ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
ตอนนี้คุณได้เข้าใจพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานแล้ว ก็ถึงเวลามาดู กลยุทธ์การเทรดในแบบต่าง ๆ ที่นักเทรดคริปโตนิยมใช้กัน
ในบทนี้ เราจะพูดถึงกลยุทธ์อย่างการเทรดรายวัน การเทรดสวิง การถือครองระยะยาว การเก็งกำไรระยะสั้น การทำกำไรจากส่วนต่างราคา การเทรดตามแนวโน้ม และการเทรดเมื่อราคาทะลุแนวสำคัญ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการถือเหรียญระยะยาวแบบ กับการเทรดแบบลงมือซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
นักเทรดสามารถเลือกช่วงเวลาการเทรดที่เหมาะกับตัวเองได้ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ความเข้าใจในตลาด และเวลาที่มีให้กับการเทรด โดยรูปแบบการเทรดหลัก ๆ มี 3 แบบ คือ การเทรดรายวัน การเทรดแบบสวิง และการถือครองระยะยาว
การเทรดรายวันคือการซื้อขายคริปโตภายในวันเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อจับกำไรจากความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของราคา นักเทรดจะอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค อินดิเคเตอร์ และแนวโน้มตลาดในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลา: ไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง ปิดทุกดีลก่อนหมดวัน
เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่สามารถเฝ้าตลาดได้ตลอดเวลา
ระดับความเสี่ยง: สูง เพราะการเทรดบ่อยเสี่ยงขาดทุนจากทั้งความผันผวนและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบ่อย
การเทรดแบบสวิงคือการถือครองดีลเป็นเวลาหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ เพื่อเก็งกำไรจากแนวโน้มราคาระยะกลาง ต้องการการติดตามตลาดน้อยกว่าเทรดรายวัน แต่ก็ยังใช้การวิเคราะห์ทั้งทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน
ช่วงเวลา: หลายวันถึงหลายสัปดาห์
เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่ต้องการทำกำไรจากแนวโน้มราคาตลาด โดยไม่ต้องติดตามตลาดตลอดเวลา
ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความผันผวนระยะสั้น
การเทรดแบบถือสถานะคือ กลยุทธ์ระยะยาว ที่นักเทรดจะถือสินทรัพย์ไว้ หลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือแม้แต่หลายปี โดยเน้นที่แนวโน้มระยะยาว วิธีนี้คล้ายกับการลงทุนแต่ยังต้องใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและเลือกจังหวะซื้อขาย
ช่วงเวลา: หลายสัปดาห์ถึงหลายปี
เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่อยากถือระยะยาว ไม่ต้องเฝ้าตลาดตลอด และมั่นใจในแนวโน้มระยะยาว
ระดับความเสี่ยง: ต่ำถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์
Scalping คือเทคนิคเทรดสายสั้นที่เข้าออกตลาดบ่อยมาก บางคนเทรดวันเดียวเป็นสิบหรือเป็นร้อยรอบ เพื่อเก็บกำไรทีละนิดจากการขยับขึ้นลงของราคา กลยุทธ์นี้จะเวิร์กจริง ๆ ก็ต่อเมื่อตลาดมีคนซื้อขายเยอะ (สภาพคล่องดี) ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และระบบเทรดส่งคำสั่งได้เร็ว
นักเทรดสายสเกลปจะดู ข้อมูลการซื้อขายล่าสุด กราฟราคา และอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ เพื่อหาจังหวะเข้าออกจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของราคา ส่วนใหญ่จะเลือกเทรด คู่เหรียญที่มีปริมาณซื้อขายเยอะ เช่น BTC/USDT หรือ ETH/USDT เพราะราคาขยับบ่อย
สามารถ ทำกำไรเล็ก ๆ ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
ไม่ต้องถือครองเหรียญข้ามวัน ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนใหญ่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตอนตลาดปิดหรือตอนที่ไม่ได้เฝ้าจอ
ต้องเสียค่าธรรมเนียมเยอะเพราะเทรดบ่อย
ต้องเฝ้าตลาดตลอดเวลาาและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
Scalping เหมาะที่สุดสำหรับ นักเทรดที่มีประสบการณ์ และสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมการเทรดที่รวดเร็วได้
HODLing (การซื้อและการถือยาว) คือกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว โดยที่นักเทรดจะ ซื้อและถือครองคริปโตไว้เป็นเวลาหลายปี โดยไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงสั้น ๆ กลยุทธ์นี้เหมาะที่สุดกับเหรียญที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น Bitcoin และ Ethereum
การถือครองเหรียญระยะยาวแบบ HODLing เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากนัก ช่วยหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์และลดความวุ่นวายจากข่าวสารหรือกระแสตลาด
ส่วนการเทรดบ่อยก็คือการซื้อขายถี่ ๆ เพื่อหวังกำไรจากจังหวะสั้น ๆ
คนที่ถือระยะยาวเชื่อว่ามูลค่าเหรียญจะเติบโตขึ้นในระยะยาว ส่วนสายเทรดจะเน้นเลือกจังหวะเข้าซื้อขายให้เหมาะกับสภาพตลาด
ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีในแบบของตัวเอง และนักเทรดจำนวนมากก็มักจะใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน คือถือเหรียญหลักไว้ยาว ๆ แล้วแบ่งพอร์ตบางส่วนมาเทรดเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น
การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาคือกลยุทธ์ที่นักเทรด ทำกำไรจากราคาสินทรัพย์ที่ต่างกัน ระหว่างแพลตฟอร์ม โดยซื้อจากที่ที่ราคาต่ำกว่า แล้วไปขายในที่ที่ราคาสูงกว่า
ตัวอย่างเช่น ถ้า Bitcoin มีราคาบน Binance อยู่ที่ $50,000 ดอลลาร์ แต่ที่ Coinbase อยู่ที่ $50,300 ดอลลาร์ นักเทรดก็สามารถซื้อจาก Binance แล้วนำไปขายที่ Coinbase เพื่อเก็บกำไรส่วนต่าง $300 ดอลลาร์
รูปแบบของการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาในการเทรดคริปโต
เก็งกำไรข้ามกระดาน (Exchange Arbitrage): ซื้อเหรียญจากกระดานหนึ่งแล้วนำไปขายอีกกระดานที่ราคาสูงกว่า
เก็งกำไรแบบสามเหลี่ยม (Triangular Arbitrage): เปลี่ยนคริปโตจากเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญหนึ่งบนกระดานเดียวกัน เพื่อทำกำไรจากความต่างของราคาระหว่างเหรียญ
เก็งกำไรบนแพลตฟอร์ม DeFi (DeFi Arbitrage): ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาบนกระดานแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEX) และพูลสภาพคล่อง
การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาแบบนี้ต้องอาศัยการ ส่งคำสั่งที่รวดเร็วและเสียค่าธรรมเนียมต่ำ เพราะช่องว่างราคามักจะถูกปิดได้อย่างรวดเร็ว
การตามเทรนด์คือกลยุทธ์ที่นักเทรดจะเปิดออร์เดอร์ไปตาม ทิศทางของแนวโน้มตลาด และถือครองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเห็นสัญญาณการกลับตัว
ถ้าเป็นตลาดขาขึ้น นักเทรดจะ ซื้อ (เปิดสถานะซื้อ) และเก็บกำไรตามแนวโน้มขาขึ้น
ถ้าเป็นตลาดขาลง นักเทรดจะ ขาย (เปิดสถานะขาย) เพื่อทำกำไรจากราคาที่ปรับตัวลดลง
นักเทรดใช้เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average), RSI และ MACD เพื่อยืนยันทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา
การเทรดทะลุแนว คือการเข้าเทรดทันทีที่ ราคาทะลุผ่านแนวต้านหรือหลุดแนวรับ พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เพราะสัญญาณแบบนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของ การเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่
ทะลุแนวขาขึ้น: ถ้า Bitcoin วิ่งอยู่ระหว่าง $45,000 ดอลลาร์ และ $50,000 ดอลลาร์ แล้วราคาทะลุขึ้นไปเหนือ $50,000 ดอลลาร์ นักเทรดจะเปิดสถานะ Long โดยคาดว่าราคาจะขึ้นต่อ
ทะลุแนวขาลง: ถ้า Ethereum ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ระหว่าง $2,000 ดอลลาร์ และ $2,200 ดอลลาร์ แล้วราคาหลุดต่ำกว่า $2,000 ดอลลาร์ นักเทรดจะเปิดสถานะ Short
นักเทรดแบบทะลุแนว จะใช้ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น และตัวชี้วัดความผันผวนเพื่อช่วยยืนยันสัญญาณแนวทะลุ และช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก
การเทรดรายวันเน้นการซื้อขายระยะสั้นในวันเดียว ต้องเฝ้าตลาดตลอดเวลา
การเทรดสวิงจะถือสถานะนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เพื่อเก็บกำไรจากการแกว่งตัวของราคา
การถือระยะยาวเป็นกลยุทธ์ที่ถือครองเหรียญไว้เป็นเดือนหรือเป็นปี โดยดูตามแนวโน้มตลาด
การเก็งกำไรระยะสั้น (Scalping) เป็นกลยุทธ์ที่เทรดถี่ ๆ เพื่อเก็งกำไรเล็ก ๆระยะสั้น
การถือระยะยาว (HODLing) คือกลยุทธ์ลงทุนระยะยาวที่ไม่สนใจความผันผวนระยะสั้น
การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา (Arbitrage) คือการทำกำไรจากราคาที่แตกต่างกันระหว่างกระดาน โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์ตามเทรนด์ (Trend Following) คือการเทรดตามแนวโน้มตลาด ส่วนกลยุทธ์จังหวะทะลุแนวสำคัญ (Breakout) คือการเข้าเทรดทันทีที่ราคาหลุดกรอบสำคัญ
การเข้าใจและชำนาญกลยุทธ์การเทรดเป็นเรื่องสำคัญ แต่การปกป้องสินทรัพย์ของคุณก็สำคัญไม่แพ้กัน ในบทที่ 10 เราจะพูดถึง กลโกงที่พบบ่อยในวงการคริปโต วิธีป้องกันเงินทุนของคุณให้ปลอดภัย และแนวโน้มของการเทรดคริปโตในอนาคต เพื่อให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจและไม่ตกเทรนด์ในตลาด
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้
อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด