ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
กราฟราคาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการเทรด โดยช่วยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลาอย่างชัดเจน เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถระบุแนวโน้ม รูปแบบราคา (Patterns) และโอกาสในการเทรดที่อาจเกิดขึ้นได้
ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทหลักของกราฟราคา วิธีอ่านการเคลื่อนไหวของราคาเบื้องต้น การระบุแนวโน้มของตลาด และความสำคัญของกรอบเวลา (Timeframe) ในการวิเคราะห์
การแสดงข้อมูลราคาบนกราฟสามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมี 3 ประเภท ได้แก่ กราฟเส้น (Line Chart) กราฟแท่ง (Bar Chart) และกราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart)
กราฟเส้นเป็นกราฟรูปแบบพื้นฐานที่สุด โดยเชื่อมต่อราคาปิดในแต่ละช่วงเวลาด้วยเส้นเพียงเส้นเดียว
กราฟประเภทนี้เหมาะสำหรับการดูแนวโน้มภาพรวมของตลาดอย่างรวดเร็ว โดยไม่เน้นรายละเอียดมากเกินไป
ตัวอย่าง: หากราคาหุ้นปิดสูงขึ้นต่อเนื่องหลายวัน เส้นกราฟจะมีลักษณะลาดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มขาขึ้น
เหมาะสำหรับ:
การระบุแนวโน้มระยะยาว
ผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้การเคลื่อนไหวของตลาด
กราฟแท่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคามากขึ้น
แท่งกราฟแต่ละแท่งจะแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่:
ราคาเปิด (Open)
ราคาสูงสุด (High)
ราคาต่ำสุด (Low)
ราคาปิด (Close)
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงประเมินได้ว่าฝั่งผู้ซื้อหรือผู้ขายมีอิทธิพลเหนือตลาดมากกว่า
กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่เทรดเดอร์
แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดง:
ส่วนเนื้อแท่งเทียนจะแสดงส่วนต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด
แท่งเทียนสีเขียว (Bullish Candle): ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
แท่งเทียนสีแดง (Bearish Candle): ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด
กราฟแท่งเทียนช่วยให้มองเห็นมุมมองของตลาดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
การเคลื่อนไหวของราคาบนกราฟสะท้อนถึงการแข่งขันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด
เมื่อแรงซื้อมีมากกว่า ราคาอาจปรับตัวสูงขึ้น
เมื่อแรงขายมีมากกว่า ราคาอาจปรับตัวลดลง
รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาพื้นฐาน ได้แก่
สะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง ซึ่งมักบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้น
สะท้อนถึงแรงขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง
เมื่อราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบโดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ตลาดจะอยู่ในช่วงพักตัว (Consolidation)
การเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสังเกตได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มหรือเคลื่อนไหวในกรอบราคา
แนวโน้ม (Trend) คือทิศทางโดยรวมของการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง
แนวโน้มหลักสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ
แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แนวโน้มขาขึ้นเกิดขึ้นเมื่อราคาสร้างจุดสูงใหม่และจุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนถึงแรงซื้อที่มีความแข็งแกร่งในตลาด
ตัวอย่าง: ราคาปรับตัวจาก $50 → $55 → $60 → $65
แนวโน้มขาลงเกิดขึ้นเมื่อราคาสร้างจุดสูงใหม่และจุดต่ำใหม่ที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนว่าฝั่งผู้ขายกำลังมีอิทธิพลเหนือตลาดมากกว่า
ตัวอย่าง: ราคาปรับตัวจาก $70 → $65 → $60 → $55
บางครั้งราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างสองระดับราคา โดยไม่มีแนวโน้มขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง: ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง $48 และ $52 ซ้ำไปมา
เทรดเดอร์จำนวนมากมักเลือกซื้อบริเวณกรอบล่าง และขายบริเวณกรอบบนของช่วงราคา
กรอบเวลา (Timeframe) หมายถึงช่วงเวลาที่แท่งกราฟหรือแท่งเทียนแต่ละแท่งใช้ในการแสดงข้อมูลราคา
เทรดเดอร์แต่ละประเภทจะเลือกใช้กรอบเวลาที่แตกต่างกันตามกลยุทธ์การเทรด
ตัวอย่างของกรอบเวลาที่นิยมใช้ ได้แก่:
กราฟ 1 นาที – นิยมใช้โดยเทรดเดอร์ระยะสั้น (Scalper)
กราฟ 5 นาที หรือ 15 นาที – นิยมใช้โดยเทรดเดอร์รายวัน (Day Trader)
กราฟ 1 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมง – นิยมใช้โดยเทรดเดอร์แบบ Swing Trade (Swing Trader)
กราฟรายวัน หรือรายสัปดาห์ – ใช้สำหรับการวิเคราะห์ระยะยาว
กรอบเวลาระยะสั้นจะแสดงรายละเอียดการเคลื่อนไหวของราคาได้มากกว่า แต่ก็มักมีสัญญาณรบกวนมากขึ้นเช่นกัน
ในขณะที่กรอบเวลาระยะยาวจะช่วยให้เห็นแนวโน้มโดยรวมของตลาดได้ชัดเจนกว่า
เทรดเดอร์จำนวนมากจึงนิยมวิเคราะห์หลายกรอบเวลาร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
กราฟหลักที่นิยมใช้ในการวิเคราะห์มี 3 ประเภท ได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียน
กราฟช่วยแสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละช่วงเวลา
การเคลื่อนไหวของราคาช่วยสะท้อนว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นฝ่ายควบคุมตลาด
แนวโน้มของตลาดสามารถแบ่งได้เป็นขาขึ้น ขาลง และการเคลื่อนไหวในกรอบ
กรอบเวลาเป็นตัวกำหนดช่วงเวลาที่แท่งกราฟแต่ละแท่งใช้แสดงข้อมูลราคา
ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่สุดของการวิเคราะห์ทางเทคนิค
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้