Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  คู่มือ การซื้อขาย CFD   Breadcrumb right  กฏหมาย และ การกำกับ ควบคุม ในการเทรด CFD

ข้อควรพิจารณาในเรื่องกฏหมายและการกำกับควบคุมในการเทรด CFD

บทที่แล้ว คุณได้เรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ CFD ทั้งหลักการทำงานและประโยชน์ รวมถึงการเทรดโดยไม่จำเป็นต้องถือสินทรัพย์จริง อย่างไรก็ตาม การเข้าใจกฎหมายและการกำกับดูแลก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้การเทรดของคุณปลอดภัย

กฎหมายและการกำกับดูแลช่วยป้องกันการฉ้อโกง และยังช่วยให้คุณสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้

 

การเทรด CFD ถูกกฏหมายหรือไม่?

การเทรด CFD เป็นสิ่งที่ ถูกกฏหมายในหลายๆประเทศ แต่สถานะทางกฏหมายของการเทรด CFD จะแตกต่างกันตามภูมิภาค

ด้านล่างนี้ คือ รายละเอียดเกี่ยวกับ สถานะทางกฎหมายของ CFD ในภูมิภาคหลักต่าง ๆ ของโลก

 

ภูมิภาค

สถานะทางกฎหมาย

หน่วยงานกำกับดูแล

กฎระเบียบที่สำคัญ

ตะวันออกกลาง

แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ

UAE : SCA , ซาอุฯ: CMA

 

โบรกเกอร์ใน UAE ต้องได้รับใบอนุญาต; ซาอุฯ มีข้อจำกัดในการซื้อขาย CFD

ยุโรป

 

ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้ข้อบังคับของ ESMA

ESMA

จำกัดเลเวอเรจ , แจ้งเตือนความเสี่ยง ,คุ้มครองยอดคงเหลือติดลบ

สหราชอาณาจักร

 

ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA

 

FCA

มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย อยู่ภายใต้การควบคุมของ FCA

สหรัฐอเมริกา

ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับผู้มีถิ่นนำพักในสหรัฐฯ

SEC, CFTC, NFA

 

 

SEC สั่งห้ามการซื้อขาย CFD เนื่องจากความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจที่สูง

ออสเตรเลีย

ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ASIC

ASIC

ASIC รับรองความโปร่งใสของตลาด และการคุ้มครองนักลงทุน

 

การเทรด CFD ถูกกฎหมายในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือไม่?

สถานะทางกฎหมายของ การเทรด CFD ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ และขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของแต่ละแห่ง บางประเทศให้การยอมรับและอนุญาตให้เทรด CFD ได้ ขณะที่บางประเทศอาจมีข้อจำกัดต่างๆ

ตัวอย่างเช่น ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) การเทรด CFD เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงาน สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (SCA) โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตใน UAE สามารถให้บริการเทรด CFD แก่นักลงทุนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่ในขณะที่สถานะทางกฏหมายยังถูกจำกัดในบางประเทศ เช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย

หน่วยงานที่กำกับดูแล ตลาดทุนของประเทศซาอุดีอาระเบีย คือ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของซาอุดีอาระเบีย (CMA) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลตลาดการเงินภายในประเทศ และอาจมีข้อหลายอย่างในการเทรด CFD หรือ อาจไม่อนุญาตให้มีการเทรด CFD เลยก็ได้

 

การเทรด CFD ถูกกฎหมายในยุโรปหรือไม่?

การเทรด CFD ถือว่า ถูกกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรป แต่อาจมีกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดย หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดยุโรป (ESMA) ได้ตั้งข้อจำกัดบางอย่าง เพื่อเพิ่มการคุ้มครองให้กับนักลงทุน

กฏข้อบังคับบางอย่างของ ESMA ได้แก่:

  • ข้อจำกัดของเลเวอเรจ: ESMA ได้ตั้งข้อจำกัดของการให้เลเวอเรจแก่นักลงทุนรายย่อย ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามประเภทของสินทรัพย์

  • กฏการปกป้องยอดคงเหลือติดลบ: ผู้ให้บริการต้องมีมาตรการในการปกป้องลูกค้ารายย่อยจากการขาดทุนมากกว่าจำนวนเงินลงทุน

  • การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่างๆ: ผู้ให้บริการต้องชี้แจงเรื่องความเสี่ยงให้ชัดเจนแก่นักลงทุนรายย่อยที่อาจเกิดขึ้นกับการเทรด CFD รวมถึงการขาดทุนในปริมาณมาก

 

การเทรด CFD ถูกกฎหมายในสหราชอาณาจักรหรือไม่?

ใช่แล้ว การเทรด CFD ถูกต้องตามกฎหมายในสหราชอาณาจักร โดยสหราชอาณาจักรถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก และการเทรด CFD ก็เป็นรูปแบบการลงทุน ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

อย่างไรก็ตาม การเทรด CFD ในสหราชอาณาจักรอยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล ตลาดการเงินและบริษัทต่างๆ ในสหราชอาณาจักร

 

การเทรด CFD ถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?

การเทรด CFD จะมีข้อจำกัดสำหรับพลเมืองในสหรัฐฯ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายนี้ มีวัตถุประสงค์ในการปกป้องนักลงทุน จากลักษณะภาวะความเสี่ยงสูงของ CFD โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้เลเวอเรจ

นอกจากนี้ การเทรด CFD ไม่ได้มีลักษณะทั่วไป เหมือนภูมิภาคอื่นๆ และจะถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยหน่วยงานต่างๆ เช่น

 

การเทรด CFD ถูกต้องตามกฎหมายในออสเตรเลียหรือไม่?

การเทรด CFD ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายในประเทศออสเตรเลีย โดยมี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย (ASIC) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในการกำกับดูแลตลาดการเงิน และบริษัทต่าง ๆ ในประเทศ รวมถึงผู้ให้บริการ CFD

ASIC ทำหน้าที่ควบคุมการซื้อขาย CFD เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการคุ้มครองนักลงทุน

ดังนั้น การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของ การเทรด CFD ในประเทศของคุณ ก่อนเริ่มต้นการลงมือทำการใด ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

 

หน่วยงานกำกับดูแลและบทบาทของแต่ละแห่ง

การเทรด CFD ในแต่ละประเทศจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานด้านการเงินที่แตกต่างกัน หากคุณได้ตรวจสอบข้อมูลของโบรกเกอร์โดยละเอียด  คุณจะพบว่าโบรกเกอร์แต่ละที่ได้ถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานทางการใดบ้าง

ตัวอย่างเช่น XS ของเราเอง ในปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจาก หลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ FSA, ASIC, FSCA, LFSA และ CySEC แล้วหน่วยงานเหล่านี้ คืออะไร? และทำไมนักเทรดอย่างคุณ ถึงควรให้ความสำคัญ?

 

หน่วยงานกำกับดูแลในการเทรด CFD คืออะไร?

หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน คือ องค์กรที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจกรรมของโบรกเกอร์ CFD และการเทรด CFD ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

หน้าที่หลักๆของหน่วยงานกำกับดูแลมีดังต่อไปนี้:

  • รักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของตลาดการเงิน

  • คงความยุติธรรมและโปร่งใสในทุกกิจกรรมการเทรด

  • คุ้มครองนักลงทุนในการเทรด CFD

พูดง่าย ๆ ก็คือ หน่วยงานกำกับดูแลทำหน้าที่ตรวจสอบว่า แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ที่คุณใช้นั้น ไม่ใช่การหลอกลวง และยังช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า แพลตฟอร์มนั้นถูกกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเรื่องนี้ มีความสำคัญมากในวงการเทรด CFD เพราะวงการนี้ เต็มไปด้วยเว็บไซต์ และบุคคลหลอกลวง รวมถึงกลโกงในรูปแบบต่างๆ

 

บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแล CFD

หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลตลาด CFD ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงกำหนดกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ยังรับผิดชอบในการตรวจสอบ และบังคับใช้กฎอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน

ต่อไปนี้ คือตั วอย่างหน้าที่หลักที่ครอบคลุมมากกว่าการตั้งกฎทั่วไป:

 

1. การให้การอนุญาตและออกใบอนุญาต

หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดให้ โบรกเกอร์ CFD ต้องได้รับใบอนุญาต ก่อนที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย โดยโบรกเกอร์จะต้องผ่านการประเมินต่างๆอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคงทางการเงิน ขั้นตอนการดำเนินงาน และแนวทางบริหารความเสี่ยง เพื่อให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับที่กำหนดไว้

 

2. การปกป้องลูกค้า

หน่วยงานกำกับดูแลจะบังคับ ใช้แนวทางที่เข้มงวด เพื่อคุ้มครองเงินทุนของนักลงทุน โดยโบรกเกอร์จะต้องแยกบัญชีเงินทุนของลูกค้าออกจากบัญชีเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินของนักลงทุน มีความปลอดภัย

 

3. มาตรการบริหารความเสี่ยง

เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการขาดทุนเกินควร หน่วยงานกำกับดูแลจะกำหนดข้อจำกัด เกี่ยวกับเลเวอเรจ ข้อกำหนดด้านการใช้มาร์จิ้น และมาตรการควบคุมความเสี่ยงอื่น ๆ กฎเหล่านี้ช่วยป้องกันไม่ให้ป้องกัน ไม่ให้นักลงทุนรับความเสี่ยงเกิน ควรจากความผันผวนของตลาด

 

4. ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล

โบรกเกอร์ CFD ต้องให้ข้อมูลที่โปร่งใส และชัดเจนเกี่ยวกับ ความเสี่ยงในการเทรด ค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน ค่าสเปรด และการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจต่างๆกับผู้ลงทุน

เพื่อให้นักลงทุนได้ตระหนัก และเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ก่อนการเข้าตลาด

 

5. การปฏิบัติตามกฎระเบียบและการบังคับใช้

หน่วยงานกำกับดูแลจะดำเนินการตรวจสอบ การตรวจบัญชี และการสืบสวน เพื่อให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หากโบรกเกอร์รายใดไม่ปฏิบัติตาม อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษ เช่น ค่าปรับ มาตรการคว่ำบาตร หรือการเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีที่มีการละเมิดอย่างร้ายแรง

หากโบรกเกอร์มีใบอนุญาตจาก หน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง นั่นถือเป็น สัญญาณเชิงบวกที่แสดงถึง ความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาร่วมด้วย ซึ่งเราจะพูดถึงในบทถัดๆไป

 

การออกใบอนุญาตและระดับชั้นของการกำกับดูแล

โบรกเกอร์ CFD จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาต เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่งก็มีระดับความเข้มงวดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งระดับของหน่วยงานเหล่านี้ออกได้เป็น 3 ชั้นหลัก:

  • ระดับชั้นเอก: หน่วยงานกำกับดูแลที่มีความเชื่อน่าถือสูงมาก มีการบังคับใช้กฎข้อบังคับที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เช่น FCA (สหราชอาณาจักร), ASIC (ออสเตรเลีย), ESMA (สหภาพยุโรป) และ CFTC     (สหรัฐฯ) (แม้ว่า CFTC จะแบน CFDs ในสหรัฐอมริกา)

  • ระดับชั้นโท: หน่วยงานที่มีการควบคุมในระดับปานกลาง เช่น CySEC (ไซปรัส) และ FSCA (แอฟริกาใต้) ซึ่งมีการกำกับดูแลพื้นฐาน แต่ไม่ได้เข้มงวดในการบังคับ ใช้กฏข้อบังคับเท่าชั้นเอก

  • ระดับชั้นตรี: คือหน่วยงานกำกับดูแลในดินแดนห่างออกไป เช่น LFSA (ลาบวน ประเทศมาเลเซีย), FSA (เซเชลส์) และ IFSC (เบลีซ) ซึ่งบังคับใช้กฏระเบียบที่น้อยกว่า และปกปองนักลงทุนแบบมีข้อจำกัด

