วิธีใช้ Volume Profile และ Kill Zones เพื่อวางแผนการเทรด ยกระดับกลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Profile และ Kill Zones - แนวคิดกลยุทธ์ Smart Money Concept Strategy
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  Smart money concept strategy   Breadcrumb right  Understanding volume profile and kill zones

ยกระดับกลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Profile และ Kill Zones

การค้นหาโอกาสเข้าออเดอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงตามแนวคิด Smart Money Concept (SMC) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการวิเคราะห์เท่านั้น

ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีคัดกรองโอกาสในการเข้าออเดอร์โดยใช้ปัจจัยสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และเวลา (Time) รวมถึงการระบุระดับราคาที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่สะสมคำสั่งซื้อขาย และช่วงเวลาที่ระบบอัลกอริทึมของพวกเขาเข้ามามีบทบาทในตลาด

เมื่อจบบทเรียนนี้ คุณจะสามารถนำ Volume Profile และ Kill Zones มาใช้ร่วมกับโครงสร้างตลาด เพื่อช่วยให้การวางแผนการเข้าออเดอร์มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่มากยิ่งขึ้น

 

เหตุใด Volume และ Time จึงมีความสำคัญ

การเข้าเทรดทุกครั้งที่พบ Order Block (OB) หรือ Fair Value Gap (FVG) บนกราฟ อาจส่งผลให้อัตราความสำเร็จในการเทรดลดลงได้

เพื่อยกระดับคุณภาพของการวิเคราะห์และเทรดในลักษณะเดียวกับผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่ เทรดเดอร์ควรคัดกรองโอกาสในการเข้าออเดอร์โดยพิจารณาจากองค์ประกอบสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่

  • ปริมาณการซื้อขาย (Volume: ที่ระดับราคาใด): ช่วยระบุว่าผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่มีการสะสมคำสั่งซื้อขายไว้ที่ระดับราคาใด

  • เวลา (Time: เมื่อใด): ช่วยระบุช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่และระบบอัลกอริทึมเข้ามาสร้างความผันผวนในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

 

Volume Profile: การค้นหาบริเวณราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูง

volume-profile

แท่งปริมาณการซื้อขาย (Volume) แบบดั้งเดิมที่แสดงอยู่ด้านล่างกราฟสามารถบอกได้เพียงว่าปริมาณการซื้อขายเกิดขึ้นเมื่อใด

ในขณะที่ Volume Profile จะแสดงข้อมูลในแนวนอนบนกราฟ และช่วยให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าปริมาณการซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ระดับราคาใด ซึ่งช่วยให้สามารถระบุบริเวณที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่มีการสะสมคำสั่งซื้อขายได้

ตัวย่อ

ชื่อเต็ม

ความหมาย

POC

Point of Control

ระดับราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสะสมสูงที่สุดภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยมักทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดราคา รวมถึงเป็นแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ

VA

Value Area

ช่วงราคาที่มีปริมาณการซื้อขายรวมคิดเป็นประมาณ 70% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด

VAH

Value Area High

ขอบบนของ Value Area ราคาที่อยู่เหนือระดับนี้มักถูกมองว่าอยู่ในโซนราคาสูง (Premium Zone) ชั่วคราว

VAL

Value Area Low

ขอบล่างของ Value Area ราคาที่อยู่ต่ำกว่าระดับนี้มักถูกมองว่าอยู่ในโซนราคาต่ำ (Discount Zone) ชั่วคราว

 

การยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกัน (Confluence)

หากต้องการประยุกต์ใช้แนวคิด SMC อย่างมีประสิทธิภาพ เทรดเดอร์ไม่ควรตัดสินใจจาก Volume Profile เพียงอย่างเดียว ควรใช้ Volume Profile ร่วมกับองค์ประกอบทางเทคนิคอื่น ๆ ในแนวคิด Smart Money Concept (SMC) เพื่อค้นหาการยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกัน (Confluence) ซึ่งช่วยคัดกรองรูปแบบการเข้าออเดอร์ที่มีคุณภาพมากขึ้น

แทนที่จะอาศัยสัญญาณเพียงอย่างเดียว เทรดเดอร์ควรรอให้ปัจจัยสำคัญด้านโครงสร้างตลาดและปริมาณการซื้อขายสอดคล้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางสถิติก่อนตัดสินใจรับความเสี่ยงในการเข้าออเดอร์

 

องค์ประกอบสำคัญของการยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกันใน SMC

เพื่อให้เกิดการยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ควรมองหาความสอดคล้องขององค์ประกอบสำคัญต่อไปนี้

  • โครงสร้างตลาด (Market Structure): พิจารณาปัจจัยสำคัญด้านโครงสร้างตลาด เช่น การทะลุโครงสร้างตลาด (Break of Structure: BOS) และการเปลี่ยนแปลงลักษณะของโครงสร้างตลาด (Change of Character: CHoCH)

  • สภาพคล่อง (Liquidity Pools): ตรวจสอบว่ามีการกวาดสภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะกลับตัว

  • Order Blocks (OB): ระบุโซนอุปสงค์และอุปทานที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่เคยวางคำสั่งซื้อขายไว้

  • ภาวะไม่สมดุลของราคา (Imbalance หรือ Fair Value Gap: FVG): ระบุบริเวณที่ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเกิดช่องว่างของราคา

  • Premium และ Discount Zone: ประเมินว่าราคาปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงหรือต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับกรอบราคา

เมื่อ Order Block (OB) หรือ Fair Value Gap (FVG) ที่มีนัยสำคัญสอดคล้องกับระดับ POC หรือระดับ VAH/VAL ภายใน Premium Zone หรือ Discount Zone จะถือว่าเกิดการยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกันอย่างชัดเจน

แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการเทรดได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการใช้ Order Block หรือ FVG เพียงอย่างเดียว

 

SMC Kill Zones

ict-kill-zones

ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (Forex) เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่และระบบอัลกอริทึมไม่ได้ทำงานตลอดเวลา ระบบอัลกอริทึมของสถาบันการเงินขนาดใหญ่และธนาคารมักทำงานตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

SMC Kill Zones คือช่วงเวลาที่มักเกิดปริมาณการซื้อขายสูง และการเคลื่อนไหวของราคาที่มีนัยสำคัญจากผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่

 

3 ช่วงเวลาสำคัญของ SMC

เวลาทั้งหมดด้านล่างอ้างอิงตามเวลามาตรฐานฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (Eastern Standard Time: EST) โปรดปรับให้สอดคล้องกับเขตเวลาท้องถิ่นและช่วงเวลาออมแสง (Daylight Saving Time: DST)

Kill Zone

เวลา (EST)

ลักษณะของตลาด

ช่วงการซื้อขายเอเชีย (Asian Session)

6:00 PM - 12:00 AM

โดยทั่วไปมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ ราคามักเคลื่อนไหวในกรอบและสะสมสภาพคล่องผ่านการสร้าง Equal Highs (EQH) และ Equal Lows (EQL) เหนือและใต้กรอบราคา

ช่วงเวลาสำคัญของตลาดลอนดอน (London Kill Zone)

2:00 AM - 5:00 AM

ตลาดมักเกิดการเคลื่อนไหวหลอก (Judas Swing) เพื่อกวาดสภาพคล่องจากช่วงการซื้อขายเอเชีย (Asian Session) ก่อนเข้าสู่แนวโน้มหลักของวัน

ช่วงเวลาสำคัญของตลาดนิวยอร์ก (New York Kill Zone)

7:00 AM - 10:00 AM

ได้รับอิทธิพลจากข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ราคามักเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงลอนดอน หรืออาจเกิดการกลับตัวอย่างรุนแรง

 

การนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาประกอบการวิเคราะห์ร่วมกัน

หากต้องการใช้กลยุทธ์ SMC อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรวิเคราะห์โครงสร้างตลาด (Market Structure) ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และเวลา (Time) ร่วมกัน โดยสามารถใช้รายการตรวจสอบต่อไปนี้ก่อนเข้าออเดอร์ในแต่ละวัน

 

ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนเข้าออเดอร์

  1. ระบุกรอบราคาของช่วงการซื้อขายเอเชีย (Asian Session): ปล่อยให้ตลาดสร้างกรอบราคาของช่วงการซื้อขายเอเชียให้สมบูรณ์ก่อน หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ภายในกรอบดังกล่าว และทำเครื่องหมายตำแหน่ง Equal Highs (EQH) และ Equal Lows (EQL) ที่อยู่เหนือและต่ำกว่ากรอบราคา

  2. ใช้ Volume Profile: ใช้ Volume Profile กับการเคลื่อนไหวของราคาในวันก่อนหน้า เพื่อระบุระดับ Point of Control (POC) และบริเวณราคาที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น

  3. รอช่วง Kill Zone: หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์จนกว่าจะเข้าสู่ช่วง London Kill Zone หรือ New York Kill Zone

  4. มองหาการยืนยันจากหลายปัจจัยร่วมกัน: มองหา Order Block หรือ Fair Value Gap ที่ยังไม่ถูกทดสอบ และอยู่สอดคล้องกับระดับ POC

  5. เข้าออเดอร์เมื่อได้รับสัญญาณยืนยัน: หากราคาเข้าสู่บริเวณสำคัญ (Point of Interest: POI) ในช่วง Kill Zone ให้รอสัญญาณยืนยันจากกรอบเวลาที่เล็กกว่าก่อนเข้าออเดอร์

 

สรุปบทที่ 7

  • ตัวกรองด้านปริมาณการซื้อขาย: Volume Profile ช่วยให้เห็นร่องรอยการสะสมคำสั่งซื้อขายของผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่ และช่วยระบุระดับราคาที่สถาบันการเงินหรือธนาคารขนาดใหญ่มีการดำเนินคำสั่งซื้อขายอย่างหนาแน่น

  • ตัวกรองด้านเวลา: Kill Zones ช่วยลดการเข้าออเดอร์ในช่วงตลาดซบเซาหรือมีปริมาณการซื้อขายต่ำ และช่วยให้การเทรดสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวสูง

  • ข้อได้เปรียบสำคัญ: การเข้าใจ SMC อย่างแท้จริงไม่ได้อยู่ที่การค้นหาโอกาสเข้าออเดอร์ให้ได้จำนวนมากที่สุด แต่คือการรอจังหวะที่โครงสร้างตลาด (Structure) ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และเวลา (Time) สอดคล้องกันอย่างเหมาะสม

ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้ว่าตลาดใช้ Kill Zones และบริเวณราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงอย่างไรในการกวาดคำสั่ง Stop-Loss ของเทรดเดอร์รายย่อย ก่อนที่ราคาจะกลับตัวและเคลื่อนไหวในทิศทางใหม่

ถัดไป: ยกระดับกลยุทธ์การเทรดด้วยการเข้าใจการกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)
บทเรียนถัดไป