Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  แนะนำการเทรดคริปโต   Breadcrumb right  แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตและวิธีใช้งาน

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตและวิธีใช้งาน

ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วว่าการเทรดกับการลงทุนต่างกันอย่างไร ขั้นตอนถัดไปคือการเรียนรู้ว่าจะ ซื้อ, ขาย และเทรดคริปโตได้ที่ไหน และต้องทำอย่างไร

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตคือช่องทางหลักในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ไม่ใช่ว่าทุกแพลตฟอร์มจะเหมือนกันหมด ในบทเรียนนี้ คุณจะได้รู้จักกับ ประเภทต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม, วิธีการทำงาน, ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมองหา, และ วิธีใช้งานอย่างปลอดภัย

 

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตคืออะไร?

แพลตฟอร์มการ ซื้อขายคริปโต คือเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถ ซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ได้ ลักษณะการทำงานคล้ายกับตลาดหุ้น โดยผู้ใช้สามารถวางคำสั่งซื้อ-ขาย ติดตามราคาตลาด และเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในระบบได้ แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น ตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในแต่ละธุรกรรม

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่: แพลตฟอร์มที่มีบริษัทกลางควบคุม (CEX – Centralized Exchange) และแพลตฟอร์มแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEX – Decentralized Exchange) แต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ความปลอดภัย, ความง่ายในการใช้งาน, และ ระดับการควบคุมเงินของผู้ใช้งาน

 

ประเภทของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต

centralized-vs-decentralized-thai

แพลตฟอร์มที่มีบริษัทกลางควบคุม (CEX)

แพลตฟอร์มแบบ CEX เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้มีบริษัทกลางเป็นผู้ดูแลระบบ คอยจัดหาสภาพคล่อง ดูแลความปลอดภัย และให้บริการลูกค้า รวมถึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่คำสั่งซื้อขายระหว่างผู้ใช้

ตัวอย่างเช่น Binance, Coinbase, และ Kraken

 

ข้อดีของ CEX

  • ใช้งานง่าย: เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะมีอินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่าย

  • มีสภาพคล่องสูง: ปริมาณการซื้อขายมาก ทำให้จับคู่คำสั่งได้เร็ว

  • รองรับเงินสกุลทั่วไป: สามารถฝากและถอนได้ด้วยเงินสกุลทั่วไป เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR) เป็นต้น

  • มีระบบรักษาความปลอดภัย: เช่น การยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) และรายการบัญชีที่อนุญาตให้ถอนได้เท่านั้น (Whitelist)

 

ข้อเสียของ CEXs:

  • ไม่ใช่ระบบที่ไม่ต้องพึ่งคนกลางอย่างแท้จริง: ผู้ใช้งานต้องไว้ใจให้แพลตฟอร์มดูแลและเก็บรักษาเงินของตน

  • อยู่ภายใต้ข้อบังคับของรัฐ: รัฐบาลสามารถกำหนดกฎเกณฑ์หรือบังคับให้ต้องยืนยันตัวตน (KYC)

  • มีความเสี่ยงจากการถูกแฮ็ก: ที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ แพลตฟอร์มคริปโตที่มีบริษัทกลางควบคุม ถูกแฮ็กและสูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมาก

 

แพลตฟอร์มแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEXs)

แพลตฟอร์มแบบไม่พึ่งคนกลาง เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายกันได้โดยตรงจากกระเป๋าคริปโตของตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านบริษัทกลางหรือคนกลางใด ๆ

ตัวอย่างเช่น Uniswap, PancakeSwap, และ dYdX

 

ข้อดีของ DEXs

  • ควบคุมเงินได้เองทั้งหมด: ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายโดยตรงจากกระเป๋าคริปโตของตัวเอง โดยไม่ต้องโอนเหรียญเข้าไปไว้ในแพลตฟอร์ม ทำให้ลดความเสี่ยงจากการฝากเงินไว้กับคนกลาง

  • ไม่ต้องยืนยันตัวตน (No KYC): หลายแพลตฟอร์มเปิดให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องส่งเอกสารยืนยันตัวตน

  • ยากต่อการควบคุมหรือปิดกั้นจากรัฐบาล: เพราะไม่มีศูนย์กลางควบคุม การจะปิดหรือสั่งห้ามใช้งานจึงทำได้ยากกว่าแพลตฟอร์มแบบมีบริษัทกลางควบคุม

 

ข้อเสียของ DEXs

  • สภาพคล่องต่ำกว่า: บางแพลตฟอร์มแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEX) มีผู้ซื้อขายน้อย ทำให้การเทรดอาจช้าหรือจับคู่คำสั่งซื้อ-ขายได้ยากกว่า

  • ใช้งานยากกว่า: ต้องเชื่อมต่อกับกระเป๋าคริปโตภายนอกด้วยตัวเอง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับมือใหม่

  • ไม่มีฝ่ายบริการลูกค้า: หากคุณทำเหรียญหายหรือลืมรหัส ไม่มีเจ้าหน้าที่ช่วยกู้คืนเงินให้ได้

การเลือกใช้ระหว่าง CEX และ DEX ขึ้นอยู่กับความสำคัญที่คุณให้แต่ละด้าน CEX ใช้งานง่ายกว่าและมีความปลอดภัยมากกว่าสำหรับมือใหม่ ในขณะที่ DEX มอบความเป็นส่วนตัวและการควบคุมทรัพย์สินได้มากกว่า

 

วิธีใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต

 

1. การสร้างบัญชี (สำหรับแพลตฟอร์ม CEX)

ในการเริ่มเทรดบนแพลตฟอร์มที่มีบริษัทกลางควบคุม (CEX) คุณต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ก่อน โดยเริ่มจากการสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์ม เช่น Binance, Coinbase หรือ Kraken

หลังจากสมัครแล้ว แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักจะขอให้คุณยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำกับของภาครัฐ ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องส่งเอกสารระบุตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
เมื่อบัญชีของคุณได้รับการยืนยันแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเปิดใช้งานระบบรักษาความปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และการตั้งค่าป้องกันการถอนเงิน เพื่อปกป้องเงินของคุณ

 

2. การฝากเงิน

หลังจากที่คุณตั้งค่าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฝากเงินเข้าแพลตฟอร์มเพื่อเริ่มต้นการเทรด
ถ้าคุณใช้เงินตราทั่วไป (fiat currency) แพลตฟอร์มหลายแห่งจะรองรับการฝากผ่านการโอนเงินผ่านธนาคาร บัตรเครดิตหรือเดบิต และแม้กระทั่ง PayPal

อีกทางหนึ่ง ถ้าคุณถือครองคริปโตอยู่แล้ว คุณสามารถฝากเข้าบัญชีได้โดยโอนเงินจากกระเป๋าคริปโตภายนอก (external wallet) มายังบัญชีบนแพลตฟอร์มที่คุณใช้งาน

 

3. การวางคำสั่งซื้อขาย

เมื่อคุณมีเงินพร้อมในบัญชีแล้ว คุณก็สามารถเริ่มเทรดได้ทันที:

  • เลือกคู่เทรด: ตัวอย่างเช่น: BTC/USDT หรือ ETH/USD

  • เลือกประเภทคำสั่งซื้อขาย: Market order (คำสั่งซื้อขายทันที) , Limit order (คำสั่งซื้อขายราคาที่กำหนดเอง) , Stop-loss (คำสั่งหยุดขาดทุนเพื่อจัดการความเสี่ยง)

  • ยืนยันการซื้อขาย: กดยืนยันคำสั่งซื้อหรือขาย แล้วแพลตฟอร์มจะดำเนินการให้โดยอัตโนมัติ

 

4. การถอนเงิน

เมื่อคุณพร้อมจะถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต จะมีตัวเลือกหลักอยู่สองทาง หากคุณต้องการถอนเป็นเงินสกุลทั่วไป (fiat currency) คุณสามารถโอนกลับเข้าบัญชีธนาคารของคุณได้ตามขั้นตอนการถอนเงินของแพลตฟอร์มนั้น

สมมติว่าคุณต้องการเก็บคริปโตเคอร์เรนซีของคุณไว้อย่างปลอดภัย ในกรณีนี้ คุณสามารถถอนเข้าไปยังกระเป๋าเงินส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตสำหรับการเก็บระยะยาวอย่างปลอดภัย หรือซอฟต์แวร์วอลเล็ตที่เข้าถึงสินทรัพย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

คุณสมบัติสำคัญที่ควรมองหาในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต

เมื่อคุณเลือกใช้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:

 

มาตรการด้านความปลอดภัย

แพลตฟอร์มซื้อขายที่ปลอดภัยควรมี:

  • Two-factor authentication (2FA): ระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน

  • Cold storage (การจัดเก็บสินทรัพย์แบบออฟไลน์ เพื่อป้องกันการถูกแฮ็ก)

  • Withdrawal whitelisting (จำกัดการถอนเงินไปยังที่อยู่ที่เชื่อถือได้)

 

สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขาย

แพลตฟอร์มที่มีปริมาณการซื้อขายสูงจะมี สภาพคล่องที่ดีกว่า หมายความว่าคุณสามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้รวดเร็ว และในราคาที่เป็นธรรม

 

ค่าธรรมเนียมการเทรด

ตรวจสอบโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนใช้งาน:

  • ค่าธรรมเนียมการเทรด: เรียกเก็บต่อรายการที่ซื้อขาย (โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.1%–0.5% ต่อครั้ง)

  • ค่าฝากและถอนเงิน: บางแพลตฟอร์มคิดค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน โดยเฉพาะเมื่อใช้เงินสกุลทั่วไป (Fiat) หรือถอนเงินคริปโตออกจากระบบ

 

คริปโตที่รองรับบนแพลตฟอร์ม

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์มที่คุณเลือก รองรับเหรียญที่คุณต้องการซื้อขาย บางแพลตฟอร์มอาจเปิดให้เทรดเฉพาะเหรียญหลักอย่าง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ขณะที่บางแห่งมีเหรียญทางเลือก (Altcoins) ให้เลือกหลากหลายมากกว่า

 

ประสบการณ์ผู้ใช้และการบริการลูกค้า

แพลตฟอร์มที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นควรมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย มีแหล่งข้อมูลประกอบการเรียนรู้ และมีทีมซัพพอร์ตที่ตอบกลับรวดเร็ว

 

ความเสี่ยงในการใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต

การใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต (Exchange) มีความเสี่ยงหลายด้านที่ผู้ใช้งานควรตระหนักไว้

แพลตฟอร์มแบบมีบริษัทกลางควบคุม (CEX) มักเป็นเป้าหมายของแฮ็กเกอร์ หากแพลตฟอร์มถูกแฮ็กผู้ใช้อาจสูญเสียเงินทุนของตนได้ ควรเปิดใช้ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) และการใช้กระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ (Cold Wallet) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

รัฐบาลอาจออกข้อจำกัดหรือควบคุมการใช้งานแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการซื้อขายหรือถอนเงินของผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงควรติดตามกฎระเบียบในประเทศอย่างใกล้ชิด มีบางกรณีที่แพลตฟอร์มล่มหรือปิดตัวลง ส่งผลให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเรียกคืนสินทรัพย์ได้ ควรศึกษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มก่อนฝากเงินเสมอ

เพื่อลดความเสี่ยงควรใช้ แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ถอนสินทรัพย์ที่ถือระยะยาวออกไปเก็บไว้ในกระเป๋าส่วนตัวที่ปลอดภัย และอย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

 

สรุปบทเรียน

  • แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตคือช่องทางสำหรับการซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

  • แพลตฟอร์มมีอยู่ 2 ประเภทหลัก: แบบมีบริษัทกลางควบคุม (CEX) เช่น Binance และ Coinbase ซึ่งใช้งานง่ายแต่ต้องมีการยืนยันตัวตน และแบบไม่พึ่งคนกลาง (DEX) เช่น Uniswap ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ต้องเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินภายนอก

  • CEX มีจุดเด่นด้านสภาพคล่องสูง รองรับสกุลเงินทั่วไป และมีระบบรักษาความปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการแฮ็กและข้อจำกัดจากภาครัฐ ขณะที่ DEX ช่วยให้ควบคุมเงินได้เต็มที่และไม่เปิดเผยตัวตน แต่มีสภาพคล่องต่ำกว่าและไม่มีฝ่ายบริการลูกค้า

  • ปัจจัยสำคัญในการเลือกแพลตฟอร์ม ได้แก่ ความปลอดภัย สภาพคล่อง ค่าธรรมเนียม เหรียญที่รองรับ และการบริการลูกค้า เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตทำอย่างไร ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าใจว่า การซื้อขายเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ในบทเรียนที่ 4 เราจะพาคุณไปรู้จักกับคู่เทรดคริปโต , คำสั่งซื้อแบบ Market, Limit และ Stop-Loss เพื่อช่วยให้คุณสามารถตั้งคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงได้แบบมือโปร

ถัดไป: คู่เทรดคริปโตและคำสั่งซื้อขายแบบ Market Order
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด