Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  แนะนำการเทรดคริปโต   Breadcrumb right  การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดคริปโต

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดคริปโต

ในบทเรียนก่อนหน้า เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงวิธีใช้กราฟ แพทเทิร์น และอินดิเคเตอร์ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาคริปโตในตลาด อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถให้ภาพรวมที่สมบูรณ์ได้

บทเรียนนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจหลักการของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis – FA) สำหรับการเทรดคริปโต ซึ่งเป็นการประเมินองค์ประกอบสำคัญของเหรียญ เช่น เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ทีมพัฒนา ความต้องการในตลาด และปัจจัยทางเศรษฐกิจในภาพรวม

ประเภท-การวิเคราะห์-ตลาด

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดคริปโตคืออะไร?

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดคริปโต (Fundamental Analysis – FA) คือการวิเคราะห์ มูลค่าที่แท้จริงของคริปโตเคอร์เรนซี โดยไม่อิงแค่กราฟราคาและแนวโน้มของตลาดเท่านั้น

FA มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจปัจจัยเบื้องหลังที่ส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาวของคริปโตฯ เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ลักษณะนี้ กรณีการใช้งาน ทีมผู้พัฒนา ความต้องการของตลาด และอัตราการนำไปใช้งานจริง

ในขณะที่ การวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมาะสำหรับการตัดสินใจซื้อขายในระยะสั้น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ การประเมินศักยภาพระยะยาว ของโปรเจกต์ และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะถือหรือลงทุนในเหรียญนั้นต่อไปในอนาคตหรือไม่

 

องค์ประกอบสำคัญของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในคริปโต

 

1. Whitepaper และเทคโนโลยี

ทุกโปรเจกต์คริปโตที่มีความน่าเชื่อถือควรมี Whitepaper ซึ่งเป็นเอกสารที่อธิบายเป้าหมายของโปรเจกต์ กรณีการใช้งาน โครงสร้างทางเทคนิค และวิสัยทัศน์ของโปรเจกต์ Whitepaper ที่แข็งแกร่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพระยะยาวของคริปโตนั้น ๆ

เมื่อคุณประเมิน Whitepaper ให้พิจารณาประเด็นเหล่านี้:

  • การแก้ปัญหาที่ชัดเจน: โปรเจกต์นี้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่? หรือเป็นแค่สินทรัพย์เก็งกำไรเท่านั้น?

  • เทคโนโลยีที่มีนวัตกรรม: เทคโนโลยีของโปรเจกต์ทำงานอย่างไร? รองรับการขยายตัวได้ไหม? ปลอดภัยและยั่งยืนแค่ไหน?

  • ความโปร่งใสและแผนพัฒนาในอนาคต: Whitepaper ควรมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งอธิบายการอัปเกรดและการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

โปรเจกต์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน จะช่วยให้คริปโตนั้นไม่ใช่แค่ กระแสระยะสั้น แต่มีโอกาสสร้าง มูลค่าในระยะยาว ได้อย่างแท้จริง

 

2. ทีมพัฒนา

ทีมผู้อยู่เบื้องหลังคริปโตเคอร์เรนซีมักเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินว่าโปรเจกต์นั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทีมพัฒนาที่แข็งแกร่งควรมีประสบการณ์ทั้งในด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน และอยู่ในวงการของคริปโตฯ

สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินทีมพัฒนา:

  • ประสบการณ์: ทีมมีประสบการณ์กับโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่? ควรมองหาสมาชิกที่มีพื้นฐานด้านบล็อกเชน วิทยาการเข้ารหัส และการพัฒนาซอฟต์แวร์

  • ความโปร่งใส: ทีมเปิดเผยตัวตนหรือไม่? โปรเจกต์ที่มีทีมงานนิรนามมักมีความเสี่ยงสูงกว่า

  • การมีส่วนร่วมกับชุมชน: ทีมสื่อสารกับชุมชนและอัปเดตความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอหรือไม่? ทีมที่ทำงานเชิงรุกสามารถช่วยวางรากฐานที่แข็งแรงในระยะยาวได้

ทีมพัฒนาที่ทุ่มเท โปร่งใส และมีประสบการณ์ มักเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจกต์

 

3. ความต้องการในตลาดและกรณีที่มีการใช้งาน

การเข้าใจว่าคริปโตเคอร์เรนซีมีกรณีการใช้งานอย่างไร ถือเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความสามารถในการอยู่รอดในระยะยาว เหรียญที่ใช้งานได้จริงมักมีแนวโน้มได้รับความนิยมและความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินความต้องการในตลาด:

  • การใช้งานจริง: คริปโตตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญ หรือพัฒนาระบบเดิมให้ดีขึ้นหรือไม่? ตัวอย่างเช่น Ethereum ช่วยให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่ไม่พึ่งคนกลาง (dApps) ได้ ส่วน Chainlink ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่นำข้อมูลจากโลกภายนอกมาใช้ในระบบบล็อกเชน โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทกลาง

  • อัตราการนำไปใช้: มีผู้ใช้งานหรือองค์กรใดบ้างที่เริ่มนำคริปโตตัวนี้ไปใช้งานแล้ว? ยิ่งมีการใช้งานจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาวได้มากขึ้น

  • การวิเคราะห์คู่แข่ง: มีเจ้าตลาดรายใหญ่ที่ครองพื้นที่ไปแล้วหรือไม่? หรือโปรเจกต์นี้กำลังเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่มีใครเข้าไปทำมาก่อน?

คริปโตที่มี การใช้งานจริง มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีจุดเด่นที่ชัดเจน มักมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

 

4. การสนับสนุนจากชุมชน

ชุมชนมักเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงศักยภาพของเหรียญคริปโต ถ้าเหรียญไหนมีชุมชนที่แข็งแกร่งและเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ก็อาจช่วยให้เครือข่ายเติบโต มีคนรู้จักมากขึ้น และมีนักพัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นตามไปด้วย

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินการสนับสนุนจากชุมชน:

  • ช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีการเคลื่อนไหว: โปรเจกต์นี้มีการอัปเดตหรือสื่อสารกับผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มอย่าง Twitter, Telegram หรือ Reddit อยู่หรือไม่?

  • กิจกรรมของนักพัฒนา: มีนักพัฒนาเข้ามาอัปเดตโค้ดอย่างสม่ำเสมอ และตอบสนองต่อความคิดเห็นของชุมชนหรือไม่?

  • ความร่วมมือกับพันธมิตร: เหรียญนี้มีการจับมือร่วมกับบริษัทอื่น ๆ หรือโปรเจกต์บล็อกเชนอื่นในเชิงกลยุทธ์หรือไม่?

ชุมชนที่ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง และยังมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องมักสะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพของเหรียญคริปโตฯ ว่ามีโอกาสถูกนำไปใช้งานจริง และเติบโตได้ในระยะยาว

 

5. ข้อมูลบนเชนและตัวชี้วัดจากบล็อกเชน

ข้อมูลบนเชน (On-chain data) คือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน เช่น การทำธุรกรรม จำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ใช้งาน และการเคลื่อนไหวของโทเคน การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของเหรียญนั้นๆ ว่ามีการใช้งานจริงแค่ไหนและมี ความเคลื่อนไหวในระบบ มากน้อยเพียงใด

 

ตัวชี้วัดข้อมูลบนเชนที่สำคัญ:

  • ปริมาณธุรกรรม: หากมีการทำธุรกรรมจำนวนมาก แสดงถึงการใช้งานเครือข่ายที่แข็งแกร่งและมีการยอมรับในวงกว้าง

  • จำนวนกระเป๋าเงินที่ใช้งานอยู่: หากมีจำนวนกระเป๋าที่ใช้งานจริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงถึงความสนใจและการใช้งานที่เติบโต

  • ค่าแฮชเรต (สำหรับคริปโตที่ใช้ระบบ proof-of-work): แฮชเรตที่สูงขึ้น หมายถึงเครือข่ายมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงในระยะยาว

การดูข้อมูลบนเชนช่วยให้นักเทรดและนักลงทุนประเมินได้ว่าเหรียญนั้น มีการใช้งานจริง และมีศักยภาพ  ในการเติบโตมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็น ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเหรียญนั้น

 

6. มูลค่าตลาดและสภาพคล่อง

แม้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยในการเทรดระยะสั้นแต่ มูลค่าตลาด ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ใช้ประเมินมูลค่าในระยะยาวของคริปโตเคอร์เรนซี

มูลค่าตลาดคำนวณจาก ราคาปัจจุบันของเหรียญ คูณ จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ

  • เหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูง เช่น Bitcoin และ Ethereum มักถูกมองว่ามี ความมั่นคงมากกว่า และ มีความผันผวนน้อยกว่า

  • เหรียญที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก อาจมีโอกาสเติบโตสูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวน และความเสี่ยงที่มากกว่าเช่นกัน

นอกจากนี้สภาพคล่องก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เหรียญคริปโตที่มีสภาพคล่องสูง (หมายถึงสามารถซื้อขายได้รวดเร็วโดยไม่ทำให้ราคาผันผวนมาก) มักถูกมองว่าปลอดภัยกว่า และ ซื้อขายได้ง่ายกว่า

 

สรุปบทเรียน

  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคือการประเมินมูลค่าระยะยาวของคริปโต โดยพิจารณาจากเทคโนโลยี ทีมพัฒนา ความต้องการในตลาด และระดับการยอมรับของผู้ใช้งาน

  • Whitepaper คือเอกสารที่อธิบายเป้าหมาย เทคโนโลยี และแผนพัฒนาของโปรเจกต์ ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถประเมินศักยภาพของโปรเจกต์ได้

  • ทีมพัฒนาที่แข็งแกร่งและชุมชนที่มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง มักบ่งชี้ถึงโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาว

  • ข้อมูลบนเชนอย่างเช่น ปริมาณธุรกรรม และจำนวนกระเป๋าที่ใช้งานจริง ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมว่าเหรียญนั้นมีการใช้งานจริงและเครือข่ายยังคงเคลื่อนไหวอยู่หรือไม่

  • มูลค่าตลาดและสภาพคล่องเป็นปัจจัยที่ช่วยบอกถึงความมั่นคงของเหรียญ และความง่ายในการซื้อขาย

  • การเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ นักเทรดจะสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลมากกว่าการดูแค่กราฟราคา

ในบทเรียนที่ 9 เราจะไปต่อกับกลยุทธ์ขั้นสูง เช่น การเทรดด้วยมาร์จิ้น และการใช้เลเวอเรจ ที่จะช่วยยกระดับการเทรดคริปโตของคุณ

ถัดไป: กลยุทธ์การเทรดคริปโตยอดนิยม
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด