ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
Order Block คือบริเวณราคาที่ Smart Money อาจเคยวางคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ไว้ก่อนที่ราคาจะเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
เมื่อสถาบันการเงินหรือผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่เข้าสู่ตลาด ขนาดคำสั่งซื้อขายของพวกเขามักมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะสามารถดำเนินการได้ทั้งหมดในครั้งเดียว โดยไม่ส่งผลให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในทันที
ด้วยเหตุนี้ จึงมักมีคำสั่งซื้อขายบางส่วนที่ยังคงค้างอยู่ภายในบริเวณดังกล่าว เมื่อราคาเคลื่อนที่กลับมายังโซนนั้นในอนาคต คำสั่งที่เหลืออยู่เหล่านี้อาจถูกดำเนินการ ส่งผลให้ราคาเกิดการตอบสนองหรือกลับตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ตามแนวคิด Smart Money Concept (SMC) โดยทั่วไป Order Block สามารถระบุได้จากแท่งเทียนสุดท้ายก่อนที่ราคาจะเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
Bullish Order Block (โซนซื้อ): คือแท่งเทียนขาลง (Bearish Candle) แท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนเกิดการทะลุโครงสร้างตลาด (Break of Structure: BOS)
Bearish Order Block (โซนขาย): คือแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candle) แท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงอย่างรุนแรงจนเกิดการทะลุโครงสร้างตลาด (Break of Structure: BOS)
ไม่ใช่แท่งเทียนสุดท้ายทุกแท่งจะถือเป็น Order Block ที่มีคุณภาพ โดย Order Block ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมักมีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้
Imbalance หรือ Fair Value Gap (FVG): การเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงที่ออกจาก Order Block ควรสร้าง Fair Value Gap (FVG) ขึ้นทันที ซึ่งสะท้อนว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อขายของผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่อย่างแท้จริง
Market Structure Break (BOS/CHoCH): การเคลื่อนไหวที่เกิดจาก Order Block ควรสามารถทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดได้ Order Block นั้นอาจมีความน่าเชื่อถือต่ำ
Liquidity Sweep (การกวาดสภาพคล่อง): Order Block ที่มีความเป็นไปได้สูงมักเกิดขึ้นหลังจากมีการกวาดสภาพคล่องหรือ Stop-Loss ของเทรดเดอร์รายย่อย ก่อนที่ราคาจะกลับตัวในทิศทางตรงกันข้าม
Breaker Block คือ Order Block ที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป (Invalidated) เนื่องจากราคาสามารถทะลุผ่านบริเวณดังกล่าวได้ด้วยแรงส่งที่รุนแรง
เมื่อราคาทะลุผ่านโซนเดิมอย่างชัดเจน หลังจากเกิด Liquidity Sweep หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด บริเวณดังกล่าวมักเปลี่ยนบทบาทจากแนวรับเป็นแนวต้าน หรือจากแนวต้านเป็นแนวรับ และอาจกลายเป็นระดับราคาสำคัญเมื่อราคาเกิดการกลับมาทดสอบ (Retest) ในอนาคต
1. Bullish Breaker Block
Bullish Breaker Block คือแท่งเทียนที่ปิดบวกแท่งสุดท้ายบริเวณจุดสูงสุดของกรอบราคา (Swing High) ล่าสุด ก่อนที่ตลาดจะปรับตัวลงเพื่อกวาดสภาพคล่อง
หากหลังจากนั้นราคาสามารถทะลุจุดสูงสุดของกรอบราคา (Swing High) ดังกล่าวขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่งด้วยแรงซื้อที่ชัดเจน Bearish Order Block เดิมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
และเปลี่ยนสถานะเป็น Bullish Breaker Block บริเวณดังกล่าวมักทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ และอาจเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการมองหาโอกาสเปิดสถานะซื้อ (Long Position)
2. Bearish Breaker Block
Bearish Breaker Block คือแท่งเทียนที่ปิดลบแท่งสุดท้ายบริเวณจุดต่ำสุดของกรอบราคา (Swing Low) ล่าสุด ที่เกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นเพื่อกวาดสภาพคล่อง
เมื่อราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรงและสามารถทะลุจุดต่ำสุดของกรอบราคา (Swing Low) ดังกล่าวลงไปได้อย่างชัดเจน Bullish Order Block เดิมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
และได้รับการยืนยันเป็น Bearish Breaker Block บริเวณดังกล่าวมักทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ และอาจเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการมองหาโอกาสเปิดสถานะขาย (Short Position)
เทรดเดอร์ที่ใช้แนวคิด SMC มักไม่ไล่ตามราคาเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่จะรอให้ราคากลับมายัง Order Block ซึ่งถือเป็นโซนรอคำสั่งซื้อขาย (Limit Order Zone)
ระบุ Order Block ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นสาเหตุของการเกิด Break of Structure (BOS)
กำหนดโซนราคาโดยอ้างอิงจากตัวแท่งเทียนหรือช่วงไส้เทียนทั้งหมดของ Order Block ดังกล่าว
รอให้ราคาย่อตัวกลับเข้าสู่บริเวณ Order Block
เปิดสถานะภายในโซนดังกล่าว พร้อมกำหนด Stop-Loss ไว้นอกขอบอีกด้านของ Order Block เพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยง
Order Block สามารถใช้เป็นบริเวณสำหรับวางแผนจุดเข้าออเดอร์ได้ แต่ไม่ควรใช้เพียงเครื่องมือเดียวในการตัดสินใจ
แนวคิดพื้นฐานคือการรอให้ราคากลับมายัง Order Block หลังจากเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรง
จากนั้น แทนที่จะเปิดสถานะทันที เทรดเดอร์สามารถรอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมจากกรอบเวลาที่เล็กกว่า (Lower Timeframe)
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าเทรดเร็วเกินไป
การเข้าออเดอร์ด้วย Order Block ในเบื้องต้นประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
ระบุทิศทางของตลาดจากกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า
รอให้เกิดการกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)
สังเกตการเคลื่อนไหวของราคาที่มีแรงส่งรุนแรง (Displacement)
ระบุ Order Block ที่เป็นต้นกำเนิดของการเคลื่อนไหวดังกล่าว
รอให้ราคากลับมายังบริเวณ Order Block
เปลี่ยนไปวิเคราะห์ในกรอบเวลาที่เล็กลงเพื่อหาสัญญาณยืนยัน
วางแผนจุดเข้าออเดอร์ จุด Stop-Loss และเป้าหมายราคา
ขั้นตอนนี้ช่วยลดการเข้าออเดอร์แบบไม่มีแบบแผน และช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจภายใต้บริบทของโครงสร้างตลาดได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในบทเรียนนี้ คุณได้เรียนรู้ว่า Order Block คือบริเวณที่อาจสะท้อนถึงโซนที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่เคยวางคำสั่งซื้อขายก่อนเกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรง
คุณยังได้เรียนรู้ว่า Order Block ที่มีความน่าเชื่อถือมักสอดคล้องกับสภาพคล่อง (Liquidity) การเคลื่อนไหวของราคาที่มีแรงส่ง (Displacement) และโครงสร้างตลาด (Market Structure)
Order Block ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียว และเทรดเดอร์ควรรอให้ราคากลับเข้าสู่บริเวณดังกล่าวพร้อมสัญญาณยืนยันที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจเข้าออเดอร์
ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Fair Value Gap (FVG) และภาวะความไม่สมดุลของราคา (Imbalance) ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และบริเวณที่ราคาอาจเกิดปฏิกิริยาตอบสนองในอนาคต
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้