ตลาด
แพลตฟอร์ม
บัญชี
นักลงทุน
โปรแกรมพันธมิตร
สถาบัน
การแข่งขัน
เพิ่มเติม
โปรแกรมความภักดี
โปรแกรมรอยัลตี้สำหรับพาร์ทเนอร์
โบนัส
เครื่องมือการเทรด
แหล่งข้อมูล
เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก
คุณเคยมองกราฟราคาและสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดตลาดจึงเคลื่อนไหวอย่างสงบอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ในหลายกรณี การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการประกาศข่าวสำคัญ
ตลาดการเงินตอบสนองต่อข้อมูลใหม่อยู่เสมอ ในแต่ละวัน รัฐบาล ธนาคารกลาง และบริษัทขนาดใหญ่จะเผยแพร่รายงานที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจภาวะเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลและประกาศเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อตลาดการเงิน ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรดตามข่าว
การเทรดตามข่าว (News Trading) คือแนวทางที่เทรดเดอร์ติดตามข่าวเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญ เพื่อประเมินทิศทางที่ตลาดอาจเคลื่อนไหวต่อไป
ในขณะที่เทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคมุ่งเน้นการวิเคราะห์กราฟ ส่วนเทรดเดอร์ที่วิเคราะห์ตลาดจากข่าวจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจที่อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวมถึงการตอบสนองของผู้เข้าร่วมตลาดต่อข้อมูลใหม่
ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดเคลื่อนไหวจากการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมตลาด ซึ่งมักตอบสนองต่อข่าวและข้อมูลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยอย่างกะทันหัน หรือรายงานการจ้างงานที่แตกต่างจากการคาดการณ์ของตลาด
เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ภายในไม่กี่วินาที ก่อนที่สัญญาณดังกล่าวจะปรากฏอย่างชัดเจนบนกราฟ หัวใจสำคัญของการเทรดตามข่าวจึงอยู่ที่การวางแผนล่วงหน้าก่อนที่ผู้เข้าร่วมตลาดส่วนใหญ่จะตอบสนองต่อข่าว ไม่ใช่การเร่งตัดสินใจหลังจากราคาเคลื่อนไหวไปแล้ว
เหตุการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น (The Trigger): เทรดเดอร์ติดตามเหตุการณ์สำคัญ เช่น การประกาศผลประกอบการของบริษัท การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย หรือรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เทรดเดอร์จะประเมินทันทีว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมและตลาดในทิศทางใด
ปฏิกิริยาของตลาด (The Reaction): เมื่อมีข่าวสำคัญเผยแพร่ออกมา นักลงทุนทั่วโลกจะตอบสนองต่อข้อมูลดังกล่าวทันที ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เทรดเดอร์ให้ความสำคัญกับข่าวและข้อมูลสำคัญ เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้สามารถส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของตลาด ดังตัวอย่างต่อไป
ตัวอย่างเช่น เมื่อ Apple ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2024 นักลงทุนทั่วโลกตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากกว่า 6% ภายในเวลาไม่กี่นาที
แหล่งที่มา: Yahoo Finance
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นผลกระทบของข่าวต่อตลาดอย่างชัดเจนเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2021 ก่อนการประกาศข่าวดังกล่าว ราคาหุ้น Tesla ปิดตลาดที่ 705.67 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2020
หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดส่งมอบรถยนต์ประจำปี 2020 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุด 5.4% และแตะระดับ 743.74 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการซื้อขายในวันดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2021
นักลงทุนยังตอบสนองในเชิงบวกต่อการที่ Tesla รายงานผลกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 รวมถึงความต้องการรถยนต์ Model Y ที่แข็งแกร่งในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทอาจยังสามารถเติบโตต่อไปได้ แม้ยอดส่งมอบรถยนต์ของ Tesla จะต่ำกว่าเป้าหมาย 500,000 คันเพียง 450 คัน แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับสูง และราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นต่อไป
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดมักตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าการคาดการณ์ มากกว่าการพิจารณาเพียงว่าบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้หรือไม่
ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2024 NVIDIA ประกาศผลประกอบการรายไตรมาสที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์อย่างมาก
บริษัทประกาศรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 262% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายงานกำไรต่อหุ้นแบบปรับลด (Diluted Earnings per Share) ที่ 5.98 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ NVIDIA ยังประกาศการแตกหุ้นในอัตรา 10 ต่อ 1 และคาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสถัดไปไว้ที่ 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทที่ยังคงแข็งแกร่ง
นักลงทุนตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวทันที โดยในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ราคาหุ้น NVIDIA ปรับตัวขึ้นประมาณ 7% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก
ความเชื่อมั่นในเชิงบวกดังกล่าวยังช่วยหนุนราคาหุ้นของบริษัทหลายแห่งในกลุ่ม AI และเทคโนโลยี สะท้อนให้เห็นว่าการประกาศผลประกอบการเพียงครั้งเดียวของบริษัทชั้นนำในตลาดสามารถส่งอิทธิพลต่อตลาดในวงกว้างได้
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการประกาศข่าวของบริษัทหนึ่งแห่งสามารถส่งผลกระทบได้ไม่เพียงต่อราคาหุ้นของบริษัทนั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อตลาดโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อบริษัทดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม
แหล่งที่มา: Google Finance
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (U.S. Non-Farm Payrolls: NFP) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับการติดตามมากที่สุดทั่วโลก
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024 นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 190,000 ตำแหน่ง แต่ตัวเลขที่ประกาศจริงแสดงให้เห็นว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 272,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์อย่างมาก
ตัวชี้วัด
ตัวเลขคาดการณ์
ตัวเลขจริง
แหล่งที่มา
การจ้างงานเพิ่มขึ้น เดือนพฤษภาคม 2024
190,000
272,000
BLS
อัตราการว่างงาน
3.9%
4.0%
รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เทียบรายเดือน)
0.3%
0.4%
รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เทียบรายปี)
4.1%
หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูล ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่ความเป็นไปได้ที่ตลาดคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงเหลือ 56% ตามข้อมูลจาก CME FedWatch
ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์อย่างทองคำและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีหุ้นเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากเทรดเดอร์ปรับสถานะตามข้อมูลใหม่ที่ได้รับ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญไม่ได้มีเพียงว่าข่าวนั้นเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ยังรวมถึงว่าผลลัพธ์ดังกล่าวแตกต่างจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากความแตกต่างระหว่างตัวเลขจริงกับที่ตลาดคาดการณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ราคาเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ตามข่าวเป็นสองแนวทางที่ได้รับความนิยมในการศึกษาตลาดการเงิน
การวิเคราะห์ทางเทคนิคมุ่งเน้นการวิเคราะห์กราฟราคาและรูปแบบที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อประเมินว่าราคาอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดต่อไป ส่วนการวิเคราะห์ตามข่าวจะมุ่งเน้นข้อมูลและเหตุการณ์ล่าสุด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นในตลาดที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
หมวดหมู่
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
การวิเคราะห์ตามข่าว
จุดเน้น
เน้นการอ่านกราฟและติดตามการเคลื่อนไหวของราคา
เน้นข่าวเศรษฐกิจ การประกาศของบริษัท และเหตุการณ์สำคัญในตลาด
วัตถุประสงค์
ใช้ข้อมูลราคาในอดีต เพื่อช่วยประเมินจังหวะและแนวโน้ม
การเคลื่อนไหวของราคา
ช่วยอธิบายปัจจัยที่ทำให้ตลาดเกิดการเคลื่อนไหว
ประเด็นที่ต้องการวิเคราะห์
พิจารณาว่าตลาดกำลังเคลื่อนไหวอย่างไร
พิจารณาปัจจัยที่ทำให้ตลาดเกิดการเคลื่อนไหว
เครื่องมือหลัก
ใช้กราฟ แนวโน้มและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคเป็นหลัก
อาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับรายงานเศรษฐกิจและข่าวการเงิน
ระดับความยากในการเรียนรู้
ผู้เริ่มต้นอาจเรียนรู้ได้ง่ายกว่า เนื่องจากมุ่งเน้นการอ่านกราฟเป็นหลัก
อาจใช้เวลาเรียนรู้นานกว่า เนื่องจากผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
ตลาดการเงินตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในแต่ละวันจาก 196 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมากกว่า 300,000 รายการจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์สำคัญ เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย รายงานเงินเฟ้อ ข้อมูลการจ้างงาน และผลประกอบการของบริษัท สามารถทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หรือแม้แต่ไม่กี่วินาที
ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจข่าวเศรษฐกิจจึงมีประโยชน์ แม้ว่าเทรดเดอร์จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลักก็ตาม การทราบกำหนดการประกาศข้อมูลสำคัญล่วงหน้าช่วยลดโอกาสที่เทรดเดอร์จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนอย่างกะทันหันโดยไม่ทันเตรียมตัว
ในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จำนวนมากอาจลดขนาดสถานะ เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารความเสี่ยง หรือรอจนกว่าตลาดจะเริ่มมีเสถียรภาพก่อนพิจารณาเปิดสถานะ
การเทรดตามข่าวอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้อาศัยเพียงการติดตามข่าวเท่านั้น แต่ยังต้องทำความเข้าใจว่าตัวเลขที่ประกาศจริงแตกต่างจากการคาดการณ์ของตลาดอย่างไร ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนมากจึงใช้ปฏิทินเศรษฐกิจควบคู่กับหลักการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม เมื่อติดตามและวิเคราะห์ตลาดหุ้น ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนี
ตลาดการเงินตอบสนองต่อข้อมูลตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมากกว่า 300,000 รายการที่เผยแพร่จาก 196 ประเทศ
เหตุการณ์สำคัญ เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย รายงานเงินเฟ้อ และผลประกอบการของบริษัท สามารถทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้ภายในไม่กี่วินาที
หลักการพื้นฐานของการเทรดตามข่าวคือการติดตามข่าว สังเกตปฏิกิริยาของตลาดและพิจารณาโอกาสในการเทรดตามแผนและเงื่อนไขที่กำหนดไว้
พจนานุกรมคำศัพท์ของเราช่วยอธิบายคำศัพท์การเทรดที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ เรียนรู้คำสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรรู้