แนวรับและแนวต้าน - พื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

แนวรับและแนวต้าน

แนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่สุดของการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยระดับราคาเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุบริเวณที่ราคาอาจหยุด กลับตัว หรือชะลอการเคลื่อนไหวได้

ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่าแนวรับและแนวต้านคืออะไร วิธีระบุระดับราคาสำคัญบนกราฟ บทบาทของระดับราคาทางจิตวิทยา (Psychological Levels) และวิธีที่เทรดเดอร์ใช้ระดับราคาเหล่านี้ในการวางแผนการเทรด

 

การนิยามและความสำคัญของแนวรับและแนวต้าน

แนวรับ-แนวต้าน

  • แนวรับ (Support) คือระดับราคาที่ตลาดขาลงมักหยุดปรับตัวลดลงหรือดีดตัวกลับขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อเริ่มมองว่าสินทรัพย์อยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจและเริ่มเข้าซื้อ

ตัวอย่าง:
หากราคาหุ้นหยุดปรับตัวลงบริเวณ $50 หลายครั้งและกลับปรับตัวสูงขึ้น ระดับ $50 จะถูกมองว่าเป็นแนวรับ

  • แนวต้าน (Resistance) คือระดับราคาที่ตลาดขาขึ้นมักชะลอการปรับตัวขึ้นหรือกลับตัวลง เนื่องจากผู้ขายเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

ตัวอย่าง:
หากราคาหุ้นไม่สามารถปรับตัวขึ้นเหนือระดับ $70 ได้ และปรับตัวลงจากระดับดังกล่าวหลายครั้ง ระดับ $70 จะถูกมองว่าเป็นแนวต้าน

แนวรับและแนวต้านมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถ:

  • ระบุจุดเข้าและจุดออกที่เป็นไปได้

  • ประเมินบริเวณที่ราคาอาจกลับตัว

  • บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

วิธีระบุระดับราคาสำคัญบนกราฟ

แนวรับและแนวต้านมักถูกระบุจากพฤติกรรมราคาในอดีตบนกราฟ

วิธีที่เทรดเดอร์นิยมใช้ในการหาระดับราคาเหล่านี้ ได้แก่:

 

จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้า

บริเวณที่ราคาเคยกลับตัวในอดีต มักกลายเป็นระดับราคาสำคัญ

ตัวอย่าง:
หากราคาดีดตัวกลับจากระดับเดิมหลายครั้ง บริเวณดังกล่าวมักถูกมองว่าเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง

 

การตอบสนองของราคาที่เกิดขึ้นซ้ำ

เมื่อราคาทดสอบระดับเดิมหลายครั้งและเกิดปฏิกิริยาต่อระดับดังกล่าว ระดับนั้นมักมีความสำคัญมากขึ้น

ตัวอย่าง:
แนวต้านที่สามารถปฏิเสธราคาได้ 3-4 ครั้ง มักเป็นระดับที่ตลาดทะลุผ่านได้ยาก

 

เส้นแนวโน้ม

เส้นแนวโน้มสามารถทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้ เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง

 

ระดับราคาทางจิตวิทยาในตลาด

ระดับราคาบางระดับมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นตัวเลขกลมที่ผู้คนให้ความสนใจ

ระดับราคาเหล่านี้เรียกว่า ระดับราคาทางจิตวิทยา (Psychological Levels)

ตัวอย่าง:

  • $50

  • $100

  • $1,000

  • $2,000 ในตลาดสกุลเงิน

เทรดเดอร์จำนวนมากมักวางคำสั่งซื้อหรือขายบริเวณระดับราคาเหล่านี้ เนื่องจากเป็นระดับที่จดจำได้ง่ายและได้รับการจับตามองอย่างแพร่หลาย

ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงมักตอบสนองอย่างชัดเจนเมื่อราคาเคลื่อนไหวเข้าใกล้ตัวเลขกลมเหล่านี้

ตัวอย่าง:
หากราคาหุ้นกำลังเข้าใกล้ระดับ $100 เทรดเดอร์จำนวนมากอาจเลือกปิดทำกำไรหรือเปิดสถานะใหม่บริเวณระดับดังกล่าว

 

การใช้แนวรับและแนวต้านในการตัดสินใจเทรด

เทรดเดอร์นิยมใช้แนวรับและแนวต้านเพื่อช่วยวางแผนการเทรด

หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมคือ การซื้อใกล้แนวรับและขายใกล้แนวต้าน

ตัวอย่าง:
หากราคาหุ้นดีดตัวกลับจากระดับ $50 หลายครั้ง และปรับตัวลงจากระดับ $60 อยู่เสมอ เทรดเดอร์อาจเลือกซื้อบริเวณ $50 และขายบริเวณ $60

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือ การเทรดตามการทะลุระดับราคา (Breakout)

Breakout คือสถานการณ์ที่ราคาสามารถทะลุแนวต้านขึ้นไป หรือหลุดต่ำกว่าแนวรับได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่าง:
หากราคาทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปพร้อมแรงส่งของราคา (Momentum) อาจเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่

นอกจากนี้ แนวรับและแนวต้านยังช่วยให้เทรดเดอร์สามารถกำหนดจุดหยุดขาดทุน (Stop-Loss) เพื่อจำกัดความเสี่ยงได้อีกด้วย

 

สรุปบทเรียน

  • แนวรับ คือระดับราคาที่การปรับตัวลงของราคาอาจหยุดลงและกลับตัวสูงขึ้น

  • แนวต้าน คือระดับราคาที่การปรับตัวขึ้นของราคาอาจชะลอตัวหรือกลับตัวลง

  • เทรดเดอร์สามารถระบุระดับราคาเหล่านี้ได้จากพฤติกรรมราคาในอดีตบนกราฟ

  • ระดับราคาทางจิตวิทยา เช่น ตัวเลขกลม มักมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของตลาด

  • แนวรับและแนวต้านช่วยให้เทรดเดอร์วางแผนจุดเข้า จุดออก และการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเส้นแนวโน้มและกรอบราคา (Trendlines and Channels) ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ถัดไป: การวิเคราะห์แนวโน้ม
บทเรียนถัดไป