ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
ปริมาณการซื้อขาย (Volume) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการวิเคราะห์ทางเทคนิค เนื่องจากช่วยสะท้อนระดับกิจกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาด การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคาได้ชัดเจนมากขึ้น
ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่าปริมาณการซื้อขายคืออะไร ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการซื้อขายกับการเคลื่อนไหวของราคา พื้นฐานของอินดิเคเตอร์ด้านปริมาณการซื้อขายและวิธีที่เทรดเดอร์ใช้ปริมาณการซื้อขายเพื่อยืนยันแนวโน้มของตลาด
ปริมาณการซื้อขาย (Trading Volume) หมายถึงจำนวนหุ้น สัญญา หรือหน่วยของสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายภายในช่วงเวลาหนึ่ง
ปริมาณการซื้อขายที่สูงสะท้อนว่ามีนักลงทุนหรือเทรดเดอร์เข้ามาซื้อขายสินทรัพย์จำนวนมาก ขณะที่ปริมาณการซื้อขายที่ต่ำสะท้อนถึงกิจกรรมการซื้อขายที่ลดลง
ตัวอย่าง: หากหุ้นตัวหนึ่งมีปริมาณการซื้อขายรายวันอยู่ที่ 1 ล้านหุ้น หมายความว่า มีการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจำนวน 1 ล้านหุ้นภายในวันนั้น
โดยทั่วไป ปริมาณการซื้อขายมักแสดงในรูปแบบแท่งกราฟใต้กราฟราคา ซึ่งแท่งที่สูงกว่าจะสะท้อนถึงกิจกรรมการซื้อขายที่มากกว่า
ปริมาณการซื้อขายช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคาได้
เมื่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูง การเคลื่อนไหวนั้นมักถูกมองว่ามีน้ำหนักและมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
ความสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยระหว่างราคาและปริมาณการซื้อขาย ได้แก่
มักสะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง และอาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่มีความแข็งแรง
มักสะท้อนถึงแรงขายที่แข็งแกร่ง และอาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่มีความแข็งแรง
หากราคาเคลื่อนไหวโดยมีปริมาณการซื้อขายต่ำ การเคลื่อนไหวนั้นอาจมีความอ่อนแอและมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า
การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายควบคู่กับราคา ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มของตลาดยังคงแข็งแกร่งหรือเริ่มอ่อนแรงลง
อินดิเคเตอร์ด้านปริมาณการซื้อขายช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์กิจกรรมการซื้อขายได้ชัดเจนมากขึ้น โดยอินดิเคเตอร์เหล่านี้ใช้ข้อมูลปริมาณการซื้อขายเพื่อช่วยวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของตลาด
อินดิเคเตอร์ด้านปริมาณการซื้อขายที่ได้รับความนิยม ได้แก่
On-Balance Volume (OBV) ใช้ติดตามแรงซื้อและแรงขาย โดยจะนำปริมาณการซื้อขายมาคำนวณเพิ่มเมื่อราคาปรับตัวขึ้น และคำนวณลดเมื่อราคาปรับตัวลง
ใช้แสดงค่าเฉลี่ยของปริมาณการซื้อขายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสังเกตความผิดปกติของกิจกรรมการซื้อขายได้ง่ายขึ้น
ช่วยวิเคราะห์ว่าตลาดอยู่ในช่วงสะสมแรงซื้อ (Accumulation) หรือกระจายแรงขาย (Distribution)
อินดิเคเตอร์เหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่า ปริมาณการซื้อขายมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาอย่างไร
ปริมาณการซื้อขายมักถูกใช้เพื่อช่วยยืนยันแนวโน้มและสัญญาณ Breakout
ตัวอย่าง:
หากราคาปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น มักสะท้อนว่าแนวโน้มขาขึ้นยังคงแข็งแกร่ง
เมื่อราคาทะลุแนวต้านสำคัญพร้อมกับปริมาณการซื้อขายสูง Breakout นั้นมักมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
หากราคาปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณการซื้อขายกลับลดลง อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มเริ่มอ่อนแรงและมีโอกาสกลับตัวได้
ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จำนวนมากจึงนิยมใช้ปริมาณการซื้อขายร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณของตลาด
ปริมาณการซื้อขาย (Volume) สะท้อนระดับกิจกรรมการซื้อขายภายในช่วงเวลาหนึ่ง
ปริมาณการซื้อขายที่สูงมักสะท้อนถึงความสนใจของตลาดที่แข็งแกร่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณการซื้อขายช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้มได้
อินดิเคเตอร์ด้านปริมาณการซื้อขาย เช่น OBV และ Volume Moving Average ช่วยวิเคราะห์กิจกรรมการซื้อขาย
เทรดเดอร์นิยมใช้ปริมาณการซื้อขายเพื่อช่วยยืนยันแนวโน้มและสัญญาณ Breakout
ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบกราฟราคา (Chart Patterns) ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุสัญญาณความต่อเนื่องและการกลับตัวของแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในตลาด
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้