Facebook Pixel
Logo

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  คู่มือ แนะนำ การเทรดฟอเร็กซ์   Breadcrumb right  การวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน ในตลาดฟอเร็กซ์

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในตลาดฟอเร็กซ์

จนถึงตอนนี้ คุณได้เรียนรู้แล้วว่าตลาดฟอเร็กซ์ทำงานอย่างไร และรู้วิธีเปิดออเดอร์เบื้องต้น แต่คำถามสำคัญคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเทรดแบบไหนดีตรงนี้คือจุดที่ การวิเคราะห์ตลาด เข้ามามีบทบาท

การวิเคราะห์หลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และ การวิเคราะห์ทางเทคนิค

บทเรียนนี้จะเน้นไปที่ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจว่า ทำไมสกุลเงินถึงเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นอยู่

 

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคืออะไร?

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคือการดู ปัจจัยในโลกจริง ที่ส่งผลกระทบต่อค่าสกุลเงินปัจจัยเหล่านี้อาจเป็น:

  • เศรษฐกิจ (GDP, เงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย)

  • การเมือง (การเลือกตั้ง, นโยบายรัฐบาล)

  • ภูมิรัฐศาสตร์ (สงคราม, ข้อพิพาทการค้า, การคว่ำบาตร)

ตัวอย่าง: หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตอย่างรุ่งเรือง นักลงทุนจะต้องการสินทรัพย์สหรัฐฯ ทำให้ความต้องการ USD เพิ่มขึ้นและผลักดันค่าเงินขึ้น

แต่หากเงินเฟ้อสูงเกินไป ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อสกุลเงินในทิศทางที่แตกต่าง

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานช่วยให้เทรดเดอร์ คาดการณ์การเคลื่อนไหวเหล่านี้ และตัดสินใจเทรดอย่างมีข้อมูล

 

บทบาทของตัวชี้วัดเศรษฐกิจในการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคืออะไร?

ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเปรียบเสมือนชีพจรของประเทศ ช่วยให้เข้าใจถึงความแข็งแรงและผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ในตลาดฟอเร็กซ์ ตัวชี้วัดเหล่านี้มีอิทธิพลต่อค่าเงินโดยตรง เพราะสร้างความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินในอนาคต ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อความน่าสนใจของสกุลเงินต่อผู้ลงทุน

ดังนั้น การเข้าใจตัวชี้วัดเหล่านี้จึงสำคัญมากสำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ แต่คำถามคือ แล้วนักเทรดสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด? มาดูกันต่อเลย

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

GDP แสดงถึง มูลค่ารวมของสินค้าและบริการทั้งหมด ที่ผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ตลาดฟอเร็กซ์จับตามองมากที่สุด

  • GDP เติบโตแข็งแกร่ง → ส่งสัญญาณเศรษฐกิจแข็งแกร่ง → สกุลเงินแข็งค่า

  • GDP เติบโตอ่อนแอหรือภาวะถดถอย → ส่งสัญญาณปัญหาเศรษฐกิจ → สกุลเงินอ่อนค่า

ตัวอย่าง: หาก GDP ของสหรัฐฯ แข็งแกร่งในขณะที่ยูโรโซนชะลอตัว EUR/USD อาจลดลง หมายความว่า USD แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร

 

ตัวชี้วัดด้านการจ้างงาน (Employment Indicators)

ข้อมูลการจ้างงาน ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะเมื่อมีการประกาศมักสร้างความผันผวนสูงในตลาดฟอเร็กซ์ระยะสั้น

ตลาดงานที่แข็งแรงสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ซึ่งมักส่งผลให้ค่าเงินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ตัวชี้วัดการจ้างงานที่สำคัญได้แก่:

  • Non-Farm Payrolls (NFP): รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

  • Unemployment Rate: อัตราการว่างงาน หรือสัดส่วนของแรงงานที่ไม่มีงานทำ

  • Jobless Claims: จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานน

ตัวอย่าง: หากสหรัฐฯ รายงาน ตัวเลขการจ้างงานที่สูงกว่าคาด นักลงทุนอาจคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ (USD) แข็งค่าขึ้น

 

ตัวชี้วัดเงินเฟ้อ (Inflation Measures)

เงินเฟ้อ คือ การวัดความเร็วของการปรับขึ้นของราคาสินค้า โดยตัวชี้วัดหลักมี 2 ตัว ได้แก่:

  • CPI (Consumer Price Index): ดัชนีราคาผู้บริโภค วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

  • PPI (Producer Price Index): ดัชนีราคาผู้ผลิต วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาขายส่ง

ทำไมถึงสำคัญ?

  • เงินเฟ้อต่ำ → เพิ่มอำนาจซื้อ → สกุลเงินแข็งค่า

  • เงินเฟ้อสูง → ลดมูลค่าเงิน → สกุลเงินอ่อนค่า

ตัวอย่างเช่น: หากเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทำให้ GBP น่าสนใจมากขึ้นในสายตานักลงทุน

 

ดุลการค้า (Trade Balance)

ดุลการค้า แสดงถึง ความแตกต่างระหว่างการส่งออก (ขายสินค้าไปต่างประเทศ) และ การนำเข้า (ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ)

  • เกินดุลการค้า (ส่งออก > นำเข้า): ความต้องการสกุลเงินเพิ่มขึ้น → ค่าเงินแข็งค่า

  • ขาดดุลการค้า (นำเข้า > ส่งออก): เงินไหลออกจากประเทศมากขึ้น → ค่าเงินอ่อนค่า

ตัวอย่างเช่น: หากจีนมีการส่งออกมากกว่า การนำเข้าความต้องการ เงินหยวน (CNY) จะเพิ่มขึ้น
 ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น

 

บทบาทของเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในการเทรดฟอเร็กซ์คืออะไร?

ค่าเงินไม่ได้ตอบสนองแค่ตัวเลขเศรษฐกิจเท่านั้นแต่ยังได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ทางการเมืองและสถานการณ์ระดับโลก ซึ่งสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดฟอเร็กซ์ได้เช่นกัน

 

ความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอนทางการเมือง

เหตุการณ์ทางการเมือง เช่น การเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนผู้นำ มักทำให้นักลงทุนรู้สึก ไม่มั่นใจ เทรดเดอร์จึงมักหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยย้ายเงินลงทุนไปยังสกุลเงินที่มีความเสถียรสูงกว่า

ตัวอย่าง: ก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญ นักลงทุนอาจขายสกุลเงินของประเทศนั้น เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่า นโยบายของผู้นำคนใหม่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

 

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการก่อการร้าย

สงคราม การก่อการร้าย หรือข้อพิพาทระหว่างประเทศ สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด เทรดเดอร์จึงมักหันไปถือ สกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven) เพื่อปกป้องเงินลงทุนจากความเสี่ยง 

ตัวอย่างของสกุลเงินปลอดภัย:

  • USD (ดอลลาร์สหรัฐ): สกุลเงินที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก

  • JPY (เยนญี่ปุ่น): มีความมั่นคงในอดีตในช่วงวิกฤต

  • CHF (ฟรังก์สวิส): เศรษฐกิจที่มั่นคงของสวิตเซอร์แลนด์ทำให้เป็นทางเลือกยามไม่แน่นอนทั่วโลก

ตัวอย่างเช่น หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเทรดเดอร์อาจขาย สกุลเงินที่มีความเสี่ยง และซื้อ USD หรือ CHF แทน

 

มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

มาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดการค้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้สกุลเงินของประเทศเป้าหมายอ่อนค่าลง

มาตรการคว่ำบาตรอาจมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมหรือภาคเศรษฐกิจเฉพาะของประเทศที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งส่งผลต่อดุลการค้า การไหลเข้าของการลงทุน และประสิทธิภาพเศรษฐกิจโดยรวม

 

ตัวอย่าง: การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของการเทรด EUR/USD

เราจะใช้ตัวอย่างจากชีวิตจริงเพื่อให้เข้าใจดีขึ้นว่าจะใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรดอย่างไร

สมมติว่าเรากำลังพิจารณาเปิดตำแหน่งซื้อในคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยอิงจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

คู๋มือ-แนะนำ-การเทรด-Forex

ขั้นตอนที่หนึ่ง: ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจ

ก่อนอื่น เราเริ่มจากการปรึกษาปฏิทินเศรษฐกิจและสังเกตว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดการประกาศการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยและให้แนวทางล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงิน

 

ขั้นตอนที่สอง: ศึกษาตัวชี้วัดเศรษฐกิจ

ประการที่สอง เราต้องศึกษาตัวชี้วัดเศรษฐกิจตามที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นว่ามีผลกระทบมากแค่ไหน

ดังนั้นเราจึงเจาะลึกลงไปในตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับยูโรโซนและสหรัฐอเมริกา เช่น:

  • การเติบโตของ GDP

  • อัตราเงินเฟ้อ

  • ตัวเลขการจ้างงาน

เรายังพิจารณาพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความตึงเครียดทางการค้าที่อาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD

 

ขั้นตอนที่สาม: วิเคราะห์นโยบายการเงินของ ECB

จากนั้น ก่อนการประชุม ECB เราทบทวนถ้อยแถลงล่าสุดของเจ้าหน้าที่ ECB และความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น

เราประเมินว่า ECB มีแนวโน้มจะคงท่าทีนโยบายปัจจุบัน ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน หรือให้คำใบ้เกี่ยวกับการดำเนินการในอนาคตหรือไม่

 

ขั้นตอนที่สี่: ทำความเข้าใจอารมณ์ตลาด

ต่อมา เราสำรวจอารมณ์ตลาดโดยติดตามหัวข้อข่าว รายงานบทวิเคราะห์ และการพูดคุยในโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับคู่ EUR/USD

ข่าวเชิงบวกจะนำไปสู่การแข็งค่าของสกุลเงิน ในขณะที่ข่าวเชิงลบอาจกดดันให้ค่าเงินอ่อนตัวลง

 

ขั้นตอนที่ห้า: การตัดสินใจ

จากการวิเคราะห์ของเรา หากเราคาดการณ์ว่า ECB จะรักษาท่าทีนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและอาจส่งสัญญาณในเชิงบวกเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในยูโรโซน เราอาจตัดสินใจเปิดตำแหน่งซื้อ EUR/USD ก่อนการประชุม ECB

จากนั้นเราต้องแน่ใจว่า ได้จัดเตรียมมาตรการจัดการความเสี่ยงไว้ เช่น การตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน เพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น หากการเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เรายังพิจารณาขนาดตำแหน่งตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และขนาดบัญชี

 

ขั้นตอนที่หก: การดำเนินการและติดตามผล

วันประชุมของ ECB เราดำเนินการเทรดตามแผนที่วางไว้ พร้อมติดตามปฏิกิริยาของตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่าการประกาศจาก ECB ส่งผลต่อราคาของสกุลเงินอย่างไร และปรับแผนการเทรดหากจำเป็น ตามข้อมูลใหม่และการเคลื่อนไหวของราคา

 

ขั้นตอนที่เจ็ด: ประเมินผล

หลังจากปิดออเดอร์แล้ว เราจะทำการประเมินผลลัพธ์โดยวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการเทรด เราเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อปรับปรุงแนวทางการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานสำหรับการเทรดในอนาคต

 

สรุปบทเรียน

  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานศึกษา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่ส่งผลต่อราคาสกุลเงิน

  • ตัวชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ GDP ข้อมูลการจ้างงาน เงินเฟ้อ และดุลการค้า

  • ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การเลือกตั้ง ความขัดแย้ง และสงครามการค้า ก็มีอิทธิพลต่อตลาดฟอเร็กซ์เช่นกัน

  • กลยุทธ์การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงการศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจ นโยบายธนาคารกลาง และอารมณ์ตลาดก่อนทำการเทรด

ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วว่า เหตุใด สกุลเงินจึงเคลื่อนไหว ถึงเวลาเรียนรู้ วิธีการวิเคราะห์กราฟราคา โดยใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค ในบทเรียนถัดไป!

ถัดไป: การวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาดฟอเร็กซ์
บทเรียนถัดไป

การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้

อ่านบล็อกล่าสุดของเราเพื่อเรียนรู้เคล็ดลับการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์การเทรดจริง บล็อกของ XS จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล แรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการเทรด