ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
บทเรียนก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงโบรกเกอร์ CFD หลายครั้ง และกล่าวถึงความสำคัญของโบรกเกอร์ในการเทรด CFD แบบคร่าว ๆ
ในบทเรียนนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าโบรกเกอร์ CFD คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และทำไมโบรกเกอร์ถึงมีความสำคัญต่อการเทรด CFD
โบรกเกอร์ CFD เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างคุณกับตลาดการเงิน หากคุณต้องการเทรดหุ้น สกุลเงิน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ คุณจำเป็นต้องเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขาย
ซึ่งนั่นคือ บทบาทของโบรกเกอร์ CFD โบรกเกอร์จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เครื่องมือ และการเข้าถึงตลาดให้กับคุณ
เพื่อให้คุณสามารถซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภทได้ ตั้งแต่หุ้น สกุลเงิน ไปจนถึงสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์เหล่านั้นจริง ๆ
โบรกเกอร์ CFD ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างคุณกับตลาด CFD พวกเขาจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อผลลัพธ์ การเทรดของคุณ ดังนั้น การรู้วิธีเลือก โบรกเกอร์ CFD ที่ดีที่สุด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม
สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ เรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและใบอนุญาตกำกับดูแล เราได้อธิบายไว้แล้วในบทเรียนก่อนว่า หน่วยงานกำกับดูแลมีบทบาทในการตรวจสอบ ให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ CFD มีความน่าเชื่อถือ และคอยปกป้องคุณรวมถึงเงินทุนของคุณ
ดังนั้น สิ่งแรกที่คุณควรตรวจสอบ เมื่อจะเลือกโบรกเกอร์ CFD ก็คือ พวกเขาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่มีชื่อเสียงหรือไม่
หน่วยงานกำกับดูแลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น:
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (ASIC)
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัส (CySEC)
สำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งสวีเดน (FSA)
ลองสมมติว่า คุณกำลังเปรียบเทียบ โบรกเกอร์สองราย:
โบรกเกอร์รายที่ #1: เสนอเงื่อนไขการเทรดที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานการเงินใดเลย (ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ)
โบรกเกอร์รายที่ #2: มีเงื่อนไขการเทรดที่ดี ได้รับการกำกับดูแลจากทั้ง ASIC และ CySEC และยังมีการแยกเงินทุนลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท พร้อมให้ความคุ้มครองด้านประกัน
กรณีนี้ คุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่าง แน่นอน การหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตถือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดให้ซับซ้อนเลย ไม่ว่าจะมีข้อเสนอที่ดูน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม
สิ่งต่อไปที่คุณควรพิจารณา เมื่อต้องเลือกโบรกเกอร์ CFD คือ ความโปร่งใส หมายความว่าคุณควรสามารถค้นหาข้อมูลสำคัญทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์
ตัวอย่างเช่น คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับใบอนุญาต บัญชีประเภทต่าง ๆ ค่าธรรมเนียม คอมมิชชัน สเปรด วิธีการถอนเงิน , ทุกอย่าง
หากคุณเข้าไปในเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วทุกอย่างไม่ชัดเจน และคุณไม่สามารถหาข้อมูลที่ต้องการได้เลย ให้รีบถอยออกมา
ความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญมาก และโบรกเกอร์ที่ไม่แสดงข้อมูลต่าง ๆ อย่างชัดเจน มักจะซ่อนบางสิ่งไว้ ซึ่งอาจหมายถึงการฉ้อโกง
เรามาลองเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์แต่ละรายกัน ซึ่งรวมทั้งค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียมสำหรับการถือออเดอร์ข้ามคืน แนะนำให้เลือกโบรกเกอร์ที่ตั้งราคาอย่างโปร่งใส และมีราคาที่แข่งขันได้ จะช่วยให้คุณลดต้นทุนในการเทรดได้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น โบรกเกอร์บางรายโฆษณาว่าไม่มีค่าคอมมิชชัน แต่ชดเชยด้วยการขยายสเปรดออก ทำให้ลูกค้าเสียค่าการเทรดสูงขึ้น
ขณะที่บางโบรกเกอร์อาจเรียกเก็บ ค่าคอมมิชชันในอัตราที่เหมาะสม แต่ให้สเปรดแคบ และมีโครงสร้างราคาที่โปร่งใส
สิ่งสำคัญ คือ คุณควรเลือกโบรกเกอร์ ที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณมากที่สุด
คุณควรประเมินแพลตฟอร์มการเทรด และเครื่องมือ ที่โบรกเกอร์มีให้ โดยต้องแน่ใจว่าแพลตฟอร์มนั้น:
ใช้งานง่าย
เชื่อถือได้
มีฟีเจอร์สำคัญ เช่น เครื่องมือกราฟ, Indicator ทางเทคนิค, และตัวเลือกในการจัดการความเสี่ยง
เทรดเดอร์บางคนชอบเทรด ผ่านเดสก์ท็อป ขณะที่บางคนชอบความยืดหยุ่นในการเทรดผ่านมือถือ ดังนั้น โบรกเกอร์ที่ดีควรสามารถรองรับเทรดเดอร์ ทั้งสองกลุ่มนี้ได้
พิจารณาความหลากหลายของตลาด และตราสารทางการเงิน ที่โบรกเกอร์มีให้เลือก การมีสินทรัพย์หลากหลายประเภท ช่วยให้คุณกระจายพอร์ตการลงทุนได้ดีขึ้น และยังเปิดโอกาสให้คว้าโอกาสจากตลาดที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ที่ XS เราให้คุณเข้าถึงตลาดต่าง ๆ ได้โดยตรง เช่น:
หุ้น
ดัชนี
โลหะมีค่า
คริปโต
ฟอเร็กซ์
สินค้าโภคภัณฑ์
พลังงาน
ประเมินคุณภาพของฝ่ายบริการลูกค้าและทรัพยากรที่โบรกเกอร์มีให้
การมีทีมซัพพอร์ตที่ตอบกลับได้รวดเร็วและมีความรู้ สามารถช่วยเหลือคุณได้ในช่วงเวลาทำการ และแก้ไขปัญหาหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ที่คุณอาจพบเจอระหว่างการเทรด
ตัวอย่างเช่น ที่ XS เรามีฝ่ายบริการลูกค้าที่ให้บริการหลายภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ รองรับเทรดเดอร์จากทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังมีศูนย์ช่วยเหลือที่ได้รวมคำถามที่พบบ่อยของเทรดเดอร์ไว้อย่างครบถ้วน
หากต้องการประเมินตัวเลือกโบรกเกอร์ CFD อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
การค้นคว้าและเปรียบเทียบ: ศึกษาข้อมูลของโบรกเกอร์ต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยเปรียบเทียบฟีเจอร์ บริการ และชื่อเสียงของแต่ละราย
รีวิวออนไลน์และคำแนะนำจากผู้ใช้งาน: อ่านรีวิวและคำแนะนำจากเทรดเดอร์รายอื่น เพื่อเข้าใจประสบการณ์จริงในการใช้งานโบรกเกอร์แต่ละราย
การประเมินชื่อเสียง: พิจารณาชื่อเสียงและประวัติของโบรกเกอร์ในอุตสาหกรรม รวมถึงดูว่ามีประวัติเกี่ยวกับการละเมิดกฎระเบียบหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้าหรือไม่
การทดลองบัญชีเดโม: เปิดบัญชีเดโมกับโบรกเกอร์ที่อยู่ในรายชื่อที่คุณสนใจ เพื่อทดลองใช้งานแพลตฟอร์มและเงื่อนไขการเทรดจริง โดยไม่ต้องเสี่ยงใช้เงินจริง
การเลือกโบรกเกอร์ CFD ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของเงินทุน เงื่อนไขการเทรดที่ยุติธรรม และการป้องกันจากการถูกหลอกลวง
เทรดเดอร์ควรเปรียบเทียบ ค่าธรรมเนียม แพลตฟอร์มการเทรด นโยบายเลเวอเรจ และฝ่ายบริการลูกค้า ก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์
ค่าธรรมเนียมแอบแฝง โบรกเกอร์ต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต และข้อเสนอที่ทำให้เข้าใจผิด ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง
การตรวจสอบสถานะด้านกฎหมายของโบรกเกอร์ และการทดลองใช้งานผ่านบัญชีเดโม เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริง
หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้ และพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ได้อธิบายไว้ในบทเรียนนี้ คุณก็จะสามารถเลือกโบรกเกอร์ CFD ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อสนับสนุนเส้นทางการเทรดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทถัดไป เราจะเจาะลึกเรื่อง แพลตฟอร์มการเทรด CFD โดยจะเปรียบเทียบฟีเจอร์ ความสะดวกในการใช้งาน และวิธีเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้
อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด