Volkswagen ในปี 2008 และ Tesla ที่เกิด Short Squeeze หลายครั้งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แบ่งปันบล็อกนี้:
Risk Warning Icon

เนื้อหาในเอกสารหรือภาพนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นและแนวคิดส่วนบุคคล ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นของบริษัท ข้อมูลในที่นี้ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ และ/หรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ไม่มีการแสดงถึงข้อผูกพันในการซื้อบริการการลงทุน และไม่รับประกันหรือคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัท XS บริษัทในเครือ ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่รับประกันห้วงเวลา ความสมบูรณ์หรือความถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลใดๆที่มีให้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดๆที่เกิดจากการลงทุนตามข้อมูลดังกล่าวแพลตฟอร์มของเราอาจไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการทั้งหมดที่กล่าวถึง

เรียนรู้เพิ่มเติม

หุ้น Time Icon5 นาที read

การเทรดหุ้น คืออะไร? วิธีเทรดหุ้นให้ได้เงินจริงสำหรับมือใหม่ ปี 2026

การเทรดหุ้น คืออะไร? การเทรดหุ้น คือ การซื้อขายหุ้นเพื่อสร้างกำไรจากความผันผวนของราคา คุณสามารถเทรดหุ้นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง คุณสามารถเทรดหุ้นได้ทุกเวลาในช่วงตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ การเทรดยังสามารถทำได้ทั้งการเทรดหุ้นระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของคุณ การเทรดคุณมักจะมีความเสี่ยงตามมา เพราะฉะนั้นแล้วจึงอาจทำให้หลายคนต่างก็สงสัยว่า เราจะได้เงินจริงไหม ซึ่งหากคุณเข้าใจความเสี่ยงในการเทรดหุ้น และสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี ก็สามารถทำเงินจริงได้อย่างแน่นอน   การเทรดหุ้น แตกต่างจากการลงทุนหุ้นอย่างไร? การเทรดหุ้น  แตกต่างจาก การลงทุนหุ้น แต่ทั้งสองรูปแบบนี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การทำกำไร เรามาดูความแตกต่างกันง่ายในแบบตารางกันต่อดีกว่า...

Itsariya Doungnet 30 มกราคม 2026
Trading Time Icon6 นาที read

อุปสงค์ อุปทาน คืออะไร ทำไมนักเทรดและนักลงทุนจำเป็นต้องรู้?!

อุปสงค์ (Demand) คืออะไร? อุปสงค์ คือ ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการในตลาด  เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่เมื่อความต้องการสินค้าลดลง ราคาสินค้าก็จะลดลงตามไปด้วย  อุปสงค์ที่เป็นตัวบ่งบอกปริมาณสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการ และ ราคาที่ผู้บริโภคยอมจ่ายให้ได้ในปริมาณนี้ต้องการ   ตัวอย่างอุปสงค์ในตลาดหุ้น จากกราฟตลาดหุ้น Netflix จะเห็นได้ว่า ผู้ซื้อเริ่มสะสมแรงซื้อที่ฐานราคา (จุดสีเขียว) ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น ซึ่งนี่เป็นจุดที่เราเรียกว่า อุปสงค์ นักเทรดสามารถเตรียมเข้าซื้อได้ที่จุดนี้  แหล่งที่มา:...

Itsariya Doungnet 17 เมษายน 2026
scroll top