พื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค - พื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

พื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นวิธีการที่เทรดเดอร์ใช้ในการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาและพฤติกรรมของตลาด เพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต แทนที่จะให้ความสำคัญกับงบการเงินของบริษัทหรือรายงานทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจะให้ความสำคัญกับกราฟ รูปแบบราคา และปริมาณการซื้อขาย

ในบทเรียนนี้ คุณจะได้ทำความเข้าใจหลักการของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงแนวคิดสำคัญที่เทรดเดอร์ใช้ในการวิเคราะห์กราฟ

 

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการศึกษาข้อมูลราคาในอดีตและปริมาณการซื้อขาย เพื่อคาดการณ์ทิศทางของตลาดในอนาคต

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเชื่อว่า การเคลื่อนไหวของราคามักเกิดเป็นรูปแบบและแนวโน้มที่สามารถสังเกตได้ผ่านกราฟราคา

ตัวอย่าง:
หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทุกครั้งหลังจากแตะระดับ $50 เทรดเดอร์อาจมองว่าระดับดังกล่าวเป็นแนวรับ (Support) และคาดว่าแรงซื้ออาจกลับเข้ามาอีกครั้งเมื่อราคากลับมาอยู่ที่ระดับดังกล่าว

 

การวิเคราะห์ทางเทคนิค vs การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

โดยทั่วไป การวิเคราะห์ตลาดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก

การวิเคราะห์ทางเทคนิค-vs-การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

  • เน้นการวิเคราะห์กราฟราคาและแนวโน้มของตลาด

  • ใช้รูปแบบราคา (Patterns) และอินดิเคเตอร์ (Indicators)

  • ช่วยระบุจุดเข้าและจุดออกในการเทรด

 

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)

  • เน้นข้อมูลทางการเงินและปัจจัยทางเศรษฐกิจ

  • วิเคราะห์ผลประกอบการ การเติบโต และข่าวสารของบริษัท

  • ประเมินว่าสินทรัพย์มีมูลค่าสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม

กล่าวโดยสรุป การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเน้นศึกษาพฤติกรรมของราคา ขณะที่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะเน้นศึกษามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์

 

แนวคิดพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตั้งอยู่บนแนวคิดสำคัญ 3 ประการ

 

1. ราคาสะท้อนข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาดแล้ว

ข้อมูล ข่าวสาร ผลประกอบการ และปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เป็นที่รับรู้ในตลาด ล้วนสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว

 

2. ราคาเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้ม

ตลาดมักเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้ม มากกว่าการเคลื่อนไหวแบบสุ่ม ซึ่งแนวโน้มอาจเป็นขาขึ้น ขาลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบ (Sideways)

 

3. ประวัติศาสตร์มักเกิดซ้ำ

เนื่องจากตลาดได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ของมนุษย์ เช่น ความกลัวและความโลภ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาจึงมักเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดิม

 

บทบาทของราคา ปริมาณการซื้อขาย และจิตวิทยาตลาด

การวิเคราะห์ทางเทคนิคให้ความสำคัญกับองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่

 

ราคา (Price)

ราคาเป็นตัวสะท้อนสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดที่เทรดเดอร์ใช้ในการวิเคราะห์

 

ปริมาณการซื้อขาย (Volume)

ปริมาณการซื้อขายแสดงจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นในตลาด โดยปริมาณการซื้อขายที่สูงมักช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคา

 

จิตวิทยาตลาด (Market Psychology)

อารมณ์ของเทรดเดอร์ เช่น ความกลัวและความโลภ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของตลาด และมักก่อให้เกิดรูปแบบราคาที่สามารถสังเกตได้

 

กราฟและแหล่งข้อมูลตลาด

กราฟช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละช่วงเวลาได้ชัดเจนมากขึ้น

ประเภทของกราฟที่นิยมใช้ ได้แก่

กราฟเส้น (Line Chart) - แสดงแนวโน้มราคาภาพรวม โดยอ้างอิงจากราคาปิด

กราฟแท่ง (Bar Chart) - แสดงราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิดในแต่ละช่วงเวลา

กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) - เป็นกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากช่วยสะท้อนมุมมองและอารมณ์ของตลาด และการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจน

เทรดเดอร์มักใช้งานแพลตฟอร์มอย่าง TradingView หรือแพลตฟอร์มการเทรดของโบรกเกอร์ เพื่อเข้าถึงกราฟและข้อมูลตลาด

 

สรุปบทเรียน

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขาย เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมของตลาดในอนาคต

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคมุ่งเน้นการศึกษากราฟและรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคามากกว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

  • แนวคิดสำคัญ 3 ประการประกอบด้วย ราคาสะท้อนข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาดแล้ว ราคาเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้ม และประวัติศาสตร์มักเกิดซ้ำ

  • ราคา ปริมาณการซื้อขาย และจิตวิทยาตลาด เป็นองค์ประกอบสำคัญในการวิเคราะห์ตลาด

  • เทรดเดอร์นิยมใช้กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียนในการวิเคราะห์ตลาด

ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้วิธีอ่านกราฟราคาและทำความเข้าใจกราฟแท่งเทียน (Candlestick

ถัดไป: การทำความเข้าใจกราฟราคา
บทเรียนถัดไป