ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
รูปแบบกราฟราคา (Chart Patterns) คือรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นบนกราฟเมื่อเวลาผ่านไป โดยรูปแบบเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการกลับตัวหรือความต่อเนื่องของแนวโน้ม ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมราคาในอดีต
ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการกลับตัวและความต่อเนื่องของแนวโน้มที่ได้รับความนิยม วิธีการยืนยันรูปแบบผ่านสัญญาณ Breakout รวมถึงวิธีหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกจากตลาด
รูปแบบการกลับตัวเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแนวโน้มปัจจุบันอาจกำลังเปลี่ยนทิศทาง
Head and Shoulders เป็นรูปแบบที่มักเกิดขึ้นบริเวณปลายแนวโน้มขาขึ้น และอาจบ่งชี้ถึงการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลง
โครงสร้างประกอบด้วย:
จุดสูงแรก (ไหล่ซ้าย: Left Shoulder)
จุดสูงที่สูงกว่าเดิม (หัว: Head)
จุดสูงที่ต่ำลงอีกครั้ง (ไหล่ขวา: Right Shoulder)
เมื่อราคาทะลุลงต่ำกว่าเส้น Neckline มักถือเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม
Double Top เกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิม 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้
จุดสูง 2 จุดในระดับใกล้เคียงกัน
แนวรับอยู่ระหว่างจุดสูงทั้งสองจุด
หากราคาหลุดต่ำกว่าแนวรับ มักเป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาลง
Double Bottom เป็นรูปแบบตรงข้ามกับ Double Top และมักเกิดขึ้นหลังแนวโน้มขาลง
จุดต่ำ 2 จุดในระดับใกล้เคียงกัน
แนวต้านอยู่ระหว่างจุดต่ำทั้งสองจุด
เมื่อราคาทะลุขึ้นเหนือแนวต้าน อาจเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
รูปแบบความต่อเนื่องของแนวโน้มบ่งชี้ว่าตลาดอาจหยุดพักชั่วคราว ก่อนเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางเดิม
Flag มักเกิดขึ้นหลังจากราคาปรับตัวขึ้นหรือลงอย่างรุนแรง จากนั้นราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงสั้น ๆ ก่อนเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางเดิม
ตัวอย่าง: การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ตามด้วยการเคลื่อนไหวในกรอบขาลงขนาดเล็ก อาจก่อให้เกิด Bullish Flag
Pennant มีลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก และมักเกิดขึ้นหลังจากการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรง
ราคาจะเข้าสู่ช่วงพักตัวระยะสั้น ก่อนเกิด Breakout ไปตามทิศทางของแนวโน้มเดิม
Triangle เกิดขึ้นเมื่อการเคลื่อนไหวของราคาเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ
รูปแบบหลัก ได้แก่:
Ascending Triangle – รูปแบบเชิงบวก (Bullish)
Descending Triangle – รูปแบบเชิงลบ (Bearish)
Symmetrical Triangle – สามารถเกิด Breakout ได้ทั้งสองทิศทาง
Triangle มักบ่งชี้ว่าราคาอาจเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในระยะถัดไป
รูปแบบกราฟจะยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ จนกว่าราคาจะเกิด Breakout ออกจากกรอบของรูปแบบนั้น
Breakout คือสถานการณ์ที่ราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป หรือหลุดต่ำกว่าแนวรับอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่าง:
รูปแบบ Triangle จะได้รับการยืนยันเมื่อราคาทะลุกรอบของรูปแบบ
Double Top จะได้รับการยืนยันเมื่อราคาหลุดต่ำกว่าแนวรับ
โดยทั่วไป ปริมาณการซื้อขาย (Volume) มักเพิ่มขึ้นระหว่างการเกิด Breakout ซึ่งช่วยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความแข็งแกร่ง
ไม่ใช่ทุกรูปแบบกราฟที่จะนำไปสู่การเคลื่อนไหวของราคาตามที่คาดการณ์ไว้ บางครั้งตลาดอาจเกิด False Breakout หรือสัญญาณหลอกได้
เพื่อลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก เทรดเดอร์มัก:
รอการยืนยัน Breakout ก่อนเข้าเทรด
สังเกตปริมาณการซื้อขายที่แข็งแกร่งระหว่างเกิด Breakout
ใช้รูปแบบกราฟร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น แนวรับและแนวต้าน แนวโน้ม หรืออินดิเคเตอร์
การมีวินัยและรอการยืนยันสัญญาณอย่างเหมาะสม ช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงการขาดทุนที่ไม่จำเป็นได้
รูปแบบการกลับตัวของแนวโน้มเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแนวโน้มอาจเปลี่ยนทิศทาง
รูปแบบที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Head and Shoulders, Double Top และ Double Bottom
รูปแบบความต่อเนื่องของแนวโน้มบ่งชี้ว่าแนวโน้มเดิมอาจเคลื่อนไหวต่อหลังจากช่วงพักตัว
รูปแบบที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Flag, Pennant และ Triangle
รูปแบบกราฟจะได้รับการยืนยันเมื่อราคาทะลุออกจากกรอบของรูปแบบ
เทรดเดอร์นิยมใช้การยืนยันสัญญาณเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจาก False Breakout หรือสัญญาณหลอก
ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนการเทรด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จในการเทรดระยะยาว
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้