เครื่องมือและอินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดตามข่าว - กลยุทธ์การเทรดในช่วงประกาศข่าวสำคัญ
Logo
การซื้อขายมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

คอร์สการเทรดออนไลน์ของ XS

เพิ่มพูนความรู้ของคุณด้วยคอร์สการเทรดออนไลน์ฟรีจาก

โซลูชั่นก็อปปี้เทรด
หน้าหลัก   Breadcrumb right  คอร์ส   Breadcrumb right  High impact news trading strategies   Breadcrumb right  Tools and indicators for news trading

เครื่องมือและอินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดตามข่าว

กราฟไม่ได้มีป้ายกำกับบอกไว้โดยตรงว่า “ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น” และนั่นคือหน้าที่ของอินดิเคเตอร์

อินดิเคเตอร์ช่วยเปลี่ยนข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านและตีความได้ ไม่ว่าจะเป็นการระบุแนวโน้ม การทะลุกรอบ หรือภาวะที่ตลาดตอบสนองรุนแรงเกินไป

ในบทนี้ เราจะพิจารณาอินดิเคเตอร์ที่ควรมีไว้บนกราฟ พร้อมอธิบายว่าเหตุใดอินดิเคเตอร์แต่ละตัวจึงมีความสำคัญ

 

แพลตฟอร์มข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ

ก่อนที่จะสามารถเทรดตามข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องมีพื้นฐานที่แข็งแรงบนกราฟเสียก่อน ไม่มีอินดิเคเตอร์วิเศษหรือระบบลับใดที่จะทำงานทั้งหมดแทนคุณได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้เครื่องมือเพียงไม่กี่อย่างที่ช่วยให้คุณอ่านสถานการณ์ของตลาดได้จริง และค่อยต่อยอดจากพื้นฐานเหล่านั้น

ต่อไปนี้คืออินดิเคเตอร์ 5 รายการที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้น ไม่ว่าคุณจะซื้อขายหุ้น ออปชัน คู่สกุลเงิน ฟิวเจอร์ส หรือคริปโทเคอร์เรนซี

อินดิเคเตอร์

สิ่งที่แสดง

ปริมาณการซื้อขาย (Volume)

แสดงระดับความสนใจที่มีต่อหุ้นในขณะนั้น

หากไม่มีปริมาณการซื้อขายเพียงพอ

การซื้อหรือขายอาจทำได้ยาก

กราฟแท่งเทียน (Candlesticks)

แสดงการเคลื่อนไหวของราคา

โดยให้รายละเอียดมากกว่ากราฟเส้นทั่วไป

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 50 ช่วงเวลา (50-Period Simple Moving Average)

แสดงค่าเฉลี่ยของราคาในระยะสั้น

และช่วยให้มองเห็นแนวโน้มได้ชัดเจนขึ้น

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 200 ช่วงเวลา (200-Period Simple Moving Average)

แสดงค่าเฉลี่ยของราคาในระยะยาว

และช่วยให้มองเห็นแนวโน้มภาพใหญ่

ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการซื้อขาย (Volume-Weighted Average Price: VWAP)

นำราคาและปริมาณการซื้อขายมาคำนวณรวมกันเป็นค่าเฉลี่ยเดียว

 

เหตุใดจึงควรเริ่มจากอินดิเคเตอร์เหล่านี้

  • ปริมาณการซื้อขายและราคา ซึ่งแสดงผ่านกราฟแท่งเทียน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ อินดิเคเตอร์อื่นเกือบทั้งหมดในตลาดล้วนคำนวณต่อยอดมาจากข้อมูลทั้งสองประเภทนี้

  • กราฟเส้นซ่อนรายละเอียดของราคาไว้มากเกินไป ขณะที่กราฟแท่งเทียนช่วยให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของราคาได้ละเอียดกว่ามาก

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยลดความผันผวนระยะสั้นของข้อมูล ทำให้คุณมองเห็นแนวโน้มได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ถูกรบกวนจากการแกว่งตัวเล็กน้อยของราคา

 

แพลตฟอร์มยอดนิยมที่เทรดเดอร์ใช้

ไม่มีแพลตฟอร์มใดที่ถือว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแพลตฟอร์มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่คุณซื้อขายและคุณสมบัติที่ต้องการ ต่อไปนี้คือภาพรวมของแต่ละแพลตฟอร์ม แบ่งตามประเภทสินทรัพย์ที่เหมาะสม

แพลตฟอร์ม

เหมาะสำหรับ

จุดเด่นสำคัญ

สิ่งที่ควรพิจารณา

NinjaTrader

ฟิวเจอร์ส คู่สกุลเงิน และคริปโทเคอร์เรนซี

ส่งคำสั่งซื้อขายได้ง่าย กราฟดูสะอาดตา

มีการแข่งขันเทรดผ่านบัญชีทดลอง

ปรับแต่งได้หลากหลายด้วยส่วนเสริม และรองรับโบรกเกอร์หลายราย

เวอร์ชันเดสก์ท็อป

ให้ประสบการณ์

การใช้งานที่ดีที่สุด

Thinkorswim

ออปชัน

มีเครื่องมือวิเคราะห์ออปชันขั้นสูง

แสดง Option Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเครื่องมือซื้อขายระดับมืออาชีพ

