Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  แนะนำการเทรดคริปโต   Breadcrumb right  กลยุทธ์การเทรดคริปโตยอดนิยม

กลยุทธ์การเทรดคริปโตยอดนิยม

ตอนนี้คุณได้เข้าใจพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานแล้ว ก็ถึงเวลามาดู กลยุทธ์การเทรดในแบบต่าง ๆ ที่นักเทรดคริปโตนิยมใช้กัน

ในบทนี้ เราจะพูดถึงกลยุทธ์อย่างการเทรดรายวัน การเทรดสวิง การถือครองระยะยาว การเก็งกำไรระยะสั้น การทำกำไรจากส่วนต่างราคา การเทรดตามแนวโน้ม และการเทรดเมื่อราคาทะลุแนวสำคัญ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการถือเหรียญระยะยาวแบบ กับการเทรดแบบลงมือซื้อขายอย่างต่อเนื่อง

 

การเทรดรายวัน vs การเทรดแบบสวิง vs การถือครองระยะยาว

นักเทรดสามารถเลือกช่วงเวลาการเทรดที่เหมาะกับตัวเองได้ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ความเข้าใจในตลาด และเวลาที่มีให้กับการเทรด โดยรูปแบบการเทรดหลัก ๆ มี 3 แบบ คือ การเทรดรายวัน การเทรดแบบสวิง และการถือครองระยะยาว

 

Day Trading (เทรดรายวัน)

การเทรดรายวันคือการซื้อขายคริปโตภายในวันเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อจับกำไรจากความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของราคา นักเทรดจะอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค อินดิเคเตอร์ และแนวโน้มตลาดในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

  • ช่วงเวลา: ไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง ปิดทุกดีลก่อนหมดวัน

  • เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่สามารถเฝ้าตลาดได้ตลอดเวลา

  • ระดับความเสี่ยง: สูง เพราะการเทรดบ่อยเสี่ยงขาดทุนจากทั้งความผันผวนและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบ่อย

 

Swing Trading (เทรดแบบสวิง)

การเทรดแบบสวิงคือการถือครองดีลเป็นเวลาหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ เพื่อเก็งกำไรจากแนวโน้มราคาระยะกลาง ต้องการการติดตามตลาดน้อยกว่าเทรดรายวัน แต่ก็ยังใช้การวิเคราะห์ทั้งทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน

  • ช่วงเวลา: หลายวันถึงหลายสัปดาห์

  • เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่ต้องการทำกำไรจากแนวโน้มราคาตลาด โดยไม่ต้องติดตามตลาดตลอดเวลา

  • ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความผันผวนระยะสั้น

 

Position Trading (การเทรดแบบถือสถานะ)

การเทรดแบบถือสถานะคือ กลยุทธ์ระยะยาว ที่นักเทรดจะถือสินทรัพย์ไว้ หลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือแม้แต่หลายปี โดยเน้นที่แนวโน้มระยะยาว วิธีนี้คล้ายกับการลงทุนแต่ยังต้องใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคและเลือกจังหวะซื้อขาย

  • ช่วงเวลา: หลายสัปดาห์ถึงหลายปี

  • เหมาะสำหรับ: นักเทรดที่อยากถือระยะยาว ไม่ต้องเฝ้าตลาดตลอด และมั่นใจในแนวโน้มระยะยาว

  • ระดับความเสี่ยง: ต่ำถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์

 

Scalping: กลยุทธ์ทำกำไรเล็ก ๆ ระยะสั้น

Scalping คือเทคนิคเทรดสายสั้นที่เข้าออกตลาดบ่อยมาก บางคนเทรดวันเดียวเป็นสิบหรือเป็นร้อยรอบ เพื่อเก็บกำไรทีละนิดจากการขยับขึ้นลงของราคา กลยุทธ์นี้จะเวิร์กจริง ๆ ก็ต่อเมื่อตลาดมีคนซื้อขายเยอะ      (สภาพคล่องดี) ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และระบบเทรดส่งคำสั่งได้เร็ว

การเทรด-scalp-trading

Scalping ทำงานยังไง

นักเทรดสายสเกลปจะดู ข้อมูลการซื้อขายล่าสุด กราฟราคา และอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ เพื่อหาจังหวะเข้าออกจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของราคา ส่วนใหญ่จะเลือกเทรด คู่เหรียญที่มีปริมาณซื้อขายเยอะ เช่น BTC/USDT หรือ ETH/USDT เพราะราคาขยับบ่อย

 

ข้อดี:

  • สามารถ ทำกำไรเล็ก ๆ ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

  • ไม่ต้องถือครองเหรียญข้ามวัน ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนใหญ่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตอนตลาดปิดหรือตอนที่ไม่ได้เฝ้าจอ

 

ข้อเสีย:

  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมเยอะเพราะเทรดบ่อย

  • ต้องเฝ้าตลาดตลอดเวลาาและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

Scalping เหมาะที่สุดสำหรับ นักเทรดที่มีประสบการณ์ และสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมการเทรดที่รวดเร็วได้

 

การซื้อและถือยาว vs การเทรดระยะสั้น

 

การซื้อและการถือยาวคืออะไร?

HODLing (การซื้อและการถือยาว) คือกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว โดยที่นักเทรดจะ ซื้อและถือครองคริปโตไว้เป็นเวลาหลายปี โดยไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงสั้น ๆ กลยุทธ์นี้เหมาะที่สุดกับเหรียญที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น Bitcoin และ Ethereum

 

การซื้อและการถือยาว vs. การเทรดระยะสั้น

  • การถือครองเหรียญระยะยาวแบบ HODLing เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากนัก ช่วยหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์และลดความวุ่นวายจากข่าวสารหรือกระแสตลาด

  • ส่วนการเทรดบ่อยก็คือการซื้อขายถี่ ๆ เพื่อหวังกำไรจากจังหวะสั้น ๆ

  • คนที่ถือระยะยาวเชื่อว่ามูลค่าเหรียญจะเติบโตขึ้นในระยะยาว ส่วนสายเทรดจะเน้นเลือกจังหวะเข้าซื้อขายให้เหมาะกับสภาพตลาด

ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีในแบบของตัวเอง และนักเทรดจำนวนมากก็มักจะใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน คือถือเหรียญหลักไว้ยาว ๆ แล้วแบ่งพอร์ตบางส่วนมาเทรดเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น

 

การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาและโอกาสในตลาด

 

การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาคืออะไร?

การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาคือกลยุทธ์ที่นักเทรด ทำกำไรจากราคาสินทรัพย์ที่ต่างกัน ระหว่างแพลตฟอร์ม โดยซื้อจากที่ที่ราคาต่ำกว่า แล้วไปขายในที่ที่ราคาสูงกว่า

ตัวอย่างเช่น ถ้า Bitcoin มีราคาบน Binance อยู่ที่ $50,000 ดอลลาร์ แต่ที่ Coinbase อยู่ที่ $50,300 ดอลลาร์ นักเทรดก็สามารถซื้อจาก Binance แล้วนำไปขายที่ Coinbase เพื่อเก็บกำไรส่วนต่าง $300 ดอลลาร์

รูปแบบของ-การเก็งกำไร-จากส่วนต่างราคา-ในการเทรดคริปโต

รูปแบบของการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาในการเทรดคริปโต

  • เก็งกำไรข้ามกระดาน (Exchange Arbitrage): ซื้อเหรียญจากกระดานหนึ่งแล้วนำไปขายอีกกระดานที่ราคาสูงกว่า

  • เก็งกำไรแบบสามเหลี่ยม (Triangular Arbitrage): เปลี่ยนคริปโตจากเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญหนึ่งบนกระดานเดียวกัน เพื่อทำกำไรจากความต่างของราคาระหว่างเหรียญ

  • เก็งกำไรบนแพลตฟอร์ม DeFi (DeFi Arbitrage): ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาบนกระดานแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEX) และพูลสภาพคล่อง

การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาแบบนี้ต้องอาศัยการ ส่งคำสั่งที่รวดเร็วและเสียค่าธรรมเนียมต่ำ เพราะช่องว่างราคามักจะถูกปิดได้อย่างรวดเร็ว

 

กลยุทธ์ตามเทรนด์ และ กลยุทธ์ราคาทะลุแนว

 

กลยุทธ์ตามเทรนด์ (Trend Following)

การตามเทรนด์คือกลยุทธ์ที่นักเทรดจะเปิดออร์เดอร์ไปตาม ทิศทางของแนวโน้มตลาด และถือครองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเห็นสัญญาณการกลับตัว

  • ถ้าเป็นตลาดขาขึ้น นักเทรดจะ ซื้อ (เปิดสถานะซื้อ)  และเก็บกำไรตามแนวโน้มขาขึ้น

  • ถ้าเป็นตลาดขาลง นักเทรดจะ ขาย (เปิดสถานะขาย) เพื่อทำกำไรจากราคาที่ปรับตัวลดลง

นักเทรดใช้เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average), RSI และ MACD เพื่อยืนยันทิศทางและความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา

 

กลยุทธ์เทรดแบบทะลุแนว

การเทรดทะลุแนว คือการเข้าเทรดทันทีที่ ราคาทะลุผ่านแนวต้านหรือหลุดแนวรับ พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เพราะสัญญาณแบบนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของ การเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่

  • ทะลุแนวขาขึ้น: ถ้า Bitcoin วิ่งอยู่ระหว่าง $45,000 ดอลลาร์  และ $50,000 ดอลลาร์ แล้วราคาทะลุขึ้นไปเหนือ $50,000 ดอลลาร์ นักเทรดจะเปิดสถานะ Long โดยคาดว่าราคาจะขึ้นต่อ

  • ทะลุแนวขาลง: ถ้า Ethereum ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ระหว่าง $2,000 ดอลลาร์  และ $2,200 ดอลลาร์ แล้วราคาหลุดต่ำกว่า $2,000 ดอลลาร์ นักเทรดจะเปิดสถานะ Short

นักเทรดแบบทะลุแนว จะใช้ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น และตัวชี้วัดความผันผวนเพื่อช่วยยืนยันสัญญาณแนวทะลุ และช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก

 

สรุปบทเรียน

  • การเทรดรายวันเน้นการซื้อขายระยะสั้นในวันเดียว ต้องเฝ้าตลาดตลอดเวลา

  • การเทรดสวิงจะถือสถานะนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เพื่อเก็บกำไรจากการแกว่งตัวของราคา

  • การถือระยะยาวเป็นกลยุทธ์ที่ถือครองเหรียญไว้เป็นเดือนหรือเป็นปี โดยดูตามแนวโน้มตลาด

  • การเก็งกำไรระยะสั้น (Scalping) เป็นกลยุทธ์ที่เทรดถี่ ๆ เพื่อเก็งกำไรเล็ก ๆระยะสั้น

  • การถือระยะยาว (HODLing) คือกลยุทธ์ลงทุนระยะยาวที่ไม่สนใจความผันผวนระยะสั้น

  • การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา (Arbitrage) คือการทำกำไรจากราคาที่แตกต่างกันระหว่างกระดาน โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว

  • กลยุทธ์ตามเทรนด์ (Trend Following) คือการเทรดตามแนวโน้มตลาด ส่วนกลยุทธ์จังหวะทะลุแนวสำคัญ (Breakout) คือการเข้าเทรดทันทีที่ราคาหลุดกรอบสำคัญ

การเข้าใจและชำนาญกลยุทธ์การเทรดเป็นเรื่องสำคัญ แต่การปกป้องสินทรัพย์ของคุณก็สำคัญไม่แพ้กัน ในบทที่ 10 เราจะพูดถึง กลโกงที่พบบ่อยในวงการคริปโต วิธีป้องกันเงินทุนของคุณให้ปลอดภัย และแนวโน้มของการเทรดคริปโตในอนาคต เพื่อให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจและไม่ตกเทรนด์ในตลาด

ถัดไป: ความปลอดภัย กลโกง และอนาคตของการเทรดคริปโต
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด