Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  แนะนำการเทรดคริปโต   Breadcrumb right  การอ่านกราฟราคาและข้อมูลตลาดคริปโต

การอ่านกราฟราคาและข้อมูลตลาดคริปโต

ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วว่าคู่เทรดและประเภทคำสั่งซื้อขายคืออะไร ขั้นตอนต่อไปในการเป็นนักเทรดคริปโตที่ประสบความสำเร็จ คือการเรียนรู้วิธีวิเคราะห์กราฟราคาและข้อมูลตลาด ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นแนวโน้มของตลาด รู้จังหวะเข้าซื้อและขาย และตัดสินใจเทรดได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึง กราฟแท่งเทียน ระดับแนวรับและแนวต้าน รวมถึงตัวชี้วัดสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา และรับมือกับความผันผวนสูงของตลาดคริปโตได้อย่างมั่นใจ

 

การทำความเข้าใจกับกราฟราคาคริปโต

กราฟราคาคริปโต คือภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักเทรด เพราะช่วยให้มองเห็นแนวโน้มของตลาด อารมณ์ของนักลงทุน และรูปแบบของราคาที่เกิดขึ้น โดยกราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเทรดคริปโต

 

กราฟแท่งเทียนคืออะไร?

กราฟแท่งเทียน ประกอบด้วยแท่งเทียนแต่ละแท่ง ซึ่งแต่ละแท่งจะแสดงข้อมูลราคาของสินทรัพย์ในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 1 นาที, 1 ชั่วโมง, 1 วัน หรือแม้แต่ 1 สัปดาห์ โดยแท่งเทียนหนึ่งแท่งจะสื่อถึงจุดข้อมูลสำคัญ 4 จุด ดังนี้:

โครงสร้าง-กราฟแท่งเทียน

  • ราคาเปิด (Open Price): ราคาที่สินทรัพย์เริ่มต้นในช่วงเวลานั้น

  • ราคาปิด (Close Price): ราคาที่สินทรัพย์สิ้นสุดในช่วงเวลานั้น

  • ราคาสูงสุด (High Price): ราคาสูงสุดที่สินทรัพย์ขึ้นไปแตะในช่วงเวลานั้น

  • ราคาต่ำสุด (Low Price): ราคาต่ำสุดที่สินทรัพย์ลดลงไปแตะในช่วงเวลานั้น

กราฟแท่งเทียนช่วยให้นักเทรดมองเห็นความเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างชัดเจน ทั้งทิศทางและความผันผวนของตลาด

แท่งเทียนแต่ละแท่งมี ตัวแท่ง และ ไส้เทียน (หรือที่เรียกว่าเงา) ตัวแท่งแสดงถึงส่วนต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด ขณะที่ไส้เทียนแสดงจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ราคาขึ้นไปแตะหรือลงไปถึงในช่วงเวลานั้น

 

วิธีดูสีของแท่งเทียน

  • แท่งเทียน สีเขียว (หรือสีขาว) หมายความว่า ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ซึ่งบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นขาขึ้น

  • แท่งเทียน สีแดง (หรือสีดำ) หมายความว่า ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด ซึ่งบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นขาลง

รูปแบบของแท่งเทียนช่วยให้นักเทรดมองเห็นโอกาสในการกลับตัว แนวโน้มของตลาด และจุดเข้าเทรด

 

แนวคิดสำคัญของตลาด: แนวรับและแนวต้าน

แนวรับ-และ-แนวต้าน

แนวรับคืออะไร?

แนวรับคือระดับราคาที่สินทรัพย์มีแนวโน้มจะ หยุดร่วงลงและดีดตัวกลับขึ้น สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะนักเทรดมองว่าระดับราคานั้นเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อ ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างเช่น ถ้าบิตคอยน์มักจะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องที่ระดับราคา $30,000 ดอลลาร์ ระดับราคานั้นก็จะกลายเป็นแนวรับ

 

แนวต้านคืออะไร?

แนวต้านคือระดับราคาที่สินทรัพย์มีแนวโน้มจะไม่สามารถ ทะลุผ่านไปได้ และมักจะกลับตัวลงมา สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะนักเทรดมองว่าระดับราคานั้นเป็นโอกาสในการขาย ทำให้มีอุปทานเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากอีเธอเรียมพยายามขึ้นไปเหนือระดับราคา $2,500 ดอลลาร์ แต่ไม่สำเร็จซ้ำแล้วซ้ำอีก ระดับราคานั้นก็จะกลายเป็นแนวต้าน

แนวรับและแนวต้านเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนด จุดเข้าและจุดออก จากการเทรดถ้าราคาทะลุแนวต้านได้ ก็อาจมีโอกาสขึ้นต่อแต่ถ้าราคาร่วงลงต่ำกว่าแนวรับก็อาจมีโอกาสร่วงลงต่อได้เช่นกัน

 

แนวโน้มของตลาด: การระบุขาขึ้นและขาลง

แนวโน้ม (Trend) คือทิศทางโดยรวมที่ราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปตามช่วงเวลา นักเทรดใช้การระบุแนวโน้มเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขาย

  • แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) เกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้น และจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งบ่งบอกถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง

  • แนวโน้มขาลง (Downtrend) เกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง และจุดต่ำสุดที่ต่ำลง ซึ่งบ่งบอกถึงแรงขายที่รุนแรง

การกลับตัวของแนวโน้ม เกิดขึ้นเมื่อราคาสลับจากแนวโน้มขาขึ้นไปเป็นขาลง หรือในทางกลับกัน นักเทรดจะเฝ้าดูการกลับทิศเหล่านี้เพื่อ จับจังหวะในการเทรดให้แม่นยำ

 

ตัวชี้วัดทางเทคนิคที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์ตลาด

ตัวชี้วัดทางเทคนิค (Technical Indicators) ช่วยให้นักเทรดวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา และคาดการณ์ทิศทางที่อาจเกิดขึ้นต่อไปได้ ตัวชี้วัดที่ถูกใช้งานบ่อยในตลาดคริปโต มีดังนี้:

 

1. ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA)

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving averages) ช่วยปรับราคาให้ดูเรียบขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้นักเทรดสามารถมองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA): เป็นค่าเฉลี่ยพื้นฐานของราคาปิดของสินทรัพย์ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด (เช่น SMA 50 วัน)

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปแนนเซียล (EMA): ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ทำให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ไวกว่า SMA

หากราคาปัจจุบันอยู่ เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แนวโน้มจะถือว่าเป็น ขาขึ้น (ฺกระทิง) แต่ถ้าราคาอยู่ ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แนวโน้มจะถือว่าเป็น ขาลง (หมี)

 

2. ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)

RSI ใช้วัดว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) โดยแสดงผลในสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 100

rsi-อินดิเคเตอร์

  • RSI ที่อยู่เหนือระดับ 70 บ่งชี้ว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป และอาจมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลง

  • RSI ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 30 บ่งชี้ว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะขายมากเกินไป และอาจมีโอกาสที่ราคาจะฟื้นตัวขึ้น

นักเทรดใช้ RSI เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อในจุดสูงสุด และการขายในจุดต่ำสุดของราคา

 

3. ปริมาณการซื้อขาย

ปริมาณการซื้อขาย (Volume) คือจำนวนรวมของสินทรัพย์ที่ถูกซื้อขายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

  • ปริมาณการซื้อขายที่สูง พร้อมกับราคาที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึง แรงซื้อที่แข็งแกร่ง

  • ปริมาณการซื้อขายที่สูง พร้อมกับราคาที่ลดลงบ่งชี้ถึง แรงขายที่แข็งแกร่ง

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของปริมาณการซื้อขาย อาจเป็นสัญญาณของการ เบรกเอาต์หรือการกลับตัวของแนวโน้ม

 

4. แถบโบลลิงเจอร์ (Bollinger Bands)

Bollinger Bands ใช้วัดความผันผวนของราคา โดยประกอบด้วยเส้น 3 เส้น ได้แก่: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ตรงกลาง 1 เส้น และแถบด้านนอกอีก 2 เส้น

Bollinger-bands-อินดิเคเตอร์

  • เมื่อแถบขยายออก แสดงว่าความผันผวนกำลังเพิ่มขึ้น

  • เมื่อแถบหดแคบลง แสดงว่าความผันผวนกำลังลดลง

  • หากราคาขยับไปแตะแถบบน อาจบ่งชี้ว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป

  • หากราคาขยับไปแตะแถบล่าง อาจบ่งชี้ว่าสินทรัพย์อยู่ในภาวะขายมากเกินไป

 

สรุปบทเรียน

  • กราฟราคาคริปโตช่วยให้นักเทรดวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด และตัดสินใจเทรดโดยอิงจากข้อมูลที่มีความรู้ประกอบ

  • กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบที่ใช้กันมากที่สุด โดยแสดงราคาที่เปิด-ปิด สูงสุด และต่ำสุดภายในช่วงเวลาที่กำหนด

  • ระดับแนวรับและแนวต้านแสดงโซนราคาที่สินทรัพย์มักจะดีดกลับหรือเปลี่ยนทิศทาง

  • แนวโน้มขาขึ้นและขาลงช่วยให้นักเทรดระบุโอกาสในการซื้อและขายโดยอิงจากรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา

  • ตัวชี้วัดทางเทคนิคช่วยในการวิเคราะห์ตลาด โดยวัดโมเมนตัม ความผันผวน และการกลับตัวของราคา

ในบทเรียนที่ 6 เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดคริปโต

ถัดไป: การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดคริปโต
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด