Market Structure ใน Smart Money Concept คืออะไร? โครงสร้างตลาด (Market Structure) คืออะไร - แนวคิดกลยุทธ์ Smart Money Concept Strategy
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด

โครงสร้างตลาด (Market Structure) คืออะไร

โครงสร้างตลาด (Market Structure) คือรูปแบบการสร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคาที่เกิดขึ้นบนกราฟ

ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเส้นตรงเสมอไป

แม้ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ราคาก็มักปรับตัวขึ้น ย่อตัวลง และปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

ในทำนองเดียวกัน ในแนวโน้มขาลง ราคามักปรับตัวลง ย่อตัวขึ้น และปรับตัวลงต่อ

จากการวิเคราะห์จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเหล่านี้ เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในสถานะใดต่อไปนี้

  • แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

  • แนวโน้มขาลง (Downtrend)

  • ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบราคา (Band-bound Market)

ในแนวคิด Smart Money Concept (SMC) โครงสร้างตลาดถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากเป็นบริบทพื้นฐานของทุกกลยุทธ์การเทรด

หากไม่เข้าใจโครงสร้างตลาด Order Block (OB) และ Fair Value Gap (FVG) ก็อาจเป็นเพียงบริเวณราคาบนกราฟที่ขาดบริบทในการวิเคราะห์

 

เหตุใดโครงสร้างตลาดจึงมีความสำคัญใน SMC

SMC ไม่ได้มุ่งเน้นการเข้าออเดอร์ทุกครั้งที่พบ Order Block, Fair Value Gap (FVG) หรือการกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)

ก่อนมองหาจุดเข้าออเดอร์ เทรดเดอร์จำเป็นต้องเข้าใจทิศทางหลักของตลาดก่อนเสมอ

ตัวอย่างเช่น หากกรอบเวลาหลักมีแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน การเปิดสถานะซื้อจากสัญญาณขาขึ้นขนาดเล็กในกรอบเวลาที่เล็กกว่าอาจมีความเสี่ยงสูง

ในทางกลับกัน หากกรอบเวลาหลักมีแนวโน้มขาขึ้น เทรดเดอร์อาจเลือกมองหาโอกาสเปิดสถานะซื้อหลังจากราคาย่อตัว

โครงสร้างตลาดช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ที่มีคุณภาพต่ำ และช่วยให้การตัดสินใจมีความสอดคล้องกับทิศทางของตลาดมากขึ้น

 

Swing High และ Swing Low

swing-trading

Swing High

Swing High คือจุดสูงสุดชั่วคราวที่เกิดขึ้นบนกราฟ โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้น หยุดพัก และเริ่มปรับตัวลงอีกครั้ง

Swing High มักสะท้อนบริเวณที่ผู้ขายเริ่มเข้าสู่ตลาด หรือบริเวณที่ผู้ซื้อเริ่มทยอยทำกำไร

ในแนวคิด Smart Money Concept (SMC) Swing High มีความสำคัญ เนื่องจากมักเป็นบริเวณที่มีสภาพคล่อง (Liquidity) สะสมอยู่เหนือระดับดังกล่าว

เทรดเดอร์จำนวนมากที่ถือสถานะขาย (Short Position) มักวางคำสั่ง Stop-Loss ไว้เหนือจุดสูงสุดก่อนหน้า

ดังนั้น Swing High จึงมักกลายเป็นเป้าหมายของสภาพคล่องในตลาด

 

Swing Low

Swing Low คือจุดต่ำสุดชั่วคราวที่เกิดขึ้นบนกราฟ

โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวลง หยุดพัก และเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

Swing Low อาจสะท้อนบริเวณที่ผู้ซื้อเริ่มเข้าสู่ตลาด หรือบริเวณที่ผู้ขายเริ่มทยอยทำกำไร

ในแนวคิด SMC Swing Low ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เนื่องจากมักมีสภาพคล่องสะสมอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว

เทรดเดอร์จำนวนมากที่ถือสถานะซื้อ (Long Position) มักวางคำสั่ง Stop-Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้า

ดังนั้น Swing Low จึงมักกลายเป็นเป้าหมายของสภาพคล่องเช่นกัน

 

แนวโน้มเกิดขึ้นได้อย่างไร

แนวโน้ม (Trend) เกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของ Swing High และ Swing Low

 

ในแนวโน้มขาขึ้น ราคาจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ที่สูงขึ้น (Higher High) และจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้น (Higher Low) อย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้สะท้อนว่าผู้ซื้อมีแรงมากพอที่จะผลักดันราคาให้ทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับก่อนหน้า ขณะที่ผู้ขายยังไม่สามารถกดราคาให้หลุดจุดต่ำสุดก่อนหน้าได้

 

ในแนวโน้มขาลง ราคาจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลง (Lower High) และจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำลง (Lower Low) อย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้สะท้อนว่าผู้ขายเป็นฝ่ายควบคุมตลาด และผู้ซื้อยังไม่มีแรงมากพอที่จะผลักดันราคาให้ทะลุจุดสูงสุดก่อนหน้าได้

 

Break of Structure (BOS) คืออะไร

BOS ย่อมาจาก Break of Structure

คือการที่ราคาทะลุผ่านจุดสูงสุดของกรอบราคา (Swing High) หรือจุดต่ำสุดของกรอบราคา (Swing Low) ที่มีความสำคัญ

ในแนวคิด SMC การเกิด BOS มักถูกใช้เป็นสัญญาณยืนยันว่าแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป

 

ตัวอย่างเช่น

หากตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และราคาสามารถทะลุ Swing High ก่อนหน้าได้ อาจถือเป็น Bullish BOS

สิ่งนี้สะท้อนว่าผู้ซื้อยังคงมีความแข็งแกร่ง และตลาดอาจเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางขาขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การทะลุทุกครั้งจะถือเป็น BOS ที่มีนัยสำคัญ

BOS ที่มีคุณภาพควรเป็นการทะลุระดับโครงสร้างสำคัญ ไม่ใช่เพียงการทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดเล็ก ๆ ภายในกรอบราคาระยะสั้น

 

Bullish BOS (การทะลุโครงสร้างตลาดในทิศทางขาขึ้น)

  • ราคาทะลุเหนือ Swing High ที่มีความสำคัญ

  • สนับสนุนโครงสร้างตลาดขาขึ้น

  • เทรดเดอร์อาจมองหาโอกาสเปิดสถานะซื้อหลังจากราคาย่อตัว

  • ควรตรวจสอบทิศทางจากกรอบเวลาหลักประกอบเสมอ

 

Bearish BOS (การทะลุโครงสร้างตลาดในทิศทางขาลง)

  • ราคาทะลุต่ำกว่า Swing Low ที่มีความสำคัญ

  • สนับสนุนโครงสร้างตลาดขาลง

  • เทรดเดอร์อาจมองหาโอกาสเปิดสถานะขายหลังจากราคาย่อตัว

  • ควรตรวจสอบทิศทางจากกรอบเวลาหลักประกอบเสมอ

 

ความแตกต่างระหว่าง Wick Break และ Body Close

 

Wick Break (การทะลุระดับราคาด้วยไส้เทียน)

Wick Break คือกรณีที่ราคาทะลุ Swing High หรือ Swing Low เพียงชั่วคราวผ่านไส้เทียน แต่แท่งเทียนปิดกลับเข้ามาภายในกรอบราคาเดิม

ในช่วงแรก ลักษณะดังกล่าวอาจดูเหมือนการ Breakout

อย่างไรก็ตาม หากราคากลับเข้าสู่กรอบเดิมอย่างรวดเร็ว อาจไม่ถือเป็น Break of Structure ที่แท้จริง

ในแนวคิด SMC การเกิด Wick Break บางครั้งอาจสะท้อนถึงการกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)

กล่าวคือ ราคาอาจทะลุระดับดังกล่าวเพียงเพื่อกระตุ้นคำสั่ง Stop-Loss หรือคำสั่ง Breakout ก่อนจะกลับตัวในภายหลัง

ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จึงควรใช้ความระมัดระวังในการตีความสัญญาณจาก Wick Break

การเกิด Wick Break ไม่ได้หมายความว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเสมอไป แต่ควรได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากปัจจัยอื่นก่อนนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

 

Body Close (การยืนยันด้วยการปิดของแท่งเทียน)

Body Close คือกรณีที่แท่งเทียนสามารถปิดเหนือ Swing High หรือปิดต่ำกว่า Swing Low ได้อย่างชัดเจน

โดยทั่วไป Body Close ให้สัญญาณยืนยันที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า Wick Break

การที่ตัวแท่งเทียนสามารถปิดอยู่นอกระดับโครงสร้างได้ แสดงให้เห็นว่าราคาสามารถรักษาระดับดังกล่าวไว้ได้จนสิ้นสุดช่วงเวลาของแท่งเทียน

สิ่งนี้สะท้อนว่าการทะลุโครงสร้างดังกล่าวอาจมีแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังมากกว่า ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จำนวนมากจึงนิยมรอการยืนยันจาก Body Close ก่อนพิจารณาว่าเกิด BOS อย่างสมบูรณ์

แนวทางดังกล่าวช่วยลดโอกาสเกิดสัญญาณหลอกและลดการเข้าออเดอร์จากอารมณ์

 

สรุปบทที่ 4

ในบทเรียนนี้ คุณได้เรียนรู้ว่าโครงสร้างตลาด (Market Structure) เป็นพื้นฐานสำคัญของการวิเคราะห์แบบ Smart Money Concept (SMC)

  • โครงสร้างตลาดช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มขาลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบราคา

  • นอกจากนี้ คุณยังได้เรียนรู้ว่า Swing High, Swing Low และ Break of Structure (BOS) สามารถช่วยระบุทิศทางปัจจุบันของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Premium และ Discount Arrays (กรอบประเมินโซนราคาสูงและโซนราคาต่ำ) ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าราคากำลังอยู่ในโซนราคาสูง (Premium Zone) หรือโซนราคาต่ำ (Discount Zone) เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถัดไป: Premium และ Discount Arrays คืออะไร
บทเรียนถัดไป