อาจใช้งานยาก

สำหรับผู้เริ่มต้น

Tastytrade

ออปชัน

(สำหรับผู้เริ่มต้น)

อินเทอร์เฟซเรียบง่าย มีเครื่องมือแบบภาพ และเรียนรู้ได้ง่าย

เหมาะกับผู้เริ่มต้นมากกว่าเทรดเดอร์

ที่มีประสบการณ์

TWS (Trader Workstation)

คู่สกุลเงิน

แพลตฟอร์มเดสก์ท็อปที่รวดเร็ว

มีเครื่องมือซื้อขายที่มีประสิทธิภาพ

และรองรับการส่งคำสั่งอย่างรวดเร็ว

อินเทอร์เฟซ

อาจดูซับซ้อน

สำหรับผู้ใช้งานใหม่

TradingView

คู่สกุลเงิน

และคริปโทเคอร์เรนซี

ใช้งานผ่านเว็บไซต์ เหมาะกับผู้เริ่มต้น

มีกราฟและอินดิเคเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ รองรับบัญชีทดลอง และเข้าถึงได้จากหลากหลายอุปกรณ์

อาจช้ากว่าแพลตฟอร์มเดสก์ท็อป และแอปพลิเคชันบนมือถือเหมาะกับการเทรดระยะยาวมากกว่า

TradeStation

ออปชันและฟิวเจอร์ส

มีเครื่องมือ

สำหรับการซื้อขาย

ด้วยอัลกอริทึม

พร้อมคุณสมบัติขั้นสูงที่ใกล้เคียงกับ Thinkorswim

คุณสมบัติขั้นสูง

บางรายการต้องใช้แพ็กเกจแบบชำระเงิน และเหมาะกับเทรดเดอร์ที่

มีประสบการณ์มากกว่า

 

อินดิเคเตอร์ทางเศรษฐกิจและความสำคัญ

ไม่มีรายการอินดิเคเตอร์ทางเศรษฐกิจที่ทุกคนจำเป็นต้องติดตาม เพราะขึ้นอยู่กับมุมมองและรูปแบบการวิเคราะห์ของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม มีอินดิเคเตอร์ทางเศรษฐกิจ 10 รายการที่ควรรู้จักและเข้าใจว่าเหตุใดจึงมีความสำคัญ

ลำดับ

อินดิเคเตอร์

สิ่งที่บ่งชี้

1

GDP และอัตราการเติบโตของ GDP

เป็นอินดิเคเตอร์ตามหลัง (Lagging Indicator)

แสดงมูลค่ารวมของสินค้า

และบริการที่ผลิตภายในประเทศ

2

อัตราส่วนหนี้สินและวัฏจักรหนี้

เป็นอินดิเคเตอร์ชี้นำ

(Leading Indicator)

โดยแบ่งหนี้ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หนี้ภาคเอกชน

และหนี้ภาครัฐ

3

อัตราเงินเฟ้อ

และการคาดการณ์เงินเฟ้อ

วัดจาก CPI, WPI, PCE

และ GDP Deflator

ภาวะเงินเฟ้อที่สูงอาจทำให้

สกุลเงินอ่อนค่าลง

4

เสถียรภาพของ

อัตราแลกเปลี่ยน

แสดงมูลค่าของสกุลเงิน

เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

โดยแบ่งเป็น NEER และ REER

5

อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก

หรือติดลบอาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

หรือความเสี่ยงของภาวะถดถอย

6

ราคาทองคำและโลหะอื่น ๆ

เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยราคามักปรับตัวสูงขึ้น

เมื่อความเสี่ยงทั่วโลกเพิ่มขึ้น

7

ตลาดหุ้นและความผันผวน

เป็นอินดิเคเตอร์ชี้นำ

สะท้อนความเชื่อมั่นของ

นักลงทุนและระดับความเสี่ยง

ในตลาด

8

ส่วนชดเชยความเสี่ยง

(Risk Premiums)

เป็นอินดิเคเตอร์ตามหลัง (Lagging Indicator)

แสดงผลตอบแทนเพิ่มเติมที่

นักลงทุนคาดหวังเพื่อแลกกับ

การรับความเสี่ยง

9

การขาดดุลงบประมาณ

การเกินดุลงบประมาณ

และกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

การขาดดุลทำให้หนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่การเกินดุลช่วยลดหนี้ ส่วนกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่แข็งแกร่งถือเป็น

สัญญาณเชิงบวก

10

ราคาน้ำมันดิบ

ส่งผลต่อประเทศผู้นำเข้า

และผู้ส่งออกแตกต่างกัน

โดยราคาน้ำมันเคยร่วงจาก

120 ดอลลาร์สหรัฐ

เหลือต่ำกว่า 25 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2015–2016

 

อินดิเคเตอร์เหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงว่าปัจจัยทางการเมืองมีความสำคัญ
ไม่แพ้ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และไม่ควรวิเคราะห์ทั้งสองส่วนแยกออกจากกัน

 

ราคาน้ำมันดิบ: การร่วงลงในช่วงปี 2014–2016

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจาก 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน 2014 เหลือต่ำกว่า
35 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี 2016 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับตัวลงเล็กน้อย แต่เป็นการร่วงลงอย่างรุนแรงภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี

เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญสำหรับเทรดเดอร์คือราคาน้ำมันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น แต่ยังส่งผลเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ และผลกระทบเหล่านี้สามารถสะท้อนออกมาในการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้

 

สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันร่วงลง

  • อุปทานเพิ่มขึ้น: ผู้ผลิตยังคงผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะปรับตัวลดลง

  • อุปสงค์ลดลง: เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันอย่างมาก

  • การลงทุนลดลงอย่างรวดเร็ว: บริษัทน้ำมันลดการลงทุนในโครงการผลิตใหม่จาก 700 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2014 เหลือ 550 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 ภายในระยะเวลาเพียง
    1 ปี

น้ำมันไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญ เมื่อราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง มักสะท้อนว่ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก และสกุลเงินของประเทศผู้ผลิตน้ำมันมักเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

stops-and-slippage-on-the-way-out

การใช้ Pending Orders และการตั้งการแจ้งเตือน (Alerts)

Pending Orders ช่วยให้คุณวางแผนการเทรดล่วงหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวันเพื่อรอให้ราคามาถึงระดับที่ต้องการ เพียงกำหนดเงื่อนไขการส่งคำสั่งไว้ล่วงหน้า เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไหวถึงระดับที่กำหนด ระบบจะส่งคำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ

 

คำสั่งซื้อขาย 3 ประเภท

  • Market Order: ส่งคำสั่งซื้อขายทันทีในราคาที่มีอยู่ในขณะนั้น

  • Limit Order: รอให้ราคามาถึงระดับที่ดีกว่าราคาปัจจุบันก่อนจึงส่งคำสั่ง

  • Stop Order: รอให้ราคายืนยันการเคลื่อนไหวในทิศทางที่คาดไว้ แม้ว่าจะต้องเข้าซื้อขายในราคาที่เสียเปรียบกว่าราคาปัจจุบันก็ตาม

 

Limit orders

ประเภท

การทำงาน

ตัวอย่าง

Buy limit

วางคำสั่งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อคาดว่าราคาจะ

ปรับตัวลงก่อนแล้วจึงกลับตัวขึ้น

หาก CHF/JPY ซื้อขายอยู่ที่ 166.60 และคาดว่าราคาจะ

ปรับตัวลงมาที่ 165.94

ก่อนกลับตัวขึ้น คุณสามารถตั้ง Buy Limit ที่ระดับดังกล่าว

Sell limit

วางคำสั่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อคาดว่าราคาจะ

ปรับตัวขึ้นก่อนแล้วจึงกลับตัวลง

หาก USD/CHF ซื้อขายอยู่ที่ 0.916 และคาดว่าราคาจะ

ปรับตัวขึ้นไปที่ 0.952

ก่อนกลับตัวลง คุณสามารถตั้ง Sell Limit ที่ระดับดังกล่าว

 

Stop orders

ประเภท

การทำงาน

ตัวอย่าง

Buy stop

วางคำสั่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อรอการทะลุแนวต้าน

และปรับตัวขึ้นต่อ

หาก CHF/JPY ซื้อขายอยู่ที่ 166.59 และคาดว่าการทะลุระดับ 167 จะทำให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อ คุณสามารถตั้ง Buy Stop ที่ระดับ 167

Sell stop

วางคำสั่งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เพื่อรอการหลุดแนวรับ

และปรับตัวลงต่อ

หากราคาทองคำซื้อขายอยู่ที่ 1,993 ดอลลาร์สหรัฐ

และคาดว่าการหลุดระดับ

1,983 ดอลลาร์สหรัฐจะทำให้ราคาปรับตัวลงต่อ

คุณสามารถตั้ง Sell Stop ที่ระดับ 1,983 ดอลลาร์สหรัฐ

 

เหตุใดจึงควรใช้ Pending Orders

  • ช่วยประหยัดเวลา: ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวันเพื่อรอจังหวะเข้าเทรด

  • ลดความเสี่ยงจาก Slippage: คำสั่งจะถูกส่งเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนดไว้ ต่างจาก Market Order ที่อาจได้รับการดำเนินการในราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้

 

สรุปสาระสำคัญ

  • ปริมาณการซื้อขาย (Volume) กราฟแท่งเทียน (Candlesticks) และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดไปสู่เครื่องมือและอินดิเคเตอร์อื่น ๆ

  • เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับรูปแบบการเทรดของคุณ เช่น NinjaTrader สำหรับฟิวเจอร์ส Thinkorswim สำหรับออปชัน และ TradingView สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย

  • ไม่ควรมองเฉพาะกราฟเพียงอย่างเดียว ควรติดตามภาพรวมของตลาดด้วย เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น GDP อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมัน ล้วนส่งผลต่อทิศทางของตลาด

ถัดไป: กรณีศึกษาในการนำไปประยุกต์ใช้จริง
บทเรียนถัดไป