ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
สิ่งที่เทรดเดอร์ทั่วไปมองว่าเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง เช่น Double Top หรือ Double Bottom มักถูกมองในมุมที่แตกต่างออกไปในแนวคิด SMC โดยถือเป็นแหล่งรวมสภาพคล่องที่สำคัญของตลาด
Equal Highs คือการที่ราคาสร้างจุดสูงสุดตั้งแต่สองจุดขึ้นไปในระดับราคาใกล้เคียงกัน เช่น Double Top หรือ Triple Top
เทรดเดอร์รายย่อยมักเชื่อว่าบริเวณนี้เป็นแนวต้านสำคัญ จึงมักมีคำสั่ง Stop-Loss ของผู้ที่ถือสถานะขาย และคำสั่ง Buy Stop สำหรับการเข้าออเดอร์ตามการทะลุระดับราคา (Breakout) อยู่เหนือระดับดังกล่าว
Equal Lows คือการที่ราคาสร้างจุดต่ำสุดตั้งแต่สองจุดขึ้นไปในระดับราคาใกล้เคียงกัน เช่น Double Bottom หรือ Triple Bottom
เนื่องจากบริเวณนี้มักถูกมองว่าเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง จึงมักมีคำสั่ง Stop-Loss ของสถานะซื้อ และคำสั่ง Sell Stop สำหรับการเข้าออเดอร์ตามการทะลุระดับราคา (Breakout) สะสมอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว
ยิ่งมีผู้เข้าร่วมตลาดเชื่อว่าระดับราคาหนึ่งจะสามารถทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้มากเท่าใด คำสั่ง Stop ต่าง ๆ ก็จะยิ่งสะสมอยู่บริเวณรอบระดับราคานั้นมากขึ้น ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับ Smart Money
นอกเหนือจาก Equal Highs และ Equal Lows แล้ว ยังมีบริเวณสภาพคล่องสำคัญอีก 2 ประเภทที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่ (Smart Money) มักให้ความสำคัญ
จุดสูงสุดของวันก่อนหน้า (Previous Daily High: PDH) และจุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า (Previous Daily Low: PDL) เป็นระดับราคาที่ได้รับการติดตามอย่างกว้างขวางจากทั้งเทรดเดอร์รายวันและระบบอัลกอริทึมทั่วโลก
เนื่องจากระดับเหล่านี้เป็นจุดอ้างอิงสำคัญบนกรอบเวลารายวัน จึงมักมีคำสั่งซื้อขายจำนวนมากสะสมอยู่เหนือและใต้ระดับดังกล่าว กลายเป็นแหล่งสภาพคล่องขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมตลาดหลากหลายประเภท ตั้งแต่ Swing Trader ไปจนถึง Scalper
เมื่อเทรดเดอร์รายย่อยวาดเส้นแนวโน้ม (Trendline) เพื่อใช้ประกอบการเข้าออเดอร์ พวกเขามักวางคำสั่ง Stop-Loss ไว้ด้านนอกของเส้นแนวโน้มดังกล่าว
ยิ่งเส้นแนวโน้มถูกทดสอบหลายครั้งและยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้มากเท่าใด คำสั่ง Stop-Loss ก็ยิ่งสะสมอยู่ด้านหลังเส้นแนวโน้มมากขึ้นเท่านั้น
เหตุใดเทรดเดอร์จึงควรระบุบริเวณสภาพคล่องก่อนพิจารณาจุดเข้าออเดอร์
เทรดเดอร์รายย่อยมักกลายเป็นแหล่งสภาพคล่องของตลาด: คำสั่ง Stop-Loss ของเทรดเดอร์ที่ไม่เข้าใจกลไกการเคลื่อนไหวของตลาด มักถูกใช้เป็นสภาพคล่องสำหรับการดำเนินคำสั่งซื้อขายของผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่
SMC รอให้ราคากวาดสภาพคล่องก่อน: ข้อได้เปรียบของแนวคิด SMC อยู่ที่การระบุโซนที่มีคำสั่งซื้อขายสะสมอยู่เป็นจำนวนมากล่วงหน้า และรออย่างอดทนให้ Smart Money เข้ามากระตุ้นคำสั่งเหล่านั้น ก่อนที่ตลาดจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ
Equal Highs และ Equal Lows มักทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดึงดูดราคา เนื่องจากมีคำสั่งซื้อขายสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อราคาสร้างจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดซ้ำกันหลายครั้ง มักก่อให้เกิดความเชื่อทางจิตวิทยาว่าระดับดังกล่าวจะสามารถรองรับราคาได้ต่อไป ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จำนวนมากจึงวางคำสั่ง Stop-Loss ไว้เหนือ Equal Highs หรือใต้ Equal Lows ส่งผลให้เกิดการสะสมของสภาพคล่องในบริเวณดังกล่าว
ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่ (Smart Money) มองบริเวณที่มีคำสั่งซื้อขายสะสมอยู่อย่างหนาแน่นเหล่านี้ว่าเป็นแหล่งสภาพคล่องสำคัญของตลาด เพื่อให้สามารถดำเนินคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ของตนได้ ตลาดจึงมักเคลื่อนไหวทะลุ Equal Highs (EQH) หรือ Equal Lows (EQL) เพียงชั่วคราว
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นคำสั่ง Stop-Loss ที่สะสมอยู่ ดูดซับปริมาณคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายจำนวนมาก และหลังจากได้รับสภาพคล่องเพียงพอแล้ว ราคามักกลับตัวอย่างรวดเร็วในทิศทางตรงกันข้าม
แทนที่จะมอง Equal Highs และ Equal Lows เป็นเพียงจุดกลับตัวของราคาในลักษณะแนวรับและแนวต้านแบบดั้งเดิม เทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมราคา (Price Action) มักติดตามว่าราคามีปฏิสัมพันธ์กับระดับเหล่านี้อย่างไร โดยอาศัยแนวทางหลัก 2 รูปแบบ
เทรดเดอร์จะรอให้ราคาทะลุ Equal Highs หรือ Equal Lows เพียงชั่วคราวเพื่อกวาดสภาพคล่อง
เมื่อสภาพคล่องถูกกวาดและราคาปฏิเสธระดับดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยมักปรากฏเป็นไส้เทียน (Wick) เทรดเดอร์อาจพิจารณาเข้าออเดอร์ในทิศทางตรงกันข้ามกับการทะลุครั้งแรก เพื่ออาศัยการกลับตัวของราคาที่เกิดขึ้นหลังการกวาดสภาพคล่อง
ในบางกรณี ตลาดอาจไม่กลับตัวหลังจากกวาดสภาพคล่อง เทรดเดอร์จึงมักรอให้เกิดการทะลุระดับดังกล่าวด้วยแรงส่งที่ชัดเจน ปริมาณการซื้อขายที่สูง และมีการปิดของแท่งเทียนรายวันที่อยู่นอกบริเวณ Equal Highs หรือ Equal Lows อย่างสมบูรณ์
พฤติกรรมดังกล่าวอาจสะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่แนวโน้มใหม่จริง ไม่ใช่เพียงการกวาดสภาพคล่องระยะสั้น
พลังของแรงดึงดูดด้านสภาพคล่อง: Equal Highs และ Equal Lows ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดึงดูดราคา เนื่องจากเป็นแหล่งรวมสภาพคล่องขนาดใหญ่
กับดักของเทรดเดอร์รายย่อย: เทรดเดอร์รายย่อยมักมองบริเวณเหล่านี้เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง และวางคำสั่ง Stop-Loss ไว้ด้านนอกระดับดังกล่าว
การกวาดสภาพคล่องโดยผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่: Smart Money มักผลักดันราคาให้ทะลุระดับเหล่านี้เพื่อกระตุ้นคำสั่ง Stop-Loss ดูดซับสภาพคล่อง และสร้างการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของตลาด
ในบทเรียนถัดไป คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริเวณที่มีปริมาณการซื้อขายสูง (High-Volume Trading Areas) และช่วงเวลาสำคัญที่ผู้เข้าร่วมตลาดรายใหญ่มักเข้ามามีบทบาทในการเคลื่อนไหวของราคา
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้