Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

โลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม

โลหะเป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายกันมากในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะบางชนิดสามารถใช้ทำเครื่องประดับที่สวยงามและเก็บมูลค่าได้ เช่น ทองคำและเงิน ขณะที่โลหะบางชนิดเหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมมากกว่า เช่น ใช้ในการก่อสร้าง ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบขนส่งต่าง ๆ

บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าโลหะโภคภัณฑ์มีกี่ประเภท ทำไมเทรดเดอร์ถึงให้ความสนใจ และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาของโลหะ

 

โลหะสินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร?

โลหะโภคภัณฑ์ คือ โลหะที่ขุดหรือผลิตจากธรรมชาติและถูกนำมาใช้ในหลายด้าน ทั้งด้านการลงทุนและอุตสาหกรรม โลหะเหล่านี้ถูกซื้อขายกันทั่วโลก โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ โลหะมีค่า และ โลหะอุตสาหกรรม

  • โลหะมีค่า เป็นโลหะที่หายาก มีมูลค่าสูง และมักนำมาใช้ทำเครื่องประดับ หรือเก็บรักษามูลค่าเป็นการลงทุน เช่น ทองคำและเงิน โลหะเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็น “ที่ปลอดภัย” ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน

  • โลหะอุตสาหกรรม เป็นโลหะที่ใช้ในงานก่อสร้าง การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบขนส่ง ตัวอย่างเช่น ทองแดง อลูมิเนียม นิกเกิล และสังกะสี โลหะกลุ่มนี้สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจ เพราะยิ่งมีการสร้างอาคาร ผลิตรถยนต์ หรือพัฒนาเทคโนโลยี ราคาของโลหะอุตสาหกรรมก็ยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น

 

โลหะมีค่า คืออะไร?

โลหะมีค่า คือ โลหะที่หายาก มีมูลค่าสูง และมักใช้ทั้งในด้านการลงทุนและอุตสาหกรรม ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่

  • ทองคำ (Gold): เป็นที่นิยมเก็บมูลค่า ใช้ทำเครื่องประดับ และยังนำไปใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือทันตกรรม ราคาทองคำมักปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอนหรือเงินเฟ้อสูง

  • เงิน (Silver): ใช้ทำเครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ และฟิล์มถ่ายภาพ มีทั้งความต้องการด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน

  • แพลตตินัมและพาลาเดียม (Platinum & Palladium): มักจะใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะตัวกรองไอเสีย นอกจากนี้ยังใช้ทำเครื่องประดับและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

ทำไมนักลงทุนจับตาโลหะมีค่า

  • ราคาทองคำมักสูงขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อสูง หรืออัตราดอกเบี้ยแท้จริงลดลง

  • นักลงทุนมักหันไปลงทุนในโลหะเหล่านี้เมื่อหุ้นผันผวนหรือค่าเงินอ่อนลง

  • ธนาคารกลางถือครองสำรองทองคำขนาดใหญ่ ทำให้ทองคำมีความสำคัญมากขึ้น

 

โลหะอุตสาหกรรมคืออะไร

โลหะอุตสาหกรรมใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตสินค้าและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่

ตัวอย่างโลหะอุตสาหกรรม

  • ทองแดง (Copper): จำเป็นต่อการเดินสายไฟ ระบบน้ำประปา และพลังงานหมุนเวียน

  • อลูมิเนียม (Aluminum): น้ำหนักเบา ใช้ตั้งแต่เครื่องบินไปจนถึงกระป๋อง

  • นิกเกิล (Nickel): ใช้ทำเหล็กกล้าไร้สนิมและแบตเตอรี่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า

  • สังกะสี (Zinc): ใช้เคลือบเหล็กเพื่อป้องกันสนิม

 

ทำไมนักลงทุนจับตาโลหะอุตสาหกรรม

นักเทรดติดตามโลหะอุตสาหกรรม เพราะราคาสะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง เทคโนโลยี และพลังงานสะอาดทำให้ความต้องการโลหะเหล่านี้เพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาห่วงโซ่อุปทานหรือการขัดข้องในการทำเหมืองก็สามารถทำให้ราคาพุ่งสูงได้

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของโลหะ

ราคาของโลหะไม่ได้ขึ้นลงแบบสุ่ม แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในโลกจริงทั้งด้านอุปทาน อุปสงค์ และความเชื่อมั่นของตลาด

 

ปัจจัยด้านอุปทาน (Supply Factors)

ปริมาณโลหะที่มีอยู่ในตลาด คือ ตัวกำหนดราคาหลัก หากปริมาณโลหะลดลงในขณะที่ความต้องการยังเท่าเดิม ราคาก็มักจะปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออุปทาน ได้แก่

  • กิจกรรมการทำเหมืองและผลผลิต: หากเหมืองขนาดใหญ่ชะลอการผลิตเพราะอุบัติเหตุ แร่คุณภาพต่ำ หรืออุปกรณ์ชำรุด ปริมาณโลหะในตลาดก็ลดลง

  • ต้นทุนการผลิตและการนัดหยุดงานของแรงงาน: เมื่อการขุดโลหะมีต้นทุนสูงขึ้น บริษัทอาจลดการผลิต ส่งผลให้ปริมาณโลหะลดลง

  • กฎระเบียบของรัฐบาลหรือข้อจำกัดในการส่งออก: บางประเทศอาจจำกัดปริมาณโลหะที่ขุดหรือส่งออก ทำให้อุปทานโลหะลดลง

 

ปัจจัยด้านอุปสงค์ (Demand Factors)

อุปสงค์หมายถึงปริมาณโลหะที่ถูกซื้อและนำไปใช้ทั่วโลก เมื่อความต้องการโลหะเพิ่มขึ้น ราคาก็มักสูงขึ้น โดยเฉพาะหากอุปทานไม่สามารถตามความต้องการได้

  • การเติบโตของเศรษฐกิจ: เมื่อประเทศต่าง ๆ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ผลิตสินค้า หรือขยายอุตสาหกรรม ความต้องการโลหะ เช่น ทองแดงและอลูมิเนียม ก็เพิ่มขึ้น

  • เทคโนโลยีใหม่ ๆ: เทคโนโลยีบางชนิดทำให้ความต้องการโลหะเฉพาะเพิ่มขึ้น เช่น แบตเตอรี่รถไฟฟ้า

  • การพัฒนาเมืองและพลังงานหมุนเวียน: โครงการขยายเมืองและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มักต้องใช้โลหะจำนวนมาก โดยเฉพาะทองแดงและเงิน

 

เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

การเมือง และ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สามารถรบกวนห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความไม่แน่นอนในตลาดโลหะ

  • ความไม่สงบทางการเมืองในแหล่งเหมือง: ประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญ เช่น ชิลี หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อาจมีความไม่มั่นคง ส่งผลต่อการผลิต

  • สงครามการค้า หรือการห้ามส่งออก: ความขัดแย้งระหว่างประเทศสามารถนำไปสู่ภาษีหรือข้อจำกัดการส่งออก ทำให้อุปทานลดและราคาสูงขึ้น

  • การคว่ำบาตรและภาษี: การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือภาษีเหมืองใหม่ ๆ อาจจำกัดการเข้าถึงโลหะบางชนิดในตลาดโลก

 

ค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย

  • โลหะมีค่าจะมีราคาตาม ดอลลาร์สหรัฐ: ความแข็งแกร่งของดอลลาร์มักส่งผลให้ราคาของโลหะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม

  • อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสามารถกดราคาทองคำ เนื่องจากเพิ่มต้นทุนโอกาสในการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน

  • อัตราดอกเบี้ยต่ำและผลตอบแทนแท้จริงที่อ่อนแอมักสนับสนุนราคาของโลหะมีค่า

 

การเทรดโลหะ

เราไม่จำเป็นต้องถือ ทองคำ หรือ เงินแท่งจริง เพื่อเทรดโลหะ ปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและจัดการสะดวก

  • Spot Market (ตลาดซื้อขายทันที): ซื้อขายโลหะในราคาปัจจุบันเพื่อส่งมอบทันที ใช้บ่อยกับทองคำและเงิน

  • Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า): สัญญาซื้อหรือขายโลหะในราคาที่กำหนดสำหรับวันข้างหน้า

  • ETF (กองทุนซื้อขายตามราคาโลหะ): เทรดง่ายเหมือนหุ้น ติดตามราคาของโลหะ

  • CFD (Contract for Difference): เก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องถือโลหะจริง สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง (บทเรียน 7 จะเจาะลึกเรื่อง CFD)

 

ความเสี่ยงและสิ่งที่ควรพิจารณา

การเทรดโลหะมีความเสี่ยงเหมือนสินทรัพย์อื่น ๆ ราคาสามารถแกว่งแรงตามเหตุการณ์โลก ข้อมูลเศรษฐกิจ หรือกฎระเบียบการทำเหมือง

  • ความผันผวนของราคา: ราคาสามารถขึ้นลงแรงจากเหตุการณ์ทั่วโลก ทำให้กำไรหรือขาดทุนเร็ว

  • ความไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจ: ราคาปรับตัวหลังข่าวสำคัญ เช่น ตัวเลข GDP อัตราดอกเบี้ย หรือเงินเฟ้อ

  • ปัญหาสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ: กฎหมายเหมืองเข้มงวดหรือมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศสามารถจำกัดอุปทานและเพิ่มต้นทุน

  • การเก็บรักษาและความปลอดภัย: หากถือโลหะจริง ต้องคิดเรื่องการเก็บและประกันให้ปลอดภัย

 

สรุปบทเรียน

  • โลหะในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ แบ่งออกเป็น โลหะมีค่า (ทองคำ, เงิน) และ โลหะอุตสาหกรรม (ทองแดง, อะลูมิเนียม)

  • โลหะมีค่า มักใช้เพื่อ การลงทุนและสร้างความมั่นคง ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมสะท้อนถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ

  • ราคาของโลหะ ได้รับอิทธิพลจาก อุปสงค์ อุปทาน แนวโน้มเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

  • นักเทรดสามารถเทรดโลหะได้ผ่าน สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures), กองทุน ETF, ตลาดสปอต (Spot Markets) และ CFDs

  • นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในโลหะได้ผ่าน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) กองทุน ETF ตลาด Spot และ CFDs

ในบทถัดไป เราจะเปลี่ยนโฟกัสไปที่สินค้าโภคภัณฑ์อีกกลุ่มใหญ่คือ พลังงาน (Energy) คุณจะได้เรียนรู้ว่าน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และแหล่งพลังงานอื่น ๆ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ถัดไป: ทำความเข้าใจสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด