รูปแบบกราฟแท่งเทียน - พื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

รูปแบบกราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยแท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงให้เห็นว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไรในช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมสะท้อนแรงซื้อและแรงขายภายในตลาด

ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของกราฟแท่งเทียน รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นและขาลงที่พบได้บ่อย รวมถึงวิธีที่เทรดเดอร์ใช้กราฟแท่งเทียนในการวิเคราะห์มุมมองของตลาด (Market Sentiment)

 

การทำความเข้าใจมุมมองของตลาดผ่านกราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียนไม่ได้แสดงเพียงการเคลื่อนไหวของราคาเท่านั้น แต่ยังช่วยสะท้อนพฤติกรรมและปฏิกิริยาของเทรดเดอร์ในตลาดอีกด้วย

แท่งเทียนแต่ละแท่งแสดงถึงการแข่งขันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของตลาดได้จากขนาดความยาวของเนื้อแท่งเทียนและไส้แท่งเทียน (Wick)

ตัวอย่าง:

  • เนื้อแท่งเทียนขาขึ้นที่ยาว มักสะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง

  • เนื้อแท่งเทียนขาลงที่ยาว มักสะท้อนถึงแรงขายที่แข็งแกร่ง

  • ไส้แท่งเทียนที่ยาว อาจบ่งชี้ว่าราคาถูกปฏิเสธที่ระดับราคาหนึ่ง

  • เนื้อแท่งเทียนที่สั้น มักสะท้อนถึงความไม่แน่นอนหรือการลังเลของตลาด

การวิเคราะห์สัญญาณเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่า ขณะนั้นผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นฝ่ายควบคุมตลาดมากกว่า

อย่างไรก็ตาม รูปแบบแท่งเทียนจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น การวิเคราะห์แนวโน้ม แนวรับและแนวต้าน รวมถึงปริมาณการซื้อขาย (Volume)

 

รูปแบบกราฟแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candlestick Patterns)

รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นมักบ่งชี้ว่าแรงซื้ออาจเริ่มกลับเข้ามาควบคุมตลาด และราคาอาจมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

รูปแบบกราฟแท่งเทียน

Hammer

เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่มีเนื้อแท่งเทียนสั้นและมีไส้แท่งเทียนด้านล่างยาว มักเกิดหลังจากราคาปรับตัวลดลง

ตัวอย่าง:
ผู้ขายกดราคาลงระหว่างช่วงการซื้อขาย แต่แรงซื้อกลับเข้ามาและดันราคากลับขึ้นก่อนปิดตลาด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาขึ้น

 

Bullish Engulfing

รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อเนื้อแท่งเทียนขาขึ้นที่ยาว ครอบคลุมแท่งเทียนขาลงก่อนหน้าอย่างสมบูรณ์

ตัวอย่าง:
หลังจากแนวโน้มขาลง ผู้ซื้อกลับเข้ามาในตลาดอย่างแข็งแกร่งและสามารถเอาชนะแรงขายได้ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

 

Morning Star

เป็นรูปแบบแท่งเทียน 3 แท่งที่มักเกิดขึ้นบริเวณปลายแนวโน้มขาลง

โครงสร้างประกอบด้วย:

  1. เนื้อแท่งเทียนขาลงที่ยาว

  2. เนื้อแท่งเทียนที่สั้นสะท้อนถึงความลังเลของตลาด

  3. เนื้อแท่งเทียนขาขึ้นที่ยาว

รูปแบบนี้บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มอ่อนตัวลง และแรงซื้อกำลังกลับเข้ามามีอิทธิพลเหนือตลาด

 

รูปแบบกราฟแท่งเทียนขาลง (Bearish Candlestick Patterns)

รูปแบบแท่งเทียนขาลงมักบ่งชี้ว่าแรงขายอาจเพิ่มขึ้น และราคามีโอกาสปรับตัวลดลง

 

Shooting Star

รูปแบบแท่งเทียนที่มีเนื้อแท่งเทียนสั้นและมีไส้แท่งเทียนด้านบนยาว โดยมักเกิดหลังจากราคาปรับตัวขึ้น

ตัวอย่าง:
ผู้ซื้อผลักดันราคาให้สูงขึ้นระหว่างช่วงการซื้อขาย แต่ผู้ขายกลับเข้ามามีอิทธิพลเหนือตลาดและกดราคาลงก่อนปิดตลาด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาลง

 

Bearish Engulfing

รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อเนื้อแท่งเทียนขาลงที่ยาว ครอบคลุมแท่งเทียนขาขึ้นก่อนหน้าอย่างสมบูรณ์

ตัวอย่าง:
หลังจากราคาปรับตัวขึ้น ผู้ขายกลับเข้ามาในตลาดอย่างแข็งแกร่งและเริ่มควบคุมทิศทางของตลาด

 

Evening Star

เป็นรูปแบบตรงข้ามกับ Morning Star และมักเกิดบริเวณปลายแนวโน้มขาขึ้น

โครงสร้างประกอบด้วย:

  1. เนื้อแท่งเทียนขาขึ้นที่ยาว

  2. เนื้อแท่งเทียนที่สั้นสะท้อนถึงความลังเลของตลาด

  3. เนื้อแท่งเทียนขาลงที่ยาว

รูปแบบนี้สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวลง และผู้ขายอาจเริ่มเข้ามาควบคุมตลาด

 

การวิเคราะห์มุมมองของตลาดผ่านกราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียนช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจจิตวิทยาของตลาดได้มากขึ้น

แท่งเทียนแต่ละแท่งสะท้อนการแข่งขันระหว่างผู้ซื้อ (Bulls) และผู้ขาย (Bears) ภายในช่วงเวลาหนึ่ง

ตัวอย่าง:

  • เนื้อแท่งเทียนขาขึ้นที่ยาว มักสะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง

  • เนื้อแท่งเทียนขาลงที่ยาว มักสะท้อนถึงแรงขายที่แข็งแกร่ง

  • ไส้แท่งเทียนที่ยาว มักสะท้อนถึงการปฏิเสธราคาบริเวณบางระดับ

  • เนื้อแท่งเทียนที่สั้น มักบ่งชี้ถึงความลังเลของตลาด

เทรดเดอร์จำนวนมากนิยมใช้รูปแบบแท่งเทียนร่วมกับแนวรับและแนวต้าน แนวโน้มของตลาด และปริมาณการซื้อขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์

 

สรุปบทเรียน

  • แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิด

  • เนื้อแท่งเทียนแสดงส่วนต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด ส่วนไส้แท่งเทียนแสดงระดับราคาสูงสุดและต่ำสุด

  • รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น เช่น Hammer, Bullish Engulfing และ Morning Star อาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้นของราคา

  • รูปแบบแท่งเทียนขาลง เช่น Shooting Star, Bearish Engulfing และ Evening Star อาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับตัวลงของราคา

  • กราฟแท่งเทียนช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจมุมมองของตลาดและสัญญาณการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้น

ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่สุดสำหรับการระบุระดับราคาที่สำคัญในตลาด

ถัดไป: แนวรับและแนวต้าน
บทเรียนถัดไป