ตัวอย่างเช่น หน่วยงาน CySEC ดำเนินงานภายใต้ MiFID II (Markets in Financial Instruments Directive) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเปิดโอกาสให้โบรกเกอร์ ที่ได้รับการกำกับดูแลโดย CySEC สามารถให้บริการได้ทั่วทั้งเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

การเข้าใจลำดับชั้นของหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้จะช่วยให้ นักลงทุนสามารถประเมินระดับการคุ้มครอง และความปลอดภัยที่โบรกเกอร์แต่ละรายมีให้

 

โบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแล vs โบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล

การเทรดกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจะช่วยรับประกันความโปร่งใส ความมั่นคงทางการเงิน และการคุ้มครองทางกฎหมายในกรณีเกิดข้อพิพาท โดยโบรกเกอร์เหล่านี้จำเป็นต้อง:

  • แยกเงินทุนของลูกค้าออกจากบัญชีดำเนินงานของบริษัท

  • มีสภาพแวดล้อมการเทรดที่ยุติธรรม และเปิดเผยข้อมูลด้านความเสี่ยงอย่างชัดเจน

  • ผ่านการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติตามข้อบังคับจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ

ในทางกลับกัน โบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลจะดำเนินการโดยไม่มีหน่วยงานควบคุม ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหา เช่น การปรับราคาที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาในการถอนเงิน และการขาดการคุ้มครองนักลงทุน คุณควรหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกหรือการสูญเสียเงินทุน

 

วิธีตรวจสอบสถานะการกำกับดูแลของโบรกเกอร์

หากต้องการยืนยันว่า โบรกเกอร์ CFD ที่คุณสนใจได้รับการกำกับดูแลอย่างแท้จริง หรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตของโบรกเกอร์: โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องมักจะแสดงหมายเลขใบอนุญาตบนเว็บไซต์ของตน โดยปกติจะอยู่ที่ส่วนท้ายของหน้า หรือในหน้าข้อมูล "เกี่ยวกับเรา"

  2. ยืนยันกับเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล: เข้าไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FCA, ASIC หรือ CySEC แล้วค้นหาชื่อหรือหมายเลขใบอนุญาตของโบรกเกอร์นั้น

  3. ตรวจสอบคำเตือนหรือเรื่องร้องเรียน: หน่วยงานกำกับดูแลที่มีชื่อเสียงจะเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่มีพฤติกรรมฉ้อโกง หรือโบรกเกอร์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน

หากโบรกเกอร์อ้างว่า ได้รับการกำกับดูแล แต่ไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้น ๆ เป็นไปได้สูงว่าโบรกเกอร์รายนั้นไม่ได้รับการกำกับดูแลจริง หรือแอบอ้างว่าได้รับใบอนุญาต

 

สรุปบทเรียน

  • การเทรด CFD เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในหลายประเทศ แต่ยังคงถูกห้ามหรือมีข้อจำกัดในบางภูมิภาค เช่น สหรัฐอเมริกาและบางประเทศในตะวันออกกลาง

  • หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ESMA, FCA, ASIC และ SCA มีบทบาทในการกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อปกป้องนักลงทุน เช่น การจำกัดเลเวอเรจ และการป้องกันยอดคงเหลือติดลบ

  • การเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแล จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเป็นไปตามหลักความโปร่งใส มีความปลอดภัยของเงินทุน และมีการซื้อขายอย่างยุติธรรม

  • นักลงทุนควรตรวจสอบใบอนุญาต และสถานะการกำกับดูแลของโบรกเกอร์ทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกหรือใช้แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต

การรู้ว่าการเทรด CFDs สามารถทำได้ในประเทศใดบ้าง และเข้าใจบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกและการใช้งานในแพลตฟอร์มที่ไม่ปลอดภัย

ในบทเรียนถัดไป เราจะพาคุณไปเรียนรู้ วิธีเลือกโบรกเกอร์ CFD ที่เหมาะสม

ถัดไป: การเลือกโบรกเกอร์ CFD
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด