Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

สินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร?

ก่อนจะเริ่มเรียนเรื่องการเทรด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องเข้าใจว่า สินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร เพราะนี่คือวัตถุดิบที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งอาหารที่เรากิน พลังงานที่ใช้เดินทาง วัสดุก่อสร้างเมือง และสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่า

บทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ สินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร มีประเภทใดบ้าง ทำไมถึงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก และทำไมนักเทรดถึงเลือกลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์

 

สินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร?

สินค้าโภคภัณฑ์ คือ สินค้าที่มาจากธรรมชาติหรือการเกษตร และมีการซื้อขายเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งหากสินค้าเป็นชนิดเดียวกันและเกรดเดียวกัน จะเหมือนกันไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน ทำให้ซื้อขายง่าย ไม่ต้องสนใจยี่ห้อหรือแบรนด์

ลักษณะนี้เรียกว่า ความสามารถในการทดแทนได้ (fungibility) ซึ่งหมายความว่าหน่วยหนึ่งของสินค้าใด ๆ สามารถถูกแทนที่ด้วยหน่วยอื่นที่มีชนิดและคุณภาพเดียวกันได้

ตัวอย่างเช่น น้ำมันดิบเกรดเดียวกันก็ถือว่ามีคุณภาพเหมือนกันทุกถัง ไม่ว่าขุดจากสหรัฐอเมริกาหรือตะวันออกกลาง

ตัวอย่างสินค้าโภคภัณฑ์

ตัวอย่างสินค้าโภคภัณฑ์

  • ทองคำและเงิน ใช้ทำเครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์ และเก็บรักษามูลค่า

  • น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำความร้อน และผลิตไฟฟ้า

  • ข้าวสาลีและข้าวโพด ใช้ทำอาหารคนและอาหารสัตว์

  • กาแฟและโกโก้ เป็นวัตถุดิบหลักของอาหารและเครื่องดื่ม

  • ทองแดงและอลูมิเนียม ใช้ในงานก่อสร้าง สายไฟ และเครื่องจักร

 

ทำไมสินค้าโภคภัณฑ์ถึงสำคัญ?

สินค้าโภคภัณฑ์แตกต่างจากหุ้นหรือพันธบัตร เพราะเป็นของที่จับต้องได้และเราใช้จริง ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มหรือลด ราคาก็มักขยับตามภาพรวมของเศรษฐกิจโลก

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นตัวกำหนดต้นทุนของธุรกิจและค่าครองชีพของเรา ถ้าราคาพลังงานหรืออาหารสูงขึ้น ต้นทุนชีวิตและธุรกิจก็สูงตาม ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและนโยบายเศรษฐกิจต้องปรับตัว

 

ประเภทของสินค้าโภคภัณฑ์

เราแบ่งสินค้าโภคภัณฑ์ออกเป็นสองกลุ่มหลัก เพื่อให้เข้าใจง่าย:

soft-vs-hard-สินค้าโภคภัณฑ์

สินค้าโภคภัณฑ์ Hard Commodities

Hard Commodities คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องขุดหรือสกัดจากพื้นโลก มักใช้ในอุตสาหกรรมและพลังงาน

ตัวอย่างเช่น:

  • โลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน แพลตตินั่ม ใช้ทำเครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์ หรือเก็บมูลค่า

  • โลหะอุตสาหกรรม เช่น ทองแดง อลูมิเนียม ใช้ในงานก่อสร้าง สายไฟ และเครื่องจักร

  • พลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำความร้อน และผลิตไฟฟ้า

ราคากลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต เหตุการณ์ทางการเมือง หรือภัยธรรมชาติ เพราะทรัพยากรเหล่านี้ต้องใช้เวลาและต้นทุนสูงในการสกัด

 

สินค้าโภคภัณฑ์ Soft Commodities

Soft Commodities คือ สินค้าจากการเกษตรและปศุสัตว์ เป็นสินค้าที่ปลูกหรือเลี้ยงขึ้นมา ไม่ใช่ขุดจากพื้นโลก

ตัวอย่างเช่น:

  • พืชผล เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด กาแฟ ฝ้าย ใช้ในอาหาร เสื้อผ้า และเครื่องดื่ม

  • ปศุสัตว์ เช่น วัว หมู ใช้ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และนม

สินค้ากลุ่มนี้ มักจะได้รับผลกระทบจาก สภาพอากาศ ฤดูกาล และโรคระบาด ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นลงได้อย่างรวดเร็ว

 

สินค้าโภคภัณฑ์ในเศรษฐกิจโลก

สินค้าโภคภัณฑ์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่เพียงสินค้าที่ซื้อขาย แต่เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรม จำเป็นต่อการผลิตอาหารและสินค้าอื่น ๆ และขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก

ตัวอย่างเช่น หากน้ำมันขาดแคลน ราคาพลังงานจะสูงขึ้นทันที แต่ถ้าผลผลิตข้าวสาลีล้นตลาด ราคาก็จะลดลง การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์จึงสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและกำหนดต้นทุนชีวิตของเรา

 

กลไกอุปสงค์และอุปทาน  (Demand & Supply)

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานเหมือนสินค้าทั่วไป แต่เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ถูกใช้แทบทุกด้าน การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์หรืออุปทานจึงส่งผลต่อราคามากกว่าปกติ

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา

  • อุปสงค์และอุปทาน ทุกคนต้องใช้สินค้าเหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อราคา

  • ฤดูกาล พืชผลมีช่วงเก็บเกี่ยวเฉพาะ ทำให้ราคามีรอบขึ้นลงตามฤดูกาล

  • เหตุการณ์โลก เหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศผู้ผลิตน้ำมันมักทำให้ราคาผันผวน

 

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

สินค้าโภคภัณฑ์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่ใช้สร้างทุกสิ่งที่เราผลิตและบริโภค

  • ตัวกำหนดต้นทุน: สินค้าพวกนี้เป็นพื้นฐานของทุกอย่าง เมื่อราคาของดิบสูงขึ้น ต้นทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ขนส่ง และอาหารก็จะสูงขึ้นตาม

  • ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ: การพุ่งสูงขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ธนาคารกลางทั่วโลกจึงต้องเฝ้าดูราคาอย่างใกล้ชิดเพื่อใช้วางนโยบายการเงิน

 

ทำไมเทรดเดอร์ถึงลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์?

ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ที่เลือกลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้น แต่นักลงทุนรายย่อยก็เลือกลงทุนเช่นกัน เพราะข้อดีของการลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ มีผลตอบแทนที่หุ้นหรือพันธบัตรไม่สามารถให้ได้

  • กระจายความเสี่ยง: บ่อยครั้งที่ตลาดหุ้นตก แต่ราคาทองคำหรือน้ำมันกลับพุ่งสูงขึ้น ช่วยพยุงไม่ให้พอร์ตโดยรวมติดลบหนัก

  • ป้องกันเงินเฟ้อ: ในช่วงที่ข้าวของแพงขึ้น มูลค่าเงินลดลง แต่ราคาของดิบ (โดยเฉพาะทองคำ) มักจะวิ่งขึ้นตามเงินเฟ้อ ช่วยรักษาอำนาจซื้อของเงินเราไว้ได้

  • หลุมหลบภัยยามวิกฤต: ในช่วงที่มีสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ นักลงทุนมักจะหันไปหา "ทองคำ" เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงและทั่วโลกยอมรับ

 

ช่องทางการลงทุนยอดฮิต

  • Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (นิยมในกลุ่มมืออาชีพ มีความซับซ้อน)

  • Commodity ETFs: กองทุนที่วิ่งตามราคาของดิบ เทรดง่ายเหมือนหุ้น

  • CFDs: การเก็งกำไรส่วนต่างราคา ไม่ต้องถือของจริง ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (จะเจาะลึกในบทเรียนที่ 7)

  • การถือครองจริง: เช่น การซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้เอง

 

สรุปบทเรียน

  • สินค้าโภคภัณฑ์ คือ "ทรัพยากรพื้นฐาน" หรือของดิบที่ใช้ในชีวิตประจำวันและเทรดกันทั่วโลก

  • แบ่งเป็น 2 สายหลัก คือ สายขุด (โลหะ/พลังงาน) และ สายปลูก (เกษตร/ปศุสัตว์)

  • ราคาวิ่งตามความต้องการของโลก สภาพอากาศ และสถานการณ์การเมือง

  • นักเทรดใช้เพื่อกระจายความเสี่ยง ป้องกันเงินเฟ้อ และเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามวิกฤต

ตอนนี้คุณก็ได้เข้าใจพื้นฐานของสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว ต่อไปเราจะไปเจาะลึกสิ่งที่เทรดเดอร์สนใจมากที่สุด โลหะอย่าง ทองคำ มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาสวิง? ในบทเรียนถัดไป เราจะมาดูกันว่าโลหะแต่ละชนิดทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงมีบทบาทสำคัญในพอร์ตของนักเทรดทั่วโลก

ถัดไป: โลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด