ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
โปรแกรมความภักดี
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
ในบทเรียนก่อนหน้า เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงวิธีใช้กราฟ แพทเทิร์น และอินดิเคเตอร์ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาคริปโตในตลาด อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถให้ภาพรวมที่สมบูรณ์ได้
บทเรียนนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจหลักการของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis – FA) สำหรับการเทรดคริปโต ซึ่งเป็นการประเมินองค์ประกอบสำคัญของเหรียญ เช่น เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ทีมพัฒนา ความต้องการในตลาด และปัจจัยทางเศรษฐกิจในภาพรวม
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดคริปโต (Fundamental Analysis – FA) คือการวิเคราะห์ มูลค่าที่แท้จริงของคริปโตเคอร์เรนซี โดยไม่อิงแค่กราฟราคาและแนวโน้มของตลาดเท่านั้น
FA มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจปัจจัยเบื้องหลังที่ส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาวของคริปโตฯ เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ลักษณะนี้ กรณีการใช้งาน ทีมผู้พัฒนา ความต้องการของตลาด และอัตราการนำไปใช้งานจริง
ในขณะที่ การวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมาะสำหรับการตัดสินใจซื้อขายในระยะสั้น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ การประเมินศักยภาพระยะยาว ของโปรเจกต์ และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะถือหรือลงทุนในเหรียญนั้นต่อไปในอนาคตหรือไม่
ทุกโปรเจกต์คริปโตที่มีความน่าเชื่อถือควรมี Whitepaper ซึ่งเป็นเอกสารที่อธิบายเป้าหมายของโปรเจกต์ กรณีการใช้งาน โครงสร้างทางเทคนิค และวิสัยทัศน์ของโปรเจกต์ Whitepaper ที่แข็งแกร่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพระยะยาวของคริปโตนั้น ๆ
เมื่อคุณประเมิน Whitepaper ให้พิจารณาประเด็นเหล่านี้:
การแก้ปัญหาที่ชัดเจน: โปรเจกต์นี้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่? หรือเป็นแค่สินทรัพย์เก็งกำไรเท่านั้น?
เทคโนโลยีที่มีนวัตกรรม: เทคโนโลยีของโปรเจกต์ทำงานอย่างไร? รองรับการขยายตัวได้ไหม? ปลอดภัยและยั่งยืนแค่ไหน?
ความโปร่งใสและแผนพัฒนาในอนาคต: Whitepaper ควรมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งอธิบายการอัปเกรดและการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โปรเจกต์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน จะช่วยให้คริปโตนั้นไม่ใช่แค่ กระแสระยะสั้น แต่มีโอกาสสร้าง มูลค่าในระยะยาว ได้อย่างแท้จริง
ทีมผู้อยู่เบื้องหลังคริปโตเคอร์เรนซีมักเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินว่าโปรเจกต์นั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทีมพัฒนาที่แข็งแกร่งควรมีประสบการณ์ทั้งในด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน และอยู่ในวงการของคริปโตฯ
สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินทีมพัฒนา:
ประสบการณ์: ทีมมีประสบการณ์กับโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่? ควรมองหาสมาชิกที่มีพื้นฐานด้านบล็อกเชน วิทยาการเข้ารหัส และการพัฒนาซอฟต์แวร์
ความโปร่งใส: ทีมเปิดเผยตัวตนหรือไม่? โปรเจกต์ที่มีทีมงานนิรนามมักมีความเสี่ยงสูงกว่า
การมีส่วนร่วมกับชุมชน: ทีมสื่อสารกับชุมชนและอัปเดตความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอหรือไม่? ทีมที่ทำงานเชิงรุกสามารถช่วยวางรากฐานที่แข็งแรงในระยะยาวได้
ทีมพัฒนาที่ทุ่มเท โปร่งใส และมีประสบการณ์ มักเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจกต์
การเข้าใจว่าคริปโตเคอร์เรนซีมีกรณีการใช้งานอย่างไร ถือเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความสามารถในการอยู่รอดในระยะยาว เหรียญที่ใช้งานได้จริงมักมีแนวโน้มได้รับความนิยมและความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินความต้องการในตลาด:
การใช้งานจริง: คริปโตตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญ หรือพัฒนาระบบเดิมให้ดีขึ้นหรือไม่? ตัวอย่างเช่น Ethereum ช่วยให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่ไม่พึ่งคนกลาง (dApps) ได้ ส่วน Chainlink ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่นำข้อมูลจากโลกภายนอกมาใช้ในระบบบล็อกเชน โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทกลาง
อัตราการนำไปใช้: มีผู้ใช้งานหรือองค์กรใดบ้างที่เริ่มนำคริปโตตัวนี้ไปใช้งานแล้ว? ยิ่งมีการใช้งานจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาวได้มากขึ้น
การวิเคราะห์คู่แข่ง: มีเจ้าตลาดรายใหญ่ที่ครองพื้นที่ไปแล้วหรือไม่? หรือโปรเจกต์นี้กำลังเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่มีใครเข้าไปทำมาก่อน?
คริปโตที่มี การใช้งานจริง มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีจุดเด่นที่ชัดเจน มักมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในระยะยาว
ชุมชนมักเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงศักยภาพของเหรียญคริปโต ถ้าเหรียญไหนมีชุมชนที่แข็งแกร่งและเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ก็อาจช่วยให้เครือข่ายเติบโต มีคนรู้จักมากขึ้น และมีนักพัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อประเมินการสนับสนุนจากชุมชน:
ช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีการเคลื่อนไหว: โปรเจกต์นี้มีการอัปเดตหรือสื่อสารกับผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มอย่าง Twitter, Telegram หรือ Reddit อยู่หรือไม่?
กิจกรรมของนักพัฒนา: มีนักพัฒนาเข้ามาอัปเดตโค้ดอย่างสม่ำเสมอ และตอบสนองต่อความคิดเห็นของชุมชนหรือไม่?
ความร่วมมือกับพันธมิตร: เหรียญนี้มีการจับมือร่วมกับบริษัทอื่น ๆ หรือโปรเจกต์บล็อกเชนอื่นในเชิงกลยุทธ์หรือไม่?
ชุมชนที่ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง และยังมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องมักสะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพของเหรียญคริปโตฯ ว่ามีโอกาสถูกนำไปใช้งานจริง และเติบโตได้ในระยะยาว
ข้อมูลบนเชน (On-chain data) คือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน เช่น การทำธุรกรรม จำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ใช้งาน และการเคลื่อนไหวของโทเคน การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของเหรียญนั้นๆ ว่ามีการใช้งานจริงแค่ไหนและมี ความเคลื่อนไหวในระบบ มากน้อยเพียงใด
ปริมาณธุรกรรม: หากมีการทำธุรกรรมจำนวนมาก แสดงถึงการใช้งานเครือข่ายที่แข็งแกร่งและมีการยอมรับในวงกว้าง
จำนวนกระเป๋าเงินที่ใช้งานอยู่: หากมีจำนวนกระเป๋าที่ใช้งานจริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงถึงความสนใจและการใช้งานที่เติบโต
ค่าแฮชเรต (สำหรับคริปโตที่ใช้ระบบ proof-of-work): แฮชเรตที่สูงขึ้น หมายถึงเครือข่ายมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงในระยะยาว
การดูข้อมูลบนเชนช่วยให้นักเทรดและนักลงทุนประเมินได้ว่าเหรียญนั้น มีการใช้งานจริง และมีศักยภาพ ในการเติบโตมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็น ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเหรียญนั้น
แม้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยในการเทรดระยะสั้นแต่ มูลค่าตลาด ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ใช้ประเมินมูลค่าในระยะยาวของคริปโตเคอร์เรนซี
มูลค่าตลาดคำนวณจาก ราคาปัจจุบันของเหรียญ คูณ จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ
เหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูง เช่น Bitcoin และ Ethereum มักถูกมองว่ามี ความมั่นคงมากกว่า และ มีความผันผวนน้อยกว่า
เหรียญที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก อาจมีโอกาสเติบโตสูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวน และความเสี่ยงที่มากกว่าเช่นกัน
นอกจากนี้สภาพคล่องก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เหรียญคริปโตที่มีสภาพคล่องสูง (หมายถึงสามารถซื้อขายได้รวดเร็วโดยไม่ทำให้ราคาผันผวนมาก) มักถูกมองว่าปลอดภัยกว่า และ ซื้อขายได้ง่ายกว่า
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคือการประเมินมูลค่าระยะยาวของคริปโต โดยพิจารณาจากเทคโนโลยี ทีมพัฒนา ความต้องการในตลาด และระดับการยอมรับของผู้ใช้งาน
Whitepaper คือเอกสารที่อธิบายเป้าหมาย เทคโนโลยี และแผนพัฒนาของโปรเจกต์ ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถประเมินศักยภาพของโปรเจกต์ได้
ทีมพัฒนาที่แข็งแกร่งและชุมชนที่มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง มักบ่งชี้ถึงโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาว
ข้อมูลบนเชนอย่างเช่น ปริมาณธุรกรรม และจำนวนกระเป๋าที่ใช้งานจริง ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมว่าเหรียญนั้นมีการใช้งานจริงและเครือข่ายยังคงเคลื่อนไหวอยู่หรือไม่
มูลค่าตลาดและสภาพคล่องเป็นปัจจัยที่ช่วยบอกถึงความมั่นคงของเหรียญ และความง่ายในการซื้อขาย
การเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ นักเทรดจะสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลมากกว่าการดูแค่กราฟราคา
ในบทเรียนที่ 9 เราจะไปต่อกับกลยุทธ์ขั้นสูง เช่น การเทรดด้วยมาร์จิ้น และการใช้เลเวอเรจ ที่จะช่วยยกระดับการเทรดคริปโตของคุณ
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้
อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด