Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  บทนำสู่ การเทรดหุ้น   Breadcrumb right  กฎระเบียบและจริยธรรมในการซื้อขายหุ้น

กฎระเบียบและจริยธรรมในการซื้อขายหุ้น

บทเรียนที่ 6 จะพาคุณไปเจาะลึก กรอบกฎหมายและหลักจริยธรรม ที่มีความสำคัญต่อการซื้อขายหุ้นอย่างรับผิดชอบ เนื้อหานี้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียนรู้ในบทก่อนหน้าเกี่ยวกับ การบริหารความเสี่ยง และ การวิเคราะห์หุ้น โดยเน้นย้ำถึง บทบาทของการปฏิบัติตามกฎระเบียบและหลักจริยธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้การซื้อขายประสบความสำเร็จ

 

ภาพรวมของกฎระเบียบในการซื้อขายหุ้น

การซื้อขายหุ้นอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ครอบคลุม ซึ่งมีขึ้นเพื่อรับรองความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือในตลาดการเงิน กฎระเบียบเหล่านี้มีบทบาทในการคุ้มครองนักลงทุน รักษาความเป็นระเบียบในตลาด และส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม

หน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ:

  • ในสหรัฐอเมริกา หน่วยงานหลัก คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลธุรกรรมหลักทรัพย์ ให้ตลาดการเงินดำเนินไปอย่างยุติธรรม โปร่งใส และป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบ

  • ในสหราชอาณาจักร สำนักงานกำกับดูแลกิจการการเงิน (FCA) ทำหน้าที่คล้ายกัน โดยกำกับดูแลบริษัททางการเงินและตลาดหลักทรัพย์

  • ส่วนในออสเตรเลีย หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (ASIC) ซึ่งกำกับดูแลบริการทางการเงินและบริษัทต่าง ๆ ภายในประเทศ

ตัวอย่างเช่น XS.com ซึ่งเป็นโบรกเกอร์แบบหลายสินทรัพย์ก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานเหล่านี้ ได้แก่:

  • สำนักงานบริการทางการเงิน (FSA)

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (ASIC)

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไซปรัส (CySEC)

องค์กรกำกับดูแลเหล่านี้ออกกฎและมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติสำหรับบริษัทจดทะเบียนและผู้ให้บริการทางการเงิน พร้อมทั้งทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมการดำเนินการของบริษัทและเทรดเดอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามกฎหมาย

นอกจากนี้ หน่วยงานเหล่านี้ยังมีอำนาจในการสืบสวนและลงโทษบุคคลหรือบริษัทที่กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลวงใน หรือการบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน อีกทั้งยังให้ความรู้และคำแนะนำเพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจสิทธิและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นอีกด้วย

 

กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการออกกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อปกป้องนักลงทุน และรักษาความน่าเชื่อถือของตลาดการเงิน การเข้าใจสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญทั้งในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมายและการซื้อขายอย่างมีจริยธรรม

 

กฎหมาย Sarbanes-Oxley Act

กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ในปี 2002 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์อื้อฉาวทางธุรกิจและบัญชีครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสของบริษัท และป้องกันการทุจริตทางบัญชี

ข้อกำหนดสำคัญของกฎหมายนี้ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีและการเปิดเผยข้อมูล เพิ่มความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง และเสริมการกำกับดูแลสำนักงานบัญชีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

กฎหมาย Dodd-Frank

กฎหมาย Dodd-Frank ถูกประกาศใช้ในปี 2010 หลังจากเกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความเสี่ยงในระบบการเงินของสหรัฐฯ กฎหมายนี้ประกอบด้วยมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่รับความเสี่ยงมากเกินไปและขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตดังกล่าว

ภายใต้กฎหมายนี้มีการจัดตั้ง สภากำกับดูแลเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Oversight Council) และ สำนักคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน (Consumer Financial Protection Bureau) รวมถึงการนำมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นมาใช้ และเพิ่มการกำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด

 

กฎหมาย MiFID II ในยุโรป

MiFID II หรือ ชื่อเต็มว่า Markets in Financial Instruments Directive II คือ กรอบกฎหมายสำคัญของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมตลาดการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความคุ้มครองให้กับนักลงทุน

ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ได้มีการขยายขอบเขตจาก MiFID เดิมให้ครอบคลุมถึงอนุพันธ์สินค้าโภคภัณฑ์ และ เงินฝากที่มีโครงสร้างซับซ้อนรวมถึงกำหนดให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นในการซื้อขายสินทรัพย์ทั้งที่เป็นตราสารทุน (equity) และไม่ใช่ตราสารทุน (non-equity) อีกทั้งยังวางกฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและการทำการซื้อขาย

กฎหมาย MiFID II ส่งผลให้ตลาดหุ้นในยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานการรายงานที่เข้มงวดขึ้น, ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น, และ การคุ้มครองนักลงทุนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

จริยธรรมในการซื้อขายหุ้น

การซื้อขายหุ้นอย่างมีจริยธรรม หมายถึง การดำเนินธุรกรรมด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส โดยไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องเคารพหลักความยุติธรรมและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนร่วมรายอื่นในตลาด

การรักษามาตรฐานจริยธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพ และความมั่นคงของตลาดการเงินในระยะยาว เพราะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ส่งเสริมความไว้วางใจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ในทางกลับกัน พฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมอาจนำไปสู่การบิดเบือนตลาด เกิดความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งอาจนำไปสู่ความปั่นป่วนหรือวิกฤตทางการเงิน

 

ตัวอย่างของพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมในการซื้อขายหุ้น:

  • การซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading): หมายถึง การซื้อหรือขายหุ้นโดยใช้ ข้อมูลสำคัญที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลงบการเงิน หรือแผนควบรวมกิจการ เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งเป็นการบิดเบือนความยุติธรรมในตลาด และถือว่าผิดกฎหมาย

  • การปั่นราคาหุ้น (Market Manipulation): คือ การดำเนินกิจกรรม เช่น การเผยแพร่ข่าวลือเท็จ หรือการซื้อขายแบบจงใจ เพื่อชักจูงให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลง โดยไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ถือเป็นการบิดเบือนราคาตลาด

  • การซื้อขายแซงหน้าลูกค้า (Front Running): เกิดขึ้นเมื่อโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นเพื่อตัวเองก่อนที่จะดำเนินการคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยอาศัยความได้เปรียบจากการรู้ข้อมูลคำสั่งที่กำลังจะถูกส่งเข้าสู่ตลาด

  • การซื้อขายเกินความจำเป็น (Churning): คือ การที่โบรกเกอร์หรือผู้จัดการบัญชีทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีลูกค้าอย่างมากเกินไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อเก็บค่าคอมมิชชั่น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรมและผิดกฎหมาย

 

ผลลัพธ์ของพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมและการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

การกระทำที่ขาดจริยธรรม เช่น การใช้ข้อมูลภายใน การปั่นราคาหุ้น หรือการฉ้อโกง อาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับจำนวนมาก การถูกเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ หรือแม้กระทั่งโทษจำคุกในกรณีร้ายแรง

หน่วยงานกำกับดูแล เช่น SEC (สหรัฐฯ) FCA (สหราชอาณาจักร) หรือ ASIC (ออสเตรเลีย) มีอำนาจในการสืบสวนและดำเนินคดีกับบุคคลหรือบริษัทที่ละเมิดกฎหมายและระเบียบการซื้อขาย

นอกจากบทลงโทษทางกฎหมายแล้ว การเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม ยังอาจทำลายชื่อเสียงของนักเทรดหรือบริษัทแบบไม่อาจกู้คืนได้ ความสูญเสียความไว้วางใจจากสาธารณะอาจส่งผลให้ธุรกิจหดตัว หาคู่ค้าร่วมงานยากขึ้น และต้องเผชิญกับภาพลักษณ์เชิงลบในระยะยาว

พฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมมักตามมาด้วยต้นทุนทางการเงินมหาศาล ไม่เพียงแค่ค่าปรับหรือบทลงโทษ แต่ยังรวมถึงรายได้ที่สูญเสียจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เสียหาย ทั้งกับนักลงทุนและลูกค้า

 

สรุปบทเรียน

  • หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC, FCA และ ASIC ทำหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบการซื้อขาย และคุ้มครองผลประโยชน์ของนักลงทุน

  • กฎหมายสำคัญ เช่น Sarbanes-Oxley และ Dodd-Frank มีบทบาทในการสร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในตลาด

  • การปฏิบัติตามกฎหมายในกระบวนการซื้อขายช่วยหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย

  • การซื้อขายอย่างมีจริยธรรม ต้องอาศัยความซื่อตรงและความยุติธรรมในทุกการดำเนินการ

  • พฤติกรรมอย่างการใช้ข้อมูลภายในและการปั่นราคาหุ้น ถือเป็นการบิดเบือนความเป็นธรรมในตลาด

  • พฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมอาจนำไปสู่บทลงโทษ เช่น ค่าปรับจำนวนมาก หรือโทษจำคุก

  • ชื่อเสียงของบุคคลหรือองค์กรอาจได้รับความเสียหายอย่างถาวรจากการกระทำที่ผิดจริยธรรม

  • ผลกระทบทางการเงินจากการละเมิดจริยธรรม รวมถึงค่าปรับและการสูญเสียรายได้จากธุรกิจ

โดยสรุปแล้ว พฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมและการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการซื้อขายหุ้น อาจส่งผลรุนแรงในหลายมิติ ไม่เพียงแต่โทษทางกฎหมายและการเงินในระยะสั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายด้านชื่อเสียงในระยะยาว และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการยึดมั่นในหลักจริยธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายในการซื้อขายหุ้นอย่างแท้จริง

ถัดไป: จิตวิทยาในการซื้อขายหุ้น
